พิมพ์หน้านี้
|
บอกลูกว่า กลับจากโรงเรียนเหลือเงินมา "หยอดออมสิน" ไว้นะลูก รู้จักเก็บเงินและใช้เงินอย่างประหยัดฝึกไว้เพราะนี่คือนิสัยของคนที่จะเป็น "เศรษฐี" ปิดเทอมแล้วแม่จะเอาไปฝากให้ที่ "ธนาคารออมสิน" ทั้ง ด.ญ. และ ด.ช. ปฏิบัติตามอย่างดี คำว่าอย่างดีก็คือ หยอดบ้างไม่หยอดบ้าง เพราะบางวันหยอดมากบางวันหยอดน้อย ..แค่นี้คนเป็นแม่ก็พอใจแล้ว ปิดเทอม...ค่อยๆเอาคีมแกะเส้นลวดที่มัดไว้ตรงปากกระปุกออมสิน ที่ต้องเอาลวดมัดไว้เพราะว่ามันเป็นการแกะรอบที่สอง ก็บอกแล้วงัยว่าต้องประหยัดและอดออม..แกะแล้วก็มัดเพื่อที่จะได้หยอดได้อีก ทั้ง ด.ญ. และ ด.ช. ช่วยกันนับเงินอย่างตั้งใจว่าใครจะได้เท่าไหร่ ไปถึงธนาคารด้วยรอยยิ้มกว้างๆ.. พนักงานที่เคาน์เตอร์.."ต้องเอาเหรียญไปนับก่อนนะคะ" (จริงๆมีทั้งแบงค์และเหรียญ) ทั้งคู่นั่งมองด้วยใจจดจ่อ..พนักงานหยิบเหรียญที่มีรอยคราบๆ ออกบอกว่า" ใช้ไม่ได้" เมื่อนับเสร็จ .."เสียค่านับพันละสิบบาทนะครับ" "ทำไมเค้าต้องคิดค่านับด้วยละคะแม่" "จิงด้วย เค้าเก็บตังค์เราทำไมอีกครับแม่ แล้วทำไมเหรียญมีรอยดำๆ เค้าถึงไม่เอาล่ะแม่" ทำไมต้องเสียค่านับเงิน ทำไมต้องเสียค่านับเหรียญ ทำไมต้องเสียค่านับเหรียญ ทำไมต้องเสียค่านับเหรียญ ทำไมต้องเสียค่านับเงิน ทำไมต้องเสียค่านับเหรียญ ทำไมต้องเสียค่านับเหรียญ ทำไมต้องเสียค่านับเหรียญ ทำไมต้องเสียค่านับเงิน ทำไมต้องเสียค่านับเหรียญ ทำไมต้องเสียค่านับเหรียญ ทำไมต้องเสียค่านับเหรียญ ครั้งต่อไปคงต้องให้ลูกใช้แบงค์หยอดออมสิน เหรียญไม่ต้องยิ่งเหรียญสลึงกับห้าสิบยิ่งไม่ต้องหยอดกระปุก "ออมสิน" ธนาคารที่สนับสนุนให้เด็กเก็บเงิน อดออม ก็เด็กเก็บแล้วไง แล้วทำไม "ออมสิน" กลับมาเก็บเงินที่บอกให้เด็กเก็บ แล้วเหรียญมีตำหนินิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่เอา.. "ออมสิน" ยังไม่เห็นค่าของเงิน แล้วจะให้ใครที่ไหนมาเห็นค่า... (วะ) |