พิมพ์หน้านี้
|
เสียงมอนิ่งคอลดังตั้งแต่ตีสาม ต่างคนต่างรีบอาบน้ำ เพื่อให้ทันคอนวอยตีสี่ อาหารก็ให้โรงแรมช่วยแพคกล่องไปกินกลางทาง รถตู้มารับพวกเราหน้าโรงแรมตีสามครึ่งตรงเวลา แต่เราเลทค่ะ มาขึ้นรถตอนตีสามสี่สิบ โชคดีที่โรงแรม Marhaba Palace อยู่ใกล้ที่นัดพบ รถตู้ขับไปไม่ถึงห้านาทีก็เจอขบวนแล้ว รถบัสเยอะมาก ส่วนมากเป็นฝรั่ง ส่วนเรากรุ๊ปเล็ก 5 คนใช้แค่รถตู้ก็พอ กะด้วยสายตาคงมีนักท่องเที่ยวประมาณหลายร้อยคน เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ตีสี่ตรงแปะไม่มีเลทขบวนก็เริ่มออกเดินทาง สงสัยมั้ยว่าทำไมนักท่องเที่ยวที่จะไปอาบูซิมเบลถึงต้องไปพร้อมๆกัน และกลับมาพร้อมๆกัน โดยมีรถตำรวจนำทาง เพราะทางที่จะไปเป็นทะเลทรายถ้าเกิดมีปัญหาเช่น มีพายุทะเลทรายจะได้สามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้ รายได้หลักของประเทศอียิปต์คือการท่องเที่ยว ดังนั้นอียิปต์จึงให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวส่วนมากที่เดินทางมาเที่ยวในอียิปต์จะเป็นฝรั่ง มีช่วงหลังๆมานี้ มีนักท่องเที่ยวชาวเอเซียเพิ่มมากขึ้น แต่นักท่องเที่ยวไทยก็ยังมีจำนวนน้อย คนไทยส่วนใหญ่จะเที่ยวอยู่ในกรุงไคโร เราถึงบางอ้อทันที มิน่าแอบแซวอาเฮีย อาซ้อ หลายคนบนเครื่อง แต่มาอยู่ 3 วันแล้วยังไม่เจอพี่ไทยสักคน พี่ไกด์ผีอุสมานของเราบอกว่า ได้เจอแน่ในตลาดข่านที่ไคโร คนไทยจะรวมตัว(ช้อปปิ้ง)อยู่ที่นั่น ใกล้เช้าแล้ว
พระอาทิตย์เริ่มออกมา
พระอาทิตย์ขึ้นที่อาบูซิมเบล รูปถ่ายจากในรถ
ขับตามกันไปเรื่อยๆ
ป้ายจำกัดความเร็ว แต่ไม่มีคนปฏิบัติตาม
มหาวิหารอาบูซิมเบล ประกอบด้วยวิหารใหญ่ของ ฟาโรห์รามเสสที่ 2 และวิหารของเนเฟอร์ตารี ซึ่งเป็นมเหสีที่รามเสสที่ 2 รักมากที่สุด วิหารอาบูซิมเบลมีความงดงามและมีชื่อเสียงก้องโลก เป็นวิหารที่เคยจมอยู่ใต้น้ำจากการสร้างเขื่อนยักษ์ที่อัสวาน ทำให้ วิหาร 17 แห่งจมอยู่ใต้น้ำ องค์การยูเนสโก้เป็นผู้ช่วยยกให้พ้นน้ำโดยถูกยกขึ้นสูงจากพื้นดิน 65 เมตร เป็นงานที่ยากมาก ใช้เวลาทั้งสิ้น 4 ปี ค่าใช้จ่าย 40 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในวิหารจะประกอบไปด้วย ห้องบูชาและรูปสลัก 4 องค์นั่งอยู่ หนึ่งในนั้นคือรามเสส และเทพเจ้าต่างๆอีก 3 องค์ ในวันที่ 22 กพ. และวันที่ 22 ตค. ลำแสงแรกของพระอาทิตย์จะสาดส่องเข้าไปต้องรูปสลัก ว่ากันว่าวันที่ 22 กพ. เป็นวันประสูติของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ขณะที่วันที่ 22 ตค.เป็นวันขึ้นครองราชย์ของพระองค์ เรามาอาบูซิมเบลในวันที่ 22 ตค แต่ไม่เห็นลำแสงแรกของพระอาทิตย์เพราะกว่าจะถึงอาบูซิมเบลก็ 7 โมงกว่าแล้ว ถามพี่อุสมานไกด์ผีว่า ถ้าเรามาช้าเลยตีสี่จะมีผลอะไรมั้ย ได้รับคำตอบว่า เราต้องกลายเป็นรถนำขบวนโดยมีตำรวจนั่งไปด้วย และคนขับรถก็ต้องขับช้าๆ ช้ามากๆ เน้นว่ามากถึงมากที่สุด จากนั้นคุณตำรวจที่นั่งไปด้วยก็จะประนามเรา ส่วนรถนักท่องเที่ยวที่ขับตามก็จะประนามเราเพราะจะทำให้ไปถึงอาบูซิมเบลสาย นี่ไงมหาวิหารอาบูซิมเบล
ฟาโรห์รามเสสที่ 2 และพระมเหสีเนเฟอร์ตารี
โดนทำลายไปบ้างบางส่วน
หุ หุ อาบูซิมเบลนะ ไม่ใช่หาดไมอามี
บรรยากาศนักท่องเที่ยวที่อาบูซิมเบล
แล้วก็เป็นอีกที่หนึ่งซึ่งไม่สามารถนำกล้องเข้าไปข้างในได้ เลยได้แต่เก็บรูปแต่ด้านนอกมาฝาก ลูกทัวร์ทั้งหมด 5 ชีวิตกับไกด์ผี 1 คน หายไปไหนหนึ่งคน
ถ่ายรูปส่วนไหนของอาบูซิมเบลก็ต้องติดฝูงชนมาด้วย
ตรงนี้คนไม่เยอะต้องรีบถ่ายก่อน พอถ่ายเสร็จคนตรึม
นี่คือทะเบียนรถที่พาเราเดินทางมาถึงอาบูซิมเบล ลองทายดูว่าเลขอะไร
อาเฮียคนขับรถบอกว่าสิบโมงให้มาเจอกันตรงนี้ เพราะเราต้องกลับพร้อมๆกัน สอบถามจากคุณไกด์ผีอุสมานว่าการเดินทางมาอาบูซิมเบลมีวันละกี่รอบ ได้รับคำตอบว่า 2 รอบ รอบแรกออกไปตอนตีสอง รอบสองคือตีสี่ ข้อมูลเชื่อได้มั้ยเนี่ย ใครบอกว่ามาอียิปต์ถ้าไม่ได้ไปชมปิรามิดที่กิซ่าถือว่ามาไม่ถึงอียิปต์ แต่สำหรับเรา มหาวิหารอาบูซิมเบลนี่แหละคือความฝันที่ต้องได้มายืนอยู่ที่นี่สักครั้ง
|
| อันยองฮาเซโย-Korea | ||
ตะลุยเมืองผักดอง |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |