| สืบสานงานศิลป์ | ||
ผลงานคุณโสภณ ยุติมิตร |
||
|
View All |
||
| Bakery ส่งต่อความรัก-Piano Version | ||
เพลงรักสำหรับทุกคน |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
(ในส่วนที่มีตัวหนังสือเป็นสีน้ำเงินเป็นตรรกะหากไม่เข้าใจก็อย่าไปใส่ใจ..จะทำให้งง..) โดยปรกติของธรรมชาติโลกมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงนั้นหากมีผลกระทบในทางร้ายต่อมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตก็จะเรียกปรากฏการเหล่านั้นว่าเป็นภัยธรรมชาติ จากการเรียนรู้ของมนุษย์ทำให้ทราบว่าการเปลี่ยนแปลงต่างๆเกิดขึ้นมานานมาก ที่จริงเวลาเป็นสิ่งสมมุติ สมมุติตามการเคลื่อนที่ของโลกของดวงจันทร์ของดวงอาทิตย์ของการเดินทางของแสง แล้วแต่มนุษย์จะสมมุติขึ้นมา หากแท้จริงแล้วตัวเวลาจริงๆไม่มี เราจะสามารถทราบความจริงเหล่านี้ได้ด้วยการกำหนดว่าเราอยู่นอกระบบสุริยะ แล้วมองดูการเคลื่อนที่ของดวงดาวดวงอาทิต ฯลฯ เราจะได้ความรู้สึกที่ว่าทุกสิ่งกำลังเคลื่อนไหวในขณะที่เรากำลังหยุดนิ่ง ทำให้เกิดความรู้ที่ว่าเวลาจริงๆไม่มี สิ่งที่มีอยู่และพื้นที่ว่างไม่มีขอบเขต สิ่งที่มีอยู่ทั้งหมดทั้งมวลกำลังเคลื่อนที่ มีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้นที่หยุดนิ่ง มนุษย์โดยทั่วไปจะเข้าใจว่ามีบางสิ่งหยุดนิ่งมีบางสิ่งเคลื่อนไหว เพราะการเคลื่อนไหวของบางสิ่งไม่อาจสังเกตได้ด้วยตา หรือแม้แต่เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดที่มนุษย์สามารถคิดค้นได้ก็ไม่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของสิ่งที่เล็กที่สุดได้ ต้นตอหรือมูลเหตุของสิ่งที่มีอยู่ถูกให้คำจำกัดความหรือคำนิยามว่า สิ่งที่หยุดนิ่งที่กำลังเคลื่อนที่ หมายความว่าเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์สามารถตรวจจับสิ่งที่เล็กที่สุดว่าคืออะไรเราจะสมมุติว่าสิ่งนั้นคือต้นตอของสิ่งที่มีอยู่ แต่ที่จริงแล้วต้นตอของสิ่งที่มีอยู่ไม่มี เพราะสิ่งที่เล็กที่สุดไม่มี สาเหตุที่สิ่งที่เล็กที่สุดไม่มีเพราะทุกสิ่งเกิดมาแต่เหตุ คือสิ่งที่มีอยู่ต้องมีเหตุ ไม่สามารถเกิดขึ้นลอยๆได้ สรุปคือไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เล็กที่สุดหรือใหญ่ที่สุดไม่มี เพราะทุกสิ่งเกิดมาแต่เหตุไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ มีเหตุจึงมีผล ถ้าไม่มีเหตุก็ไม่มีผล ความไม่มีที่สิ้นสุดของสิ่งที่มีอยู่ ทำให้มนุษย์ไม่สามารถเข้าใจในทุกสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติได้ แต่ที่จริงแล้วเราไม่ต้องรู้ทุกสิ่ง เรารู้เท่าที่จำเป็นในการดำรงชีวิตก็พอ อันนี้เรียกว่ารู้จักสมดุลในการศึกษาเรียนรู้ ซึนามิในไทย แผ่นดินไหวที่อินโดนีเซีย พายุนาร์กีสที่ถล่มพม่า ฯ และล่าสุดแผ่นดินไหวในประเทศจีนซึ่งมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงเหล่านี้กำลังบอกอะไรกับเรา คนจำนวนมากกำลังนึกถึงและตระหนักถึงเรื่องภาวะโลกร้อน การเผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติอย่างหาขอบเขตไม่ได้ ในแต่ละคนมีความต้องการในการใช้พลังงานมากเกินไป จึงทำให้เกิดความแปรปรวนอย่างรุนแรงในโลก จำนวนมนุษย์ที่มีอยู่บนโลกกับจำนวนทรัพยากรธรรมชาติไม่มีความสมดุล โลกไม่ได้แคบแต่คนที่อยู่บนโลกจำนวนมากเกินไป ของเสียที่เกิดจากการใช้สอยทรัพยากรธรรมชาติของมนุษย์มีมากเกินไปจึงทำให้โลกเปลี่ยนแปลง แน่นอนว่าความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก อย่างเช่นภัยธรรมชาติต่างๆที่เกิดขึ้น นอกจากภัยธรรมชาติแล้ว ภาวการณ์ขาดแคลนพลังงาน ก็เป็นสิ่งที่สร้างความเดือดร้อนให้เกิดขึ้นกับมนุษย์เป็นอย่างมาก การเกิดขึ้นของสงครามบางส่วนเกิดจากการแย่งชิงพลังงานที่มีอยู่ในโลก แต่ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นแล้วหรือภาวะของการขาดแคลนพลังงานยังไม่น่ากลัวเท่ากับ ภาวการณ์ขาดแคลนอาหาร ในปัจจัยสี่อาหารเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดำรงชีพ การที่โลกขาดแคลนอาหารจะเป็นสิ่งนำมาซึ่งสงคราม สงครามที่เกิดขึ้นจากการแย่งชิงอาหารเป็นสิ่งน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสงครามใดๆที่เคยเกิดขึ้นในโลก วิธีแก้ไขที่พอมองเห็นมีด้วยกันสองทาง 1.เพิ่มจำนวนอาหาร 2.ลดจำนวนการเกิดขึ้นของมนุษย์ แล้วใครจะไปแก้ได้เพราะมันเป็นเรื่องของคนทั้งโลก หลายองค์กรหลายหน่วยงานออกมารณรงค์ จะได้ผลอย่างไรก็ต้องดูกันต่อไป เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ความเดือดร้อนแสดงผลออกมาให้คนในโลกนี้เห็นอย่างชัดเจน มนุษย์จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการณ์ดำเนินชีวิตเอง แต่กว่าจะถึงวันนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นคงประเมินค่าไม่ได้ แต่ที่สุดแล้วมีสิ่งหนึ่งที่คนเรามักหลงลืมไปว่า สิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ทั้งหมดจะต้องตายไม่เหลือ เกิดเท่าไรตายเท่านั้น ชีวิตอันสั้นนี้ทำอย่างไรให้มีอยู่อย่างมีคุณค่า คุณค่าที่เกิดขึ้นตามความสามารถที่เรามี นี่น่าจะเป็นหนทางที่ดีสำหรับทุกคน หมายเหตุ ขอขอบคุณภาพจากเนต |