รายการ มันแปลกดีนะ ร่วมกับช่างภาพรางวัลระดับโลกชาวไทย ท้าพิสูจน์ที่มาของปาฏิหาริย์ดวงไฟลักษณะกลม ที่ทุกคนลงความเห็นว่า ภายในดวงไฟนั้น มีลักษณะใกล้เคียงกับเหรียญจตุคามรามเทพ ที่เป็นข่าวดังตลอดเดือนที่ผ่านมา โดยช่างภาพชั้นเซียนเผยความจริงว่า ภาพดวงไฟดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ หากสถานที่นั้นๆ มีละอองน้ำหรือหมอก รวมถึงฝุ่นละออง และผู้ถ่ายภาพใช้กล้องดิจิตอลที่เลนส์ และแฟลชอยู่ในระนาบเดียวกัน ก็สามารถทำให้เกิดดวงไฟดังกล่าว ในภาพได้อย่างง่ายดาย พร้อมเปิดใจ การออกมาพิสูจน์ในครั้งนี้มิได้คิดลบหลู่ เพราะส่วนตัวก็นับถือองค์จตุคามรามเทพมาร่วม 20 ปี แต่ในฐานะช่างภาพมืออาชีพ ที่มีความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพ จึงต้องการนำเสนอความจริง เพื่อเป็นความรู้ และให้ผู้ที่นับถือองค์จตุคามรามเทพไม่นับถืออย่างงมงาย ซึ่ง กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ และนายวรนันท์ ชัชวาลทิพากร ช่างภาพอาชีพชาวไทย ที่มีชื่อเสียงและได้รับรางวัลระดับโลกมามากมาย พร้อมด้วยทีมงานและผู้สื่อข่าว ได้เดินทางมาที่ ตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส เพื่อถ่ายทำรายการ มันแปลกดีนะ ในช่วง ไขปริศนาจตุคามรามเทพ ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งในรายการที่นำเสนอข้อมูล เกี่ยวกับจตุคามรามเทพโดยละเอียด และในวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายนนี้ จะนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับ ภาพถ่ายปาฏิหาริย์เกี่ยวกับ ดวงไฟที่มีลักษณะคล้ายกับเหรียญจตุคามรามเทพ ที่ประชาชนหลายต่อหลายคนถ่ายได้จากงานประกอบพิธีกรรม เกี่ยวกับการสร้างองค์จตุคามรามเทพตามสถานที่ต่างๆ โดยทางนายวรนันท์ ได้กล่าวว่า ภาพดวงไฟที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นได้ หากในสถานที่นั้นๆ มีฝุ่นหรือละอองน้ำกระจายตัวอยู่ ทั้งที่เห็นและไม่เห็นด้วยตาเปล่า และมักจะเกิดขึ้นกับภาพถ่ายที่ถ่ายโดยกล้องดิจิตอล ที่มีเลนส์และแฟลชอยู่ในระนาบเดียวกัน เนื่องจากระยะสะท้อนของแฟลชนั้น ทำให้เห็นได้ชัดเจนกว่า ซึ่งทฤษฎีดังกล่าวสามารถพิสูจน์ได้ โดยอุปกรณ์ในการพิสูจน์นั้น จะประกอบไปด้วย ห้องที่ผนังเป็นสีเข้ม เพื่อให้เห็นดวงไฟได้ชัดเจน, ฝุ่นช็อก , กระบอกฉีดน้ำ, กล้องถ่ายภาพแบบดิจิตอล, กล้องถ่ายภาพแบบซิงเกิ้ลเลนส์, คอมพิวเตอร์ จากนั้นทีมงานรายการก็ได้ให้ กฤษณ์พิธีกรรายการไปยืนในเฟรมภาพ จากนั้นนำกระบอกฉีดน้ำให้เป็นละออง รอสักพักให้ละอองน้ำกระจายตัว นายวรนันท์ได้ใช้กล้องดิจิตอลลองถ่าย ก็ปรากฏภาพดวงไฟกลมๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงเหรียญจตุคามรามเทพ ที่เป็นข่าวขึ้นอยู่เต็มภาพ จากนั้น จึงพิสูจน์ด้วยฝุ่นชอล์ค โดยให้ กฤษณ์ เข้าไปยืนในเฟรมภาพเหมือนเดิม และให้ทีมงานทำฝุ่นชอล์ค ให้กระจายตัวด้านหน้ากล้อง รอสักพักให้ฝุ่นชอล์ กสลายตัว และถ่ายภาพ ภาพกฤษณ์ที่ได้ ก็มีภาพดวงไฟปาฏิหาริย์ย์ดังกล่าว ติดมาด้วยเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน แต่เมื่อนำกล้องประเภทซิงเกิ้ลเลนส์มาถ่ายภาพ บางภาพก็เห็นดวงไฟบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะไม่เห็นเลย ซึ่งก็เป็นไปตามทฤษฏีที่นายวรนันท์กล่าวไว้ข้างต้นว่า ดวงไฟที่เกิดขึ้นนั้น แท้ที่จริงแล้วเกิดขึ้นจากแสงแฟลช ที่ทำมุมพอดีกับละอองฝุ่น หรือละอองน้ำในอากาศ ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า เป็นทฤษฏีทางการถ่ายภาพ ที่เคยถ่ายภาพในสถานที่ต่างๆที่ปัจจัยเอื้ออำนวย และเกิดภาพลักษณะดังกล่าวมาหลายต่อหลายครั้ง จึงนำมาบอกกล่าวและพิสูจน์ให้เห็นกัน ซึ่งผู้ที่ถ่ายภาพและติดดวงไฟลักษณะนี้มานั้น เชื่อว่าน่าจะเป็นความบังเอิญที่ในบริเวณนั้นมีละอองฝุ่น หรือละอองน้ำกระจายตัวอยู่และมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เมื่อถ่ายภาพและใช้แฟลช จึงเกิดดวงไฟดังกล่าวขึ้นในภาพ และเมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามถึงผู้บูชาจตุคามฯ จะต่อต้านและออกมาต่อว่าว่าการออกมาพิสูจน์ในครั้งนี้เป็นการลบหลู่ นายวรนันท์กล่าวว่า โดยส่วนตัวก็นับถือองค์อตุคามรามเทพ เช่นเดียวกัน โดยนับถือมาร่วม 20 ปี ซึ่งการออกมาบอกเล่าความจริง และพิสูจน์ในครั้งนี้ ถือเป็นคนละเรื่องกัน การพิสูจน์ในครั้งนี้ถือเป็นการทำหน้าที่ ในฐานะช่างภาพ ที่เมื่อเรามีความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพ และเรารู้ว่าเกิดขึ้นจากอะไร เราก็ควรจะออกมานำเสนอเพื่อประโยชน์แก่ผู้ชม นอกจากนี้ ยังต้องการให้ผู้ที่นับถือองค์จตุคามรามเทพนั้น นับถืออย่างมีสติไม่งมงาย เมื่อกล่าวจบ นายวรนันท์ก็ได้ล้วงไปหยิบสร้อย ซึ่งห้อยเหรียญจตุคามรามเทพ รุ่นปี 32 ออกมาให้กฤษณ์ได้ชมอีกด้วย ส่วนพิธีกรรายการ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ได้กล่าวถึงการพิสูจน์ในครั้งนี้ว่า ผมได้ถ่ายทำรายการ มันแปลกดีนะ ในช่วง ไขปริศนาองค์จตุคามรามเทพ มาหลายเดือนแล้ว และได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และที่มาของการสร้างองค์จตุคามฯ อย่างละเอียด ได้มีโอกาสลงไปดูการเก็บมวลสารในการสร้างจตุคามฯ ถึงสำนักเขาอ้อ จ.พัทลุง ก็รู้สึกทึ่งนะครับ แต่ในความทึ่งในบางเรื่องที่พิสูจน์ได้ ก็อยากจะพิสูจน์ให้ทุกๆ คนได้เห็น อย่างเรื่องการดูของจริงของปลอม ก็มีการนำเสนอไปแล้ว วันนี้จึงมาพิสูจน์เรื่องของดวงไฟในสถานที่ต่างๆ ที่ทุกคนลงความเห็นว่า คล้ายคลึงกับเหรียญจตุคามฯ พอพี่วรนันท์บอกว่าเกิดขึ้นจากอะไร และยินดีที่จะพิสูจน์ในรายการ เราก็ตัดสินใจถ่ายทำทันที ซึ่งส่วนตัวผมเคยถ่ายภาพและติดดวงไฟลักษณะนี้มาแล้ว ตอนไปเที่ยวทางภาคเหนือ ตอนนั้นก็ยังงงๆนะครับไม่รู้ว่าเกิดขึ้นจากอะไร แต่พอได้มาพิสูจน์ในวันนี้ก็ทำให้ถึงบางอ้อครับ และการพิสูจน์ในครั้งนี้ ทางรายการมิได้ตั้งใจจะลบหลู่หรือทำลายความเชื่อถือ เราทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง และนำเสนอเป็นแง่มุมความรู้ให้กับผู้ชม ซึ่งการจะเชื่อหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ชมเองครับ ส่วนข้อซักถามเกี่ยวกับ ดวงไฟกลมๆ ว่าเพราะเหตุใดจึงมีทรงกลม และทำไมจึงมีลวดลายภายในใกล้เคียงกับเหรียญจตุคามฯ นั้น ทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามได้ยัง ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ นักวิทยาศาสตร์สังกัด สวทช.(สำนักงานวิทยาศาสตร์แห่งชาติ) จึงได้คำตอบมาว่า จริงๆ แล้วรูปทรงของโมเลกุลของฝุ่นนั้น มีทั้งเป็นเหลี่ยมและกลม แล้วแต่ชนิดของฝุ่น แต่หากมองด้วยตาเปล่าแล้ว ละอองฝุ่นจะมีลักษณะสัญฐานเป็นจุดๆ และกล้องถ่ายรูปไม่ใช่กล้องขยาย เมื่อถ่ายภาพออกมาจึงเห็นแต่สัญฐานของฝุ่น คือทรงกลมเท่านั้น ส่วนที่เห็นว่าเป็นลายนั้น เกิดขึ้นจากมวลของฝุ่น ที่มีความหนาแน่นไม่สม่ำเสมอ ประกอบกับการหักเหของแสงแฟลช ที่มาตกกระทบไม่เท่ากัน จึงทำให้เห็นเหมือนเป็นลวดลายดังกล่าว นายวรนันท์ ชัชวาลทิพากร ปัจจุบันอายุ 53 ปี เป็นช่างภาพอาชีพมากว่า 20 ปี มีผลงานที่ได้รับเกียรติบัตร และเกียรตินิยมชั้นสูงจากสมาคมถ่ายภาพมาแล้วทั่วโลก อาทิ F.RPS (ชั้นเฟลโลว์ของสมาคมถ่ายภาพหลวงของประเทศอังกฤษ) , P.S.A.DIAMOND GALAXY (ชั้นไดมอนด์กาแล็กซี่ของสมาคมถ่ายภาพสหรัฐอเมริกา) นอกจากนี้ ยังมีผลงานภาพถ่ายในหนังสือสำคัญๆ มากมาย อาทิ มรดกโลกอยุธยา เฉลิมกาญจนาภิเษก ราชอาณาจักรไทย 50 ช่างภาพ บันทึกแผ่นดินทองฉลองกาญจนาภิเษก, ทฤษฎีใหม่ในหลวง: ชีวิตที่พอเพียง, สมุดภาพแห่งกรุงเทพมหานคร 220 ปี, สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯลฯ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากิตติมาศักดิ์สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ที่ปรึกษากิตติมาศักดิ์สมาคมถ่ายภาพสยามคัลเลอร์สไลด์, ที่ปรึกษาสมาคมถ่ายภาพกรุงเทพ, ที่ปรึกษาสมาพันธ์การ ถ่ายภาพไทย ส่วนเรื่องราวการพิสูจน์ดวงไฟปริศนานี้ ทางรายการ มันแปลกดีนะ จะนำเสนอในช่วง ไขปริศนาจตุคามรามเทพ |