• สุวิริโย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wat.thahin@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 280
  • จำนวนผู้ชม : 50647
  • จำนวนผู้โหวต : 189
  • ส่ง msg :
Bakery ส่งต่อความรัก-Piano Version

เพลงรักสำหรับทุกคน

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



คุณรู้สึกอย่างไร ? ต่องานของคุณ โสภณ ยุติมิตร
ชื่นชอบ
22 คน
แปลกดี
3 คน
เฉยๆ
2 คน
ไม่ออกความเห็น
1 คน

  โหวต 28 คน
วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม 2551
~(๑)~ตัวอย่างการเทศแบบบอกศักราช..มีนาคม 2548..~(๙)~
Posted by สุวิริโย , ผู้อ่าน : 156 , 02:24:37 น.   | หมวดหมู่ : ศาสนา  
พิมพ์หน้านี้


อิทานิ ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส, ปรินิพฺพานโต ปฏฺฐาย, อฏฺฐจตฺตาฬีส   สํวจฺฉรุตฺตรปญฺจ สตาธิกานิ, เทฺว สํวจฺฉรสหสฺสานิ อติกฺกนฺตานิ, ปจฺจุปนฺนกาลวเสน, ผคฺคุณ มาสสฺส,  ตติยํ ทินฺนํวารวเสน ปน, คุรุ วาโร โหติ, เอวํ ตสฺส ภควโต ปรินิพฺพานา, สาสนายุกาลคณนา, สลฺลกฺเขตพฺพาติ อิโต ปรํ สกฺกจฺจํ ธมฺโม โสตพฺโพติ.

ศุภมัศดุ พระพุทธศาสนายุกาล, จำเดิมแต่ปรินิพพานแห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาค, อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น, บัดนี้ล่วงแล้ว ๒๕๔๘ พรรษา ปัจจุบันสมัย, มีนาคมมาศ, สุรทินที่  พฤหัสบดีวาร, พระพุทธศาสนายุกาล, จำเดิมแต่ปรินิพพาน, แห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, มีนัยอันจะพึงกำหนดนับด้วยประการฉะนี้,

ก็แลวันธรรมสวณะ  เบื้องหน้านั้น ก็จักมีในวันที่  มีนาคม ตรงกับวันพุธ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน  นี้   เบื้องหน้าแต่นี้ ขอให้สาธุชนพุทธบริษัทพร้อมทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิต, พึงตั้งสมันนาหารจิต สดับธรรมภาษิตเทศนา ซึ่งจักได้สังวรรณาต่อไป, ด้วยความเคารพเทอญ.

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส. ( ๓ จบ )

สายเมเก  ทิสฺสนฺติ, ปาโต ทิฏฐา พหู ชนา, ปาโต เอเก  ทิสฺสนฺติ, สายํ ทิฏฺฐา พหู ชนนฺติ.

ตอนเช้า ยังเห็นกันอยู่มากคน, พอตกเย็น บางคนก็ไม่เห็น, เมื่อเย็น ยังเห็นกันอยู่มากคน, ตกถึงเช้า  บางคนก็ไม่เห็น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น, ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง.

 โอกาสบัดนี้ อาตมภาพก็จักได้บรรยายธรรม อธิบายภาษิตที่ได้กล่าวตั้งไว้  เบื้องต้น เพื่อเพิ่มศรัทธาความเชื่อ ปสาทะความเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา และเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาในการปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีความสนใจในทางธรรม ดังจักได้วิสัชนาในลำดับต่อไป

(อาตมา เมื่อรวมกับคำว่า ภาพ เป็นคำสมาส เขียนเป็น อาตมภาพ อาด-ตะ-มะ-พาบ)

บทพุทธศาสนสุภาษิตที่ได้กล่าวตั้งไว้นั้น มีที่มาในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ สุตฺตนฺตปิฎก ขุทฺทกนิกาย มีเนื้อความเป็นภาษาบาลีว่า สายเมเก  ทิสฺสนฺติ, ปาโต ทิฏฐา พหู ชนา, ปาโต เอเก  ทิสฺสนฺติ, สายํ ทิฏฺฐา พหู ชนา. แปลความเป็นภาษาไทยว่า  ตอนเช้า ยังเห็นกันอยู่มากคน, พอตกเย็น บางคนก็ไม่เห็น, เมื่อเย็น ยังเห็นกันอยู่มากคน, ตกถึงเช้า บางคนก็ไม่เห็น. สุภาษิตบทนี้แสดงให้เห็นความจริงประการหนึ่งของชีวิต ว่าการมีชีวิตอยู่ของคนเรานั้นตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน แม้บุคคลที่เราประสบพบเจอในขณะนี้ ก็ไม่แน่ว่าในเวลาต่อไปเราจะพบบุคคลคนนั้นอีก เพราะเหตุแห่งการตายอันจะเกิดขึ้นแก่ตัวเราและสัตว์ทั้งหลาย เป็นสิ่งยากที่จะกำหนดหรือป้องกันไว้ได้ ทั้งเหตุแห่งการตาย  อาการตาย เวลาตาย สถานที่ตาย เราก็ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ แม้จะสามารถป้องกันได้ในบางกรณี  เช่น เมื่อเราเจ็บป่วยเราก็เยียวยารักษา อุบัติเหตุบางอย่างเราสามารถป้องกันได้ แต่ก็เป็นเพียงการประวิงเวลา หรือการยืดเวลาแห่งการตายออกไปเท่านั้น เปรียบเหมือนเรือไม้ผุลำหนึ่งที่ล่องไปในแม่น้ำหรือทะเลซึ่งเรือลำนี้เป็นเรือที่มีรอยรั่วอยู่เสมอ แม้เราจะพยายามอุดรอยรั่วของเรือสักเท่าไร ก็ไมสามารถอุดรอยรั่วให้หมดไปได้ และในที่สุดเรือนั้นก็จมลงสู่ท้องน้ำ ฉันใดก็ฉันนั้น ชีวิตการเป็นอยู่ของคนเราก็เช่นเดียวกัน แม้เราจะประคับประคองดูแลเยียวยารักษาจนสุดความสามารถ ก็ไม่สามารถต้านทานต่อพญามัจจุราชคือความตายไว้ได้ เพราะฉะนั้นเราจึงควรเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเพื่อที่จะรับมือกับความตาย ซึงเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นกับตัวเราอย่างแน่นอน ด้วยการตั้งอยู่ในความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ไม่ประมาทในการอยู่ร่วมกัน รักษาความไม่ประมาทไว้ดุจทรัพย์อันมีค่าดังบทพุทธศาสนสุภาษิตในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ สุตฺตนฺตปิฎก ขุทฺทกนิกาย มีเนื้อความเป็นภาษาบาลีว่า 

อปฺปมาทญฺจ เมธาวี, ธนํ เสฏฐํว รกฺขติ. แปลความเป็นภาษาไทยว่า ปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้ เหมือนทรัพย์ประเสริฐสุด ที่กล่าวว่ารักษาความไม่ประมาทเหมือนทรัพย์ประเสริฐสุดนั้น เพราะการตั้งอยู่ในความไม่ประมาทนั้น ย่อมรักษาไว้ได้ทั้งทรัพย์ภายนอกและทรัพย์ภายใน ที่กล่าวว่าทรัพย์ภายนอกคือวัตถุสิ่งของอันมีค่า บุคคลอันเป็นที่รัก ชีวิตร่างกายของคนเรา  ทรัพย์ภายในคือ คุณธรรมความดีที่มีอยู่ในจิตใจ คนไม่ประมาทย่อมไม่ตายจากคุณธรรมความดี   และหากปฏิบัติจนถึงที่สุดย่อมเข้าถึงพระนิพพานคืออมตะธรรม หมายถึงธรรมอันไม่ตาย สมดังบทพุทธศาสนสุภาษิตในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ สุตฺตปิฎก ขุทฺทกนิกาย มีเนื้อความเป็นภาษาบาลีว่า  

อปฺปมตฺตา  มียนฺติ. แปลความเป็นภาษาไทยว่า ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย ใจความแห่งภาษิตนี้มุ่งหมายเอาความไม่ตายแห่งจิตวิญญาณ อันเกิดจากการพัฒนา ฝึกฝน อบรมยกระดับทางจิตวิญญาณจนถึงจุดสูงสุดคือพระนิพพาน ซึ่งเป็นอมตะธรรม ผู้ที่จะเข้าถึงพระนิพพานได้ต้องอาศัยคุณธรรมอยู่ด้วยกันหลายประการ แต่ประการหนึ่งที่สำคัญคือความเพียร ดังบทพุทธศาสนสุภาษิตในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ สุตฺตปิฎก ขุทฺทกนิกาย มีเนื้อความเป็นภาษาบาลีว่า  

วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ. แปลความเป็นภาษาไทยว่า คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร คำว่าทุกข์ในที่นี้มีความหมายกว้างขวางหลายประการ ในเบื้องต้นคือความทุกข์ทางกาย หมายถึงความทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ในทางกาย ความป่วย ความไม่สบาย ความไม่พอเพียงทางเศรษฐกิจ คือความยากจน ข้อนี้จะเห็นได้ชัดว่า บุคคลผู้มีความขยันหมั่นเพียรในการประกอบสัมมาอาชีพ ย่อมขจัดเสียได้ซึ่งความทุกข์อันเกิดจากความไม่พอเพียงทางเศรษฐกิจ แต่ในที่นี้นอกจากจะต้องมีความเพียรแล้ว ยังจักต้องมีคุณธรรมอย่างอื่นประกอบด้วย อันมีกล่าวใน ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธัม   คือธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในปัจจุบัน, หลักธรรมอันอำนวยประโยชน์สุขขั้นต้น มีด้วยกัน   ประการ คือ

๑.อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่นคือ ขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติหน้าที่การงาน ประกอบอาชีพอันสุจริต มีความชำนาญ รู้จักใช้ปัญญาสอดส่องตรวจตรา หาอุบายวิธี สามารถจัดดำเนินการให้ได้ผลดี

๒.อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษา คือ รู้จักคุ้มครองเก็บรักษาโภคทรัพย์และผลงานอันตนได้ทำไว้ด้วยความขยันหมั่นเพียร โดยชอบธรรม ด้วยกำลังงานของตน ไม่ให้เป็นอันตรายหรือเสื่อมเสีย

๓.กัลยานิมิตตตา คบคนดีเป็นมิตรคือ รู้จักกำหนดบุคคลในถิ่นที่อาศัย เลือกเสวนาสำเหนียกศึกษาเยี่ยงอย่างท่านผู้ทรงคุณคือมีศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา

๔.สมชีวิตา มีความเป็นอยู่เหมาสม คือ รู้จักกำหนดรายได้และรายจ่ายเลี้ยงชีวิตแต่พอดี มิให้ฝืดเคืองหรือฟูมฟาย ให้รายได้เหนือรายจ่าย มีประหยัดเก็บไว้

ทั้ง  ประการที่กล่าวมา คือหลักธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในปัจจุบัน  นอกจากนั้นความเพียรคือคุณธรรมข้อหนึ่ง ที่นำบุคคลไปให้ถึงซึ่งความสำเร็จในกิจการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการงาน การปฏิบัติธรรม มีชื่อเรียกว่า อิทธิบาท  คือคุณเครื่องให้ถึงความสำเร็จ, คุณธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จแห่งผลที่มุ่งหมายมี  ประการ คือ

๑.ฉันทะ ความพอใจคือ ความต้องการที่จะทำ ใฝ่ใจรักจะทำสิ่งนั้นอยู่เสมอ และปรารถนาจะทำให้ได้ผลดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

๒.วิริยะ ความเพียรคือ ขยันหมั่นประกอบสิ่งนั้นด้วยความพยายาม เข้มแข็ง อดทน เอาธุระไม่ท้อถอย

๓.จิตตะ ความคิดคือ ตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำและทำสิ่งนั้นด้วยความคิด เอาจิตฝักใฝ่ ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอยไป

๔.วิมังสา ความไตร่ตรอง หรือ ทดลองคือ หมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญตรวจตราหาเหตุผลและตรวจสอบข้อยิ่งหย่อนในสิ่งที่ทำนั้น มีการวางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุงเป็นต้น

หลักธรรมทั้ง  ประการนี้เมื่อบุคคลปฏิบัติได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ ย่อมทำกิจที่ตนมุ่งหมายได้สำเร็จ ลำดับสุดท้ายที่สำคัญยิ่งเกี่ยวกับความเพียร เพราะเป็นหลักธรรมสำคัญ ที่จัดอยู่ในอริยมรรค คือ หนทางที่นำไปสู่ความดับทุกข์โดยสิ้นเชิง เรียกว่า สัมมาวายามะ ความพยายามชอบ  เป็นความพยายามที่ถูกที่ควรได้แก่ ปธาน หรือ สัมมัปปธาน  คือ

๑.สังวรปธาน เพียรระวังหรือเพียรปิดกั้นคือ เพียรระวังยับยั้งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น

๒.ปหานปธาน เพียรละหรือเพียรกำจัดคือ เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว

๓.ภาวนาปธาน เพียรเจริญหรือเพียรก่อให้เกิดคือ เพียรทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดมีขึ้น

๔.อนุรักขนาปธาน เพียรรักษาคือ เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งมั่น และให้เจริญยิ่งขึ้นไปจนไพบูลย์

อันบุคคลเมื่อถึงพร้อมซึ่งความเพียรทั้ง  ประการ ย่อมไม่พึงหวั่นเกรงต่อความตายอันจะมาถึง เพราะถึงแม้ว่าจะไม่เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน ก็ยังได้ชื่อว่าปิดเสียแล้วซึ่งนรกและอบายภูมิ  ทาง อันจะนำไปสู่ที่ชั่วได้ถูกปิดลงแล้ว เมื่อบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่ ก็อยู่ด้วยความเบิกบาน เมื่อความตายจะมาถึงก็ไม่สะพรึงกลัว เพราะถ้าภพเบื้องหน้ามี ย่อมเข้าถึงสุขติโลกสวรรค์ เมื่อเราท่านทั้งหลายเห็นอยู่ ซึ่งประโยชน์แห่งความเพียรเช่นนี้ ก็พึงกระทำซึ่งความเพียร ในการสร้างบุญกุศล เพียร ลด ละ เลิก ในบาปอกุศลเสียแต่บัดนี้

เพียรทำดี เร่งสร้าง ทางกุศล              จะเกิดผล คือสุข เกษมศรี

เพียรละชั่ว หยุดสร้าง ทางไม่ดี           อเวจี ถูกปิด สนิทนาน

ก่อกำแพง มาปิด อกุศล                   ทำลายหน ทางบาป หยาบไพศาล

ก่อให้เกิด สิ่งดี อยู่ชั่วกาล                 รักษางาน ของบัณฑิต จิตซื่อตรง

คนขยัน นั้นขึ้นชื่อ ผู้ฉลาด                 คนเป็นปราชญ์ เร่งคิด ปิดทางหลง

คนไม่ทุกข์ ก็เพราะ รู้จักปรง              คนสูงส่ง เพราะยกจิต ปิดอบาย

สุดท้ายนี้อาตมภาพขออ้างเอาคุณพระศรีรัตนะไตรขอจงดลบันดาลให้ท่านสาธุชนทั้งหลาย จงเป็นผู้ปราศจาก ทุกข์ โศก โรค ภัย  เป็นผู้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ในการบรรยายธรรมในวันนี้ ก็เห็นว่าเป็นเวลาอันสมควร จึงขอสมมุติยุติการชี้แจงแสดงธรรมไว้ลงคงแต่เพียงเท่านี้  เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้.

สุวิริโย

            มีนาคม  ๒๕๔๘


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ดีเจพะโล้ วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 02.31 น.
http://www.oknation.net/blog/djpalo


เป็นคำเทศนาที่ไพเราะและได้ใจความยิ่ง ครับ

กระผมทึ่ง ในงานเขียนของพระคุณเจ้า
ความคิดเห็นที่ 2
สุวิริโย วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 18.27 น.
http://www.oknation.net/blog/19

สวัสดียามเย็น เจริญพรคุณโยม...
ความคิดเห็นที่ 1
BlueHill วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 16.17 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

นมัสการครับพระคุณเจ้า
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น: