• MusicCool
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-02-06
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 3990
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



วันจันทร์ ที่ 13 ตุลาคม 2551
ทักษะการพูดสำหรับผู้นำ
Posted by MusicCool , ผู้อ่าน : 71 , 13:38:52 น.  
พิมพ์หน้านี้


ผศ.ดร.ญาดา  อารัมภีร  

           โลกทุกวันนี้เป็นโลกของการติดต่อสื่อสาร "การพูด" เป็นวิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูงสุด  คนที่จะเป็น  "ผู้นำ"  ต่อไปในอนาคตจะอยู่ในประเภทมีปากเหมือนไม่มีไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้นำแล้ว  แค่ "พูดได้" เท่านั้นยังไม่พอ  ต้องถึงขั้น "พูดเป็น"  จึงจะถือว่าใช้ได้

แต่การพูดใช่ว่าอยากพูดอะไรก็พูด  สักแต่เปิดปากพรั่งพรูถ้อยคำออกมาเป็นชุด ๆ ชนิดไม่ไล่ไม่เลิก  หรือพูด ๆ ๆ ๆ โดยไม่รู้จักเวล่ำเวลา  ไม่ดูโอกาส ไม่เลือกสถานที่  ด้วยถือคติว่าฉันพอใจจะพูดซะอย่างใครจะทำไม  ถ้าทำได้แค่นั้นก็คือ  "พูดได้"  ไม่ใช่   "พูดเป็น"  เพราะผู้นำที่พูดเป็นต้องรู้ตัวและเตือนตัวเองตลอดเวลาว่า ควรพูดเรื่องอะไร ควรพูดเมื่อไร และควรพูดอย่างไร  พูดสั้นยาวแค่ไหน  ทั้งยังต้องพูดให้ได้ผลตามที่ตั้งใจไว้อีกด้วย
                   ทำไมผู้นำถึงต้องพูดเป็น
                   นั่นก็เพราะว่าผู้นำเกิดมาเพื่อพูดมากกว่าทำ  ในขณะที่ผู้ตามเกิดมาเพื่อทำมากกว่าพูด  ผู้นำไม่จำเป็นต้องลงมือทำอะไรต่อมิอะไรทุกอย่างด้วยตัวเอง  เพียงแค่ใช้ความคิดให้ลึกซึ้งรอบด้าน  คิดจนลงตัวแล้วก็วางแผนสั่งให้ผู้ตามรับความคิดที่ว่าไปดำเนินการต่อก็ถือว่าทำหน้าที่ของผู้นำลุล่วงไปแล้วส่วนหนึ่ง
                   นอกจากนี้ผู้นำจะอยู่ในภาวะ  "ใบ้รับประทาน"  ไม่ได้เป็นอันขาด  ต้องพร้อมที่จะพูดได้อย่างเหมาะสมในทุกโอกาสและทุกสถานการณ์  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารงาน  พิธีการ  งานสังคม  การประชุมหรือการคลี่คลายข้อขัดแย้งก็ตาม  เพราะเป็นการแสดงถึงความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่นกว่าคนอื่น  แสดงถึงความกล้าหาญ ความพร้อม ความฉับไว  ทำให้เป็นที่ยอมรับของผู้อื่น  การยอมรับนี่สำคัญมาก  ถ้าผู้นำไม่เป็นที่ยอมรับนับถือ
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้นำ ความเป็นผู้นำนั้นก็ไร้ความหมาย
                   ผู้นำที่พูดไม่เป็น  "พัง"  กันมานักต่อนักแล้ว  ที่  "พัง"  ก็เพราะไม่สามารถทำ
ให้คนอื่นเชื่อถือ  ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตัวเองออกมาได้  พูดแล้วฟังไม่รู้เรื่องฟังไม่เข้าใจ หรือเข้าใจเหมือนกันแต่เข้าใจไปคนละทาง  คนอื่น ๆ เขาก็เลยไม่สามารถทำตามที่ผู้นำต้องการได้  การบริหารงานไหรือการดำเนินการใด ๆ ก็ไม่ประสบผล  การพูดให้เข้าใจชนิดไม่ต้องแปลไทยเป็นไทยเสียก่อนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้นำจะมองข้ามไปมิได้ ไม่ใช่ฟังหนแรกก็เริ่ม  "งง"  ฟังหนสองก็ชัก  "เง็ง"  พอฟังหนสามก็เลย  "เซ็ง"  อย่างนี้ถือว่าเป็นการสื่อสารที่ล้มเหลว
                   ผู้นำนอกจากต้องเป็นที่  "ยอมรับ"  แล้ว  ยังต้องเป็นที่  "เชื่อถือ"  อีกด้วย
ความน่าเชื่อถือของผู้นำเกิดจากสิ่งที่พูดและวิธีการพูดของผู้นำเองเป็นสำคัญ  ผู้นำที่อยู่บนพื้นฐานของความจริง  ไม่พูดอะไรให้เลิศเลอดีเด่นเกินความเป็นจริง  พูดแต่สิ่งที่เป็นไปได้  ไม่พูดเอาแต่เรื่องดีใส่ตัวหรือพูดเอาแต่เรื่องชั่วใส่คนอื่น  พูดทุกสิ่งอย่างจริงใจและจริงจัง พูดได้อย่างที่อยากทำและทำได้อย่างที่พูด  พูดจาอยู่กะร่องกะรอยไม่กลับไปกลับมา  วันนี้พูดอย่าง  พรุ่งนี้พูดอีกอย่างแล้ว  รวมไปถึงพูดเฉพาะแต่เรื่องที่จำเป็น  มีประโยชน์และเป็นไปในทางที่สร้างสรรค์  ย่อมเป็นที่ยอมรับนับถือของทุกฝ่าย
                   ที่สำคัญก็คือ  ผู้นำต้องรู้จักเลือกว่าควรจะพูดอะไรและไม่ควรจะพูดอะไรอะไรก็ตามที่จะนำมาซึ่ง ความเคลือบแคลง แสลงใจ สะเทือนใจ หรือนำมาซึ่งความแตกแยกก็สมควรหลีกเลี่ยง  บ่อยครั้งที่ความรู้ทางจิตวิทยาเข้ามามีส่วนเสริมการพูดของผู้นำโดยตรง อาทิ  ผู้นำต้องรู้จักยกย่องชมเชยให้กำลังใจลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาในโอกาสอันควร  ตลอดจนรู้จักชี้แจงข้อบกพร่องผิดพลาดแทนการตำหนิติเตียนอย่างตรงไปตรงมา  ทั้งนี้เพราะผู้นำทุกคนรู้ดีว่าการพูดนั้นสร้างมิตรได้เท่าๆกับสร้าง  "ศัตรู"
                   ถึงแม้ว่าบุคลิกภาพที่เป็นมิตรและเป็นตัวของตัวเอง ไม่เลียนแบบใครของผู้นำจะมีส่วนเสริมการพูดนั้นให้น่าสนใจ  แต่หัวใจของการพูดไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพเท่านั้น  ยังขึ้นอยู่กับวิธีการพูดอีกด้วย  นั่นก็คือพูดอย่างไรจึงจะ  "กำหัวใจ"  ของคนฟังเอาไว้ได้ ถ้าพูดเมื่อไรวงแตกเมื่อนั้น อย่างนี้ก็ใช้ไม่ได้
                   พอพูดขึ้นมาคนฟังพักผ่อนสายตาทุกที  นี่ก็ไม่ไหวอีกเหมือนกัน  หรือพูดครั้งไหนก็ได้ผลครั้งนั้น  คือ คนฟังทยอยลุกออกจากห้องเป็นแถว  นี่ก็ไม่ได้เรื่องอีก การพูดนั้นมีหลักอยู่ว่า
          - ถ้าจะพูดให้ "เข้าใจ"  ต้อง  "พูดสั้น ๆ ตรงเป้า  เข้าใจง่าย ไม่ใช้ศัพท์แสงรุงรัง"
          - ถ้าจะพูดให้ "ชื่นชอบ" ต้องพูดได้เนื้อหา สาระชัดเจน  ลูกเล่นพอดี ๆ มีอารมณ์ขัน  เป็นกันเอง
          - ถ้าจะพูดให้ "เชื่อถือ" ต้องพูดอย่าง "หนักแน่นมั่นใจ จริงจังจริงใจ ไม่ไร้สาระประเด็นเด่นชัดฟังแล้วศรัทธา"
          วิธีการพูดยังสัมพันธ์กับเสียงพูดโดยตรงตั้งแต่ระดับเสียง  ความดังค่อย ความช้าเร็วและความสูงต่ำ  ผู้นำต้องนึกไว้เสมอว่า ถ้า
          -  พูดด้วยเสียงราบเรียบระดับเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ คนฟังเบื่อแน่ ดีไม่ดีอาจจะหลับไปเลย
          -  พูดเร็วไปฟังไม่ทัน  พูดช้าไปฟังแล้วง่วง
          -  พูดดังไปฟังแล้วอึดอัด  พูดค่อยไปฟังแล้วรำคาญ
          -  ใช้เสียงสูงไปฟังแล้วแสบหู  ใช้เสียงต่ำไป เสียงอยู่ในคอ ฟังไม่รู้เรื่องอีก
                   การพูดนั้นอยู่คู่กับผู้นำ เป็นทักษะที่ผู้นำทั้งหลายตั้งแต่ระดับท้องถิ่นระดับประเทศขึ้นไปจนถึงระดับโลกใช้กันบ่อยที่สุด แต่จะพูดได้ดีและมีประสิทธิภาพแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าผู้นั้นมีความตั้งใจจริงและมีความเพียรพยายามที่จะฝึกฝนปรับปรุงตนเองเพียงใด เพราะไม่มีใคร "พูดเป็น" มาตั้งแต่เกิด เป็นเรื่องของการสั่งสม การพัฒนาและชั่วโมงบินที่มากพอ
                   ผู้นำที่พูดไม่เป็น  สื่อความรู้สึกนึกคิดของตัวเองออกมาไม่ได้  ก็มีสภาพไม่ผิดอะไรกับที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในบทละครพูดสลับลำเรื่อง "วิวาห์พระสมุทร" ตอนหนึ่งว่า "ถึงรู้มากไม่มีปากลำบากตาย  มีอุบายพูดไม่เป็นเห็นป่วยการ"

ปากใจไม่ตรงกัน  ความสัมพันธ์ไม่ยั่งยืน
ใจเกลียดแต่ปากฝืน  พูดแต่ลิ้นสิ้นความหมาย
ปากใจตรงกันเถิด  ผลจะเกิดทั้งต้นปลาย
ผู้พูดฟังสบาย  ผู้ฟังเล่าเข้าใจตรง

ที่มา : sa.sa.ku.ac.th


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ธรรมพยนต์ วันที่ : 13/10/2008 เวลา : 15.37 น.
http://www.oknation.net/blog/speechthai

จริงครับบบบ.......................ธรรมพยนต์..
www.thaispeech.org
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน