พิมพ์หน้านี้
|
ยามสาย... ย่อมยากที่จะมองหาหยาดน้ำค้าง บางเรื่องราวอย่ารอจนสายแล้วค่อยตระหนักรู้ถึงคุณค่า เพราะเมื่อถึงเวลานั้น ... เราอาจได้ดื่มกินความเศร้า เจ็บปวดแทนความรื่นรมย์ ชีวิตเมื่อจ่อมจมอยู่กับความคิดฝัน หรือตกอยู่ในภวังค์ของอดีต โดยไม่มิได้ใส่ใจมองว่าเวลาเคลื่อนผ่านไปนานเท่าใด และสรรพสิ่งเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ปล่อยให่ช่วงขณะที่ควรจะได้เก็บเกี่ยว สร้างคุณค่าที่ดีงามเลยผ่านไป เหมือนการกวาดสายตาหา น้ำค้าง ในยามสายที่ย่อมเปล่าประโยชน์ ที่บางทีแม้แต่ร่องรอยเราก็ไม่อาจได้พบเห็น จะมีประโยชน์อันใดที่เราจะทอดชีวิตยู่กับค่ำคืนของอดีตที่ปวดร้าว โดยปล่อยให้ ยามเช้า ของชีวิตเคลื่อนผ่านเลยไป โดยมิได้สร้างคุณค่าใดใดให้เกิดก่อ บางเรื่องราวแม้จะย้อนคิดได้ แต่อย่างไรก็ไม่อาจย้อนไปแก้ไข อย่าตระหนักในวันที่เราทำได้เพียงเยียวยาอดีต และโอกาสที่เราควรจะได้ทำในสิ่งที่ควรทำนั้นเลยผ่านไปแล้ว บางทีเราอาจหลงลืมไปว่า ช่วงเวลาหนึ่งๆของชีวิตใช่จะยาวนาน เมื่อผ่านแล้วย่อมผ่านเลย เพียงให้เวลาตัวเองได้ไตร่ตรอง ว่าชีวิตเราละเลยที่จะใส่ใจ หรือให้สิ่งที่ดี แก่ใคร หรือสิ่งใดไปบ้าง แล้วทำทุกสิ่งอย่างเท่าที่ปัจจัยของชีวิตขณะนั้นๆ จะทำได้ อย่าปล่อยให้วันเวลาเลยผ่าน แล้วให้ชีวิตเป็นดั่ง ... การมองหาหยาดน้ำค้างในยามสาย...
"ขึ้นชื่อว่าเป็นคนแล้ว ทำอะไรต้องหมั่นพยายามทำไป จนกว่าชีวิตจะสิ้น ผลดีที่จะได้ก็บังเกิดขึ้นแน่นอน..." [ พระมหาชนก ] |