• ลมหายใจเดียว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chittima08@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-19
  • จำนวนเรื่อง : 196
  • จำนวนผู้ชม : 16381
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
Sustainable Live
มนุษย์ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/180408
วันอังคาร ที่ 1 พฤษภาคม 2550
จากคลองด่านถึงเกาะสีชัง ยลมนต์ขลังแห่งอ่าวไทย
Posted by ลมหายใจเดียว , ผู้อ่าน : 173 , 15:28:03 น.   | หมวดหมู่ : Social   culture   Human   Environment  
พิมพ์หน้านี้


จากคลองด่านถึงเกาะสีชัง ยลมนต์ขลังแห่งอ่าวไทย
 
หมู่บ้านชาวประมงคลองด่านที่หากบ่อบำบัดปล่อยน้ำลงมา บางทีพวกเขาอาจต้องย้ายที่หนีเพราะน้ำเน่าเสีย

       แม้โครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จะไม่ติดโผ 1 ใน 8 โครงการทุจริตที่ คตส.จะฟันคนทุจริตคอร์รัปชั่นชุดแรก แต่ว่านี่ถือเป็นหนึ่งในโครงการอภิมหาโคตรโกงของนักการเมืองหลายคนจากหลายรัฐบาล ซึ่งมีการโกงกินกันอย่างมโหฬารเป็นล่ำเป็นสันนับหมื่นล้านแถมยังมีการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างใหญ่หลวง
       
       ที่สำคัญก็คือ การเลือกพื้นที่สร้างบ่อบำบัดฯนั้นผิดตั้งแต่ต้นแล้ว?!?
       
       เพราะคลองด่าน ไม่ใช่พื้นที่ปล่อยน้ำเสียเนื่องจากไม่มีน้ำเสียและไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม หากแต่คลองด่านคือปอดใกล้กรุงที่มีพื้นที่สีเขียวแห่งใหญ่ที่สุดในสมุทรปราการด้านทิศตะวันตก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ประมงชายฝั่งที่ มากไปด้วย กุ้ง หอย ปู ปลา และเป็นแหล่งเลี้ยงหอยแมลงภู่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยคือ 2 หมื่นกว่าไร่
       
       นอกจากนี้คลองด่านยังเป็นชุมชนชายทะเลเก่าแก่ที่เดิมมีชื่อสุดเก๋ไก๋ว่า “บางเหี้ย” เพราะบริเวณนี้มีตัวเหี้ยหรือตัวเงินตัวทองอยู่มาก ก่อนที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม จะเปลี่ยนชื่อให้ฟังเป็นมงคลขึ้นว่า“คลองด่าน” ใน พ.ศ. 2483 ตามลักษณะของพื้นที่ที่บริเวณนี้มีด่านอยู่ตรงประตูน้ำบางเหี้ยแม่น้ำสายหลักของตำบล

 
แต่ละวันจะมีเรือออกจับหอยแมลงภู่เฉลี่ยแล้วตกลำละ 2 ตัน/วัน
             
       มิติใหม่คลองด่าน
       
     ไม่รู้ว่าจะเรียก“อันซีนคลองด่าน” ได้หรือเปล่า??? แต่นี่ถือเป็นมุมมองใหม่ในคลองด่านที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว โดยจุดเริ่มต้นของการเดินทาง (คลองด่าน-เกาะสีชัง) เราลงเรือนำเที่ยวปรับอากาศ 2 ชั้น ณ ปากคลองด่าน ก่อนจะออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ปากอ่าวไทยที่ 2 ข้างทางเต็มไปด้วยชุมชนชาวประมงและเรือประมงจอดอยู่เรียงราย
       
       ครั้นพอออกสู่ปากอ่าวไทย ภาพบ้านเรือนหายไปกลายเป็นเวิ้งทะเลกว้างที่เต็มไปด้วยฟาร์มหอยแครง และหลักเลี้ยงหอยแมลงภู่เต็มพรึ่ดไปหมด สมดังแหล่งเลี้ยงหอยแมลงภู่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยซึ่งทำกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวด
       
       “วิธีการเลี้ยงหอยแมลงภู่ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพียงนำไม้ไผ่มาปักเป็นหลักทิ้งไว้ จากนั้นหอยแมลงภู่ก็จะตามมาเกาะเองตามธรรมชาติจนเป็นพวงแน่นเต็มหลักไปหมด หอยคลองด่านแม้ตัวไม่ใหญ่เท่าหอยสุราษฎร์แต่ว่ามีรสอร่อยไม่เป็นรองใคร และที่สำคัญในตัวหอยจะไม่มีทรายเข้าไปปะปน”

 
ชาวประมงกำลังสาวอวนลากคู่ขึ้นสู่ลำเรือ
       ทุกๆวันในช่วงเช้าไปจนถึงสายจะมีชาวบ้านออกเรือมาเก็บหอยกันอยู่ทั่วไป และก็เป็นช่วงเวลาที่พี่สุเทพต้องการให้นักท่องเที่ยวได้เห็นถึงวิธีการเก็บหอยแมลงภู่ของชาวคลองด่าน ที่จะมีการแบ่งงานกันทำอย่างคล่องแคล่ว เฉลี่ยแล้วเรือแต่ละลำจะเก็บหอยได้ประมาณวันละ 2 ตันต่อวัน ซึ่งแสดงว่าทรัพยากรหอยแมลงภู่ที่นี่ยังไม่ขาดแคลน แต่ก็น่าแปลกว่าเหตุไฉนนักการเมืองกลับจงใจละเลยเรื่องเหล่านี้ แล้วเลือกมาสร้างอนุสรณ์แห่งความอัปยศอย่างบ่อบำบัดทิ้งไว้
       
       ไม่เพียงแค่การเก็บหอยแมลงภู่เท่านั้น บริเวณปากอ่าวคลองด่าน ยังมีการทำโป๊ะดักปลาการลากหอยแครง การดำลงไปเกี่ยวปลาดุกทะเล และการกู้อวนลากคู่ที่ถือเป็นไฮไลท์แห่งท้องทะเลในช่วงเช้า โดยไต้ก๋งเจ้าใดเมื่อจะทำการกู้อวนก็จะวิทยุบอกกับทางกับตันเรือนำเที่ยว ให้โฉบเรือเข้าไปดูวิธีการลากอวนได้
       
       พอเรือนำเที่ยวแล่นไปใกล้ๆ เรืออวนลาก 2 คำ จะค่อยๆลากอวนตีวงจากกว้างให้แคบเข้ามาเรื่อยๆ จนอวนมีลักษณะคล้ายปากถุง จากนั้นจะค่อยๆชักรอกสาวอวนขึ้นมาโดยมีการมัดเป็นระยะๆ จนอวนกลายเป็นตุ้มหรือถุงขนาดยักษ์ ก่อนที่จะดึงขึ้นมาเทลงบนเรือและแบ่งแยกประเภทของสัตว์ที่จับได้ ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา หมึก ปลาไหล กั้ง รวมไปถึงแขกไม่ได้รับเชิญอย่างงูทะเล ซึ่งบางวันก็ได้ปลาเยอะ บางวันก็ได้น้อย ส่วนบางวันดวงแตกไม่ได้เลยก็มี

 
หาดถ้ำพัง หาดที่น่าลงเล่นน้ำเดินเล่นชายทะเลแห่งเกาะสีชัง
       นี่แหละชีวิตตังเกของชาวประมงที่ต้องใช้ชีวิตสุ่มเสี่ยงฝ่าคลื่น ลม มรสุม คืบก็ทะเลศอกก็ทะเล แถมยังต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่มีแต่ขึ้นไม่มีลงในขณะที่ปลาในอ่าวไทยกลับมีแต่ลดลงเรื่อยๆ
       
       หลังชมไฮไลท์กู้อวนลากคู่เรือเร่งความเร็วขึ้นมุ่งหน้าสู่เกาะสีชัง ในขณะที่บนเรือก็เสิร์ฟอาหารที่เมนูส่วนหนึ่งซื้อมาจากการเก็บหอยและกู้อวนจากเมื่อชั่วครู่ที่ผ่านมา อาหารกลางวันมื้อนี้จึงรับประกันได้เรื่องความสด ใหม่ ในบรรยากาศลมเย็นสบายกลางอ่าวไทย
       
       เกาะสีชัง เกาะที่ไม่น่าชัง
       

       ประมาณ 3 ชั่วโมงจากจุดเริ่มต้น เรือนำเที่ยวแล่นมาถึงยังเกาะสีชัง เกาะน่าเที่ยวที่ไม่น่าชังดังชื่อเกาะ ก่อนจะพาไปจอดบริเวณเกาะค้างคาว เพื่อให้นักท่องเที่ยวลงแหวกว่ายเล่นน้ำ ดำน้ำดูปะการัง หรือใครจะเลือกตกปลาก็แล้วแต่อัธยาศัย
       
       จากนั้นพอได้เวลาอันสมควร(ประมาณ 2 ชั่วโมง) เรือก็มาจอดเทียบท่ายังเกาะสีชัง เพื่อนั่งรถสกายแล็ป(สามล้อเครื่อง)ไปเที่ยวชมวิว ณ ช่องเขาขาด ที่เป็นแหลมริมทะเล มีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์ และสวนสาธารณะให้พักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งนี่ถือเป็นจุดชมอาทิตย์อัสดงอันสวยงามอีกแห่งหนึ่งในเมืองไทย ก่อนที่เราจะร่ำลาตะวันไปปิดทริปแรกของวันด้วย การล่องเรือกินอาหารค่ำที่หน้าเกาะท่ามกลางคลื่นลมบางๆในอารมณ์คืบก็ทะเลศอกก็ทะเล...

 
สะพานอัษฎางค์ในพระจุฑาธุชราชฐาน
       ...เช้าวันใหม่หลัง จัดการกับมื้อเช้า สกายแล็ปเจ้าเดิมมารับเราพาไปเล่นน้ำที่หาดถ้ำพัง ซึ่งเป็นหาดทรายละเอียดกว้างไกลมีน้ำใสสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำยิ่งนัก ส่วนใครอยากจะเดินเล่นชายหาด เล่นบันนาน่าโบ๊ท นั่งทอดหุ่ยจิบเบียร์เย็นรับลมชมทะเลก็สามารถเลือกทำกันได้ตามใจชอบ
       
       เวลาอันเพลิดเพลินที่หาดถ้ำพังหมดไปค่อนข้างเร็ว เพราะเผลอแผล็บเดียวมื้อเที่ยงมาเยือนอีกแล้ว หลังจากนั้นเรานั่งสกายแล็ปคันเก่าไปเที่ยวยัง พระจุฑาธุชราชฐาน สถานที่ตากอากาศเก่าแก่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ยังคงดูคลาสสิคไม่เสื่อมคลาย เพราะมีอาคารสวยๆงามๆอยู่หลายหลัง แถมยังมีอันซีนไทยแลนด์อย่าง สะพานอัษฎางค์สีขาวนวลที่ทอดยาวออกสู่ทะเลดูสง่าน่ามอง

 
ทิวทัศน์มุมสูงของเกาะสีชัง เกาะที่ไม่น่าชังดังชื่อเกาะ
       นอกจากจะมีอาคารต่างๆให้ชมแล้ว พระราชวังแห่งนี้ยังเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเองด้วยการให้น้องๆหนูๆบนเกาะมาทำหน้าที่เป็นไกด์เยาวชนพานักท่องเที่ยวเดินชมตามจุดต่างๆในพระราชวังพร้อมกับคอยอธิบายและให้ความรู้อย่างเต็มที่
       
             ครั้นเวลาต้องลาจากเกาะสีชังก็มาถึง ซึ่งก่อนกลับ“ผู้จัดการท่องเที่ยว”ขึ้นไปกราบไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งขึ้นไปดูทิวทัศน์ของเกาะในมุมกว้างที่เห็นเรือนำเที่ยวของเราลอยลำอยู่ลิบๆลำกระตี๊ดเดียว ซึ่งนึกไปก็อดสะท้อนใจไม่ได้ว่า มนุษย์เรานั้นหากเทียบกับธรรมชาติช่างเล็กกระจ้อยร่อยเป็นแค่เศษเสี้ยวธุลี แต่ก็น่าแปลกที่มนุษย์เรามักจะพยายามเอาชนะธรรมชาติหรือทำร้ายธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
       
       บางคนยิ่งเลวร้ายไปกว่านั้นอีก เพราะนอกจากจะธรรมชาติธรรมชาติแล้ว ยังโกงกินหาเงินเข้ากระเป๋า หาผลประโยชน์จากธรรมชาติที่ตนทำร้ายอย่างไม่อายฟ้าดิน ดังเช่นกรณีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ที่หากว่าปล่อยน้ำเสียลงมาเมื่อไหร่ กุ้ง หอย ปู ปลา ในบริเวณนั้นตายแทบหมดเกลี้ยง แถมยังทำให้ชาวบ้านแถวนั้นพลอยอดตายตามไปด้วยเพราะขาดอาชีพขาดรายได้ ในขณะที่นักการเมืองผู้โกงกินกับโครงการบ่อบำบัดรวยไม่รู้เรื่อง
       
       โอ้...อนิจจา...คลองด่าน....ที่น่าสงสาร

       **********************************************************************************
       
       ตำบลคลองด่าน มีพื้นที่ประมาณ 37,500 ไร่ มีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 6 กม. อยู่ใน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ในพ.ศ. 2538 คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นได้มีมติเห็นชอบในโครงการสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย 2 จุดใหญ่ใน จ.สมุทรปราการ คือ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ ต.บางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ และฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บริเวณบางปูใหม่ โดยทั้ง 2 บ่อใช้เงิน 13,612 ล้านบาท กระทั่งในปี พ.ศ. 2541 ได้มีการเสนอให้ยุบรวมบ่อบำบัดเป็นบ่อเดียว โดยหวยไปออกที่คลองด่าน พร้อมกับงบประมาณที่เพิ่มขึ้นเป็น 23,701 ล้านบาท ทั้งๆที่คลองด่านคือพื้นที่สีเขียวแห่งใหญ่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรมและการทำประมงพื้นบ้านชายฝั่ง
       
       

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
สามจอ วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 23.38 น.
http://www.oknation.net/blog/SamJaw
ชัตเตอร์ด้านได้อายอด   : เราฆาตกรรมต้นไม้เพียงเพื่อนำมันมาใช้ทำหนังสือพิมพิ์เลวๆ เจมส์ จี วัตต์ จากหนังสือ A DAY  

คิดถึง สีชัง จัง!!
ความคิดเห็นที่ 6
ล่างฟานหวิน วันที่ : 03/05/2007 เวลา : 13.56 น.
http://www.oknation.net/blog/langfanvhin
ประตูสวรรค์ หิมะทองคำ เต่าทองแดง เขากิเลน หนวดมังกร เขี้ยวพยัคฆ์                         "ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ" จอมยุทธ์ '

สถานที่สวย ครับ ภาพสวยมากครับ ข้อมูลแน่น มากครับ
ความคิดเห็นที่ 5
ใต้ร่มเย็น วันที่ : 02/05/2007 เวลา : 12.23 น.
http://www.oknation.net/blog/wichit
มนุษย์โลกทุกคนมีสัญชาติเดียว คือ "สัญชาติโลก"...Albert Einstein (1879-1955)

...ถ้ามีบ้านที่มีบรรยากาศในภาพแรก น่าจะมีความสุขดีนะครับ..
ความคิดเห็นที่ 4
นาลันทา วันที่ : 02/05/2007 เวลา : 11.40 น.
http://www.oknation.net/blog/banphe

หอยแมงภู่ เยอะจังอ่ะ มันจะหมดทะเลมะน่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
กำปงพิราเทวี วันที่ : 01/05/2007 เวลา : 15.49 น.
http://www.oknation.net/blog/kampong
  ก ร ะ เ ป๋ า ห ม า ก แ ห่ ง ก า ร เ ดิ น ท า ง ข อ ง ห ม่ อ ม   

โห จับหอยแมงภู่ได้กองเป็นภูเขาเชียวง่า ^^


ความคิดเห็นที่ 2
ลมหายใจเดียว วันที่ : 01/05/2007 เวลา : 15.46 น.
http://www.oknation.net/blog/180408

ขอบคุณ..คุณลูกเสือ No.9 ..สงสัยจะชอบธรรมชาตินะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/05/2007 เวลา : 15.45 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ภาพสวยนะครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31