พิมพ์หน้านี้
|
กลุ้มใจ @ ต้องเสนอบทลงโทษสำหรับลูกน้องที่ทำความผิดมหันต์ ของ http://www.oknation.net/blog/sunnyman รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันที ที่เข้าไปอ่านบล๊อกนี้ เนื่องจากสิ่งที่ฉันพบเจอ ..มันเป็นสิ่งที่นายจ้างคิดสวนทางกับเจ้าของบล๊อกนี้ แทบจะเรียกได้ว่า ฟ้ากับเหว ฉันไม่อยากจะเขียนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับฉันเพราะมันเหมือนกับการตอกย้ำ ฉันเข้าไปทำงาน บ. แห่งหนึ่ง ทำธุรกิจด้านโรงแรม ตำแหน่งพนักงานการเงิน มีหน้าที่เขียนใบสำคัญจ่ายเพื่อนำไปเขียนเช็ค แล้วนำมาจ่าย หรือในส่วนที่เป็นเงินสดย่อยก้อเบิกเพื่อนำมาจ่ายในส่วนที่เป็นเงินสดย่อย ต่อมาฉันต้องการลาออก(ถ้าให้เล่าสาเหตุของการลาออกอาจจะยืดเยื้อ) ก่อนลาออกต้องเคลียร์เงินก่อน ในบางส่วนที่ฉันไม่สามารถชี้แจงได้ฉันจ่ายเงินคืนให้บริษัท เป็นเงิน สี่พันกว่าบาท แต่ยอด แปดพันกว่าบาทฉันชี้แจงให้ทางบริษัทฟังแล้ว ว่าเกิดจากการที่ฉันได้รับเงินจากเช็คใบนั้นไม่ครบ หรืออาจจะเกิดจากการที่ฉันเอาเงินจำนวนนั้นให้เจ้านายซ้ำสองครั้ง ฉันจำไม่ได้จิงๆ เพราะขณะที่ฉันจะลาออก มันเดือนเก้า แต่เอกสารและเช็คใบนั้นมันตั้งแต่เดือน ห้า โดยที่สมุห์บัญชีเองก็มาเจอการจ่ายเช็คซ้ำในภายหลัง ฉันเช็คกับทางธนาคาร ว่าเช็คใบนั้น เข้าบัญชีใคร แต่ไม่สามารถเช็คได้รู้แต่เพียงว่าเป็นเช็คเข้าบัญชี ซี่งไม่ใช่บัญชีของฉันแน่นอน..(เป็นเช็คเงินสด) ทางบริษัทพยายามให้ฉันจ่ายเงินจำนวนนั้น..แต่ฉันไม่จ่ายเนื่องจากว่าฉันชี้แจงแล้วและฉันไม่ได้เอาไป หรือแม้กระทั่งจำนวนเงิน สี่พันนั้นฉันก็ไม่ได้เอาไปแต่จำเป็นต้องจ่ายเพราะมันเป็นของอีกบริษัทนึง ฉันลืมบอกไปว่าฉันทำงานเงินเดือนเพียง 8,500 บาท แต่ดูแลการเงินของบริษัทถึง 3 แห่ง ยอดเงินสดย่อยในมือมีมากถึง แสนสองหมื่นบาท ที่ฉันยอมจ่ายเพื่อที่จะได้เหลือเพียงบริษัทเดียวมันเป็นความสะเพร่าของฉันเองที่ ฉันเอาเงินของทั้งสามบริษัทมารวมกัน ..แต่ใครไม่ทำไม่มีวันเข้าใจเพราะบางครั้งเงินไม่พอจ่ายก็ไม่รู้ทำงัย จำเป็นต้องจ่ายแทนกันไปเพื่อแก้ปัญหาในการทำงาน หลังจากนั้นฉันก็ไม่ไปทำงานนายจ้างก็พยายามตามฉันกลับไปทำเพื่อที่ต้องการจะให้ฉันจ่ายเงินให้ได้ แต่ฉันไม่สามารถกลับเข้าไปทำได้อีก..(เรื่องมันมีมากมายกว่านี้นะ คุณเคยไปทำงานแล้วต้องร้องไห้มั้ย) (ถ้าคุณต้องร้องไห้ไปทำงานคุณอยากไปทำอีกมั้ย ฉันถามแค่นี้ละกัน) เจ้านายฉันเอาฉันไปลงหนังสือพิมพ์เพื่อตามกลับมาทำงาน (ข้อความไม่สามารถฟ้องร้องได้) ฉันไม่ยอมกลับไป.. หลังจากนั้นเจ้านายไปโรงพักฉันไม่แน่ใจว่ามีการบันทึกประจำวันหรือไม่ เพราะตำรวจโทรมาหาฉันให้ฉันไปไกล่เกลี่ย แต่ฉันไม่ยอมไปเพราะไปก็คงคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าคุยกันรู้เรื่องและเข้าใจเหตุผลก็คงไม่ต้องมาถึงชนาดนี้ หลังจากนั้นเรื่องเงียบไปประมาณสองสามเดือน ตำรวจแจ้งฉันว่าเจ้านายฉันฟ้องร้องฉัน ว่าฉันทำเงินสดหายจากบริษัท สองหมื่นแปดพันกว่าบาท ตามยอดเช็คใบที่ฉันชี้แจงไปโดยบอกกับทางตำรวจว่า..ไม่สนใจเช็คใบนั้นแต่แจ้งว่าฉันทำเงินหาย คุณคิดดูละกันว่า ..การทำงานของฉัน ..เช็คไม่ได้อยู่ที่ฉัน เวลาจะเขียนเช็คแต่ละครั้ง ต้องไปเขียนที่เจ้านายเนื่องจากเช็คอยู่ในตู้เซฟ รวมถึงตราประทับต่างๆ และเจ้านายเป็นคนเซ็นเชคเอง.. การเบิกเงินก็เป็นไปตามกฏของการใช้ใบสำคัญจ่ายทั่วไป เวลาจะเบิกเงินหรือเบิกเช็คแต่ละครั้ง ต้องเขียนใบสำคัญจ่ายและมีผู้มีอำนาจอนุมัติลงนาม มีผู้รับเงินชัดเจน ฉันไม่เข้าใจว่า เค้าฟ้องร้องฉันทำไม ใบสำคัญจ่ายซึ่งเป็นที่มาของเช็คก็ไม่มี เช็คใบนั้นก็สามารถเช็คได้ว่าเข้าบัญชีใคร (ซึ่งในความเป็นจริงก็เข้าบัญชีเจ้านายฉันนะแหละ) ตอนนี้ฉันเสียเงินจ้างทนาย ทั้งที่ตกงาน เป็นเงิน สองหมื่นบาท สถานภาพฉันหย่า เลี้ยงลูกเองสองคน อายุ 9 ขวบ กับ 7 ขวบ สามีส่งเงินให้สามถึงห้าเดือน 1 ครั้งครั้งละ สองพันบาท และตอนนี้เรื่องอยู่ในขั้นตอนของอัยการคือรออัยการว่าจะส่งฟ้องมั้ย ตามเหตุการณ์ฉันพยายามถามผู้รู้หลายๆคน ว่า อัยการไม่น่าจะส่งฟ้อง เพราะมันไม่มีที่มาของเงิน ..แต่ฉันจะเชื่อได้อย่างไรล่ะ เพราะฉันได้ยินจากปากตำรวจมาครั้งนึงแล้วว่าอาจจะไม่ส่งฟ้อง ในตอนแรกตำรวจบอกฉันเองว่าจะเช็คให้ว่าเช็คใบนั้นเข้าบัญชีใครเรื่องคงจบเพราะมันคือที่มาของเงิน แต่ตอนหลังที่ฉันไปหาตำรวจตำรวจบอกว่าเรื่องคงต้องฟ้องเพราะบริษัทแจ้งว่าฉันทำเงินหาย ฉันยังงงจนทุกวันนี้ . และสุดท้ายเรื่องก็มาถึงอัยการจนฉันต้องเสียเงินจ้างทนายความ ตอนนี้ฉันได้แต่ภาวนาให้เรื่องมันจบลงที่อัยการ ขอให้ความยุติธรรมบนโลกนี้ทั้งหมดทั้งมวลเห็นแก่ฉัน ขอให้เมือ่งไทยมีความยุติธรรมบ้าง เห็นแก่ความเป็นธรรมไม่เข้าข้างคนผิด ไม่เข้าข้างคนชั่ว..ไม่ทำตามคนเลวเพราะอำนาจเงิน เพราะทุกวันนี้ฉันเครียดและกังวลมากถ้าต้องขึ้นศาลถึงแม้จะทำใจไว้แล้ว ถ้าเป็นคุณละ ไปทำงานอยู่ดีๆ ก้อต้องโดนฟ้องร้อง..ตอนทำงานก้อเหนื่อยเกือบตาย
|