พิมพ์หน้านี้
|
สังคมและการปกครองไทยในสมัยก่อนการเกิดของรัฐ และอำนาจอธิปไดยในศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะในเอเซียอาคเนย์ ก็คือความไม่เป็นทางการของความเป็นเจ้าของ หรือการมีกฏหมายรองรับ หรือการมีกลไกและกระบวนการที่แต่ละฝ่ายต่างยอมรับแบะมีสิทธิที่จะปกป้องเขตแดนที่อว่าเป็นของฝ่ายนั้น อำนาจการปกครองในสมัยก่อนยังไม่มีการศึกษาอย่างจริงจังว่าปัจจัยในการผลักดันให้มีสงครามและการแผ่ขยายอิทธิพลและอำนาจในสุวรรณภูมินั้น คือปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นหลัก หรือ เป็นเพียงแรงจูงใจด้านความเชื่อว่าความยิ่งใหญ่ของการเป็นผู้นำจะต้องมีความสามารถในการเป็นเมืองขึ้นมากๆ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แนวคิดเรื่องรัฐและอำนาจอธิปไดยยังไม่ปรากฏชัดเจน เอกราชและความอยู่รอดตลอดจนการรักษาอิทธิพลและอำนาจเหนือดินแดนในการปกครองไว้ให้ได้เป็นเป้าหมายหลัก การแผ่อิทธิพลเข้ามาในเอเซียอาคเนย์ ของอังกฤษและฝรั่งเศสมีผลทำให้อำนาจของพระเจ้าแผ่นดินสยามเหนือดินแดนได้รับการท้าทาย โดยความสัมพันธ์กับนานาประเทศเหล่านั้นด้วยการใช้สัญญาทางกฎหมายที่เรียกว่า หนังสือสัญญาทางราชไมตรีนั่นเอง การเกิดสัญญาทางราชไมตรีระหว่างต่างประเทศกับสยามนั้นอาจถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐสยามหรือประเทศสยามภายใต้ระเบียบโลกในศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นระเบียบโลกที่ต้องการเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เป็นความสัมพันธ์ระหว่างนิติรัฐแทนที่จะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าแผ่นดิน หรือประมุขของหมู่ชน หนังสือสัญญาที่สยามทำกับต่างประเทศจงเป็นข้อตกลงในการสละอำนาจเหนือดินแดนบางส่วนให้ตกเป็นของประเทศคู่สัญญา สัญญาที่สยามทำกับอังกฤษและฝรั่งเศสในปลายรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น เป็นสัญญาที่สยามถุกบังคับให้ยอมสละเสียซึ่งกรรมสิทธิ์ทั้งสิ้นทั่วไปในดินแดนบางส่วน เช่น สัญญาอังกฤษแลสัญญาว่าด้วยเขตร์แดน ลงวันที่ 10 มีนาคม ศก 127 ข้อ 1 "รัฐบาลสยามยอมโอนให้แก่รัฐบาลอังกฤษ บรรดาอำนาจอันชอบธรรม ฐานที่เปนเจ้าเปนใหญ่ ปกครอง ป้องกันและบังคับบีญชาอันอยู่เหนือเมืองกลันตัน เมืองตร้งกานู เมืองไทรบุรี เมืองปลิศ และเกาะที่ใกล้เคียงเมืองหล่านั้นและเขตร์แดนเมืองที่ว่ามานี้ได้มีกำหนดไว้ในหนังสือสัญญาว่าด้วยเขตร์แดนซึ่งติดท้ายสัญญานี้ อ่านต่อฉบับหน้า.... |
| wellcome | ||
wellcome |
||
|
View All |
||