• สุวิริโย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wat.thahin@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 343
  • จำนวนผู้ชม : 91279
  • จำนวนผู้โหวต : 221
  • ส่ง msg :
Bakery ส่งต่อความรัก-Piano Version

เพลงรักสำหรับทุกคน

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



คุณรู้สึกว่าการเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร ?
สดใส รุ่งอรุณประเทศไทย
0 คน
น่าศึกษาเรียนรู้
1 คน
ยังไงก็ได้ สบายอยู่แล้ว
0 คน
สำคัญสุดๆสำหรับเรา
0 คน
คิดว่าเหมือนดูหนังจีน
0 คน
พรรคการเมือง นักการเมืองดีๆ คงต้องรอชาติหน้า
1 คน
มีแต่เรื่องผลประโยชน์
1 คน
น้ำเน่า
0 คน
จะเป็นยังไง ชีวิตเราก็เหมือนเดิม
1 คน
อื่นๆ
0 คน

  โหวต 4 คน
วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม 2551
~(๑)~ Blog Talk ศีลคือรั้วกั้นความชั่ว รัฐธรรมนูญมาตรา 237 และ 190 วรรคสอง คือรั้วกั้นนักการเมืองชั่ว ~(๙)~
Posted by สุวิริโย , ผู้อ่าน : 509 , 02:17:51 น.  
พิมพ์หน้านี้


ที่มาของภาพ http://www.vcharkarn.com/varticle/32385

พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้อริยสัจ ๔ พระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่าปัญหาต้องดับที่เหตุ ต้นเหตุแห่งความทุกข์ของมนุษย์(สมุทัย)คือความอยาก ความต้องการ ความคาดหวัง ที่ก่อให้เกิดทุกข์เรียกว่าตัณหา

วิธีการในการแก้ปัญหาเรียกว่า “อริยมรรคมีองค์ ๘” ย่อลงเหลือสามคือ ศีล สมาธิ และปัญญา

ศีลใช้สำหรับการดับกิเลสอย่างหยาบ ที่ว่าเป็นกิเลสอย่างหยาบเพราะเป็นพฤติกรรมที่เราสามารถมองเห็นได้ มีการทำร้ายเบียดเบียนต่างๆเป็นต้น

ที่มาของภาพ http://www.oknation.net/blog/choudej/page2

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต กล่าวไว้ว่า “ศีลคือรั้วกั้นความชั่ว”

ที่มาของภาพ http://www.oknation.net/blog/nity/category/ReportSpecial

ในรายการสนทนาประสาสมัครทางช่อง NBT ในวันอาทิตที่ผ่านมาคุณสมัครได้อ้างถึงคำสอนของพระพุทธองค์ว่า พระพุทธองค์ทรงสอนว่า “ปัญหาต้องดับที่เหตุ” ดังนั้นจึงต้องแก้ที่เหตุของปัญหาด้วยการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 237 วรรคสอง และมาตรา 190 วรรคสอง

ซึ่งถ้าดูตามเนื้อหาของรัฐธรรมนูญมาตรา 237 จะพบว่าเป็นมาตราที่ป้องกันไม่ให้หัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคทำทุจริตการเลือกตั้งที่ร้ายแรง คือการโกงการเลือกตั้งที่ทำให้โดนใบแดง หัวหน้าพรรคและคณะการบริหารพรรคจะมีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดไม่ได้

กฎหมายรัฐธรรมนูญคือส่วนปลีกย่อยของศีล คือสิ่งที่แตกแขนงออกมาจากศีลห้า อันมีเจตนาป้องกันการล่วงละเมิดสิทธิของคนในสังคม ที่เรียกว่ากรอบกติกา เช่นเดียวกันกับความหมายของคำว่าศีลที่หลวงปู่มั่นได้ให้ความหมายไว้ว่า “ศีลคือรั้วกั้นความชั่ว”

เพราะฉะนั้นก็จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวคือรั้วกั้นไม่ให้นักการเมืองมีส่วนในการโกงการเลือกตั้งโดยเด็ดขาด ถ้าขืนทำก็จะมีโทษถึงขั้นถูกยุบพรรค

ส.ส.จะอ้างว่าไม่ทราบไม่ได้ การลงสมัครรับเลือกตั้งหมายถึงการยอมรับในกรอบกติกานี้

สิ่งที่คุณสมัครพูดเป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่ยอมรับในกรอบกติกา ไม่ยอมรับว่าห้ามโกงการเลือกตั้ง การแก้รัฐธรรมนูญมาตรานี้หมายถึงการเปิดช่องให้สามารถโกงการเลือกตั้งได้โดยไม่มีผลกระทบอะไรต่อพรรคการเมืองที่ตนสังกัด

และที่สำคัญมาตรา 237 ยังบ่งชัดด้วยว่า หัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคห้ามโกง นี่เป็นบรรทัดฐานที่ทำให้พรรคการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้งมาอย่างบริสุทธิเท่านั้นที่สามารถคงอยู่บริหารประเทศได้

คุณสมัครไม่ยอมรับในกติกานี้ แล้วยังมีหน้ามาอ้างพุทธพจน์อ้างคำพูดของพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ทรงสอนให้ดับเหตุแห่งทุกข์ แต่สิ่งที่คุณสมัครคิดจะทำคือการเปิดช่องให้ตนเองและพรรคพวกที่ทำผิดกติกาดำรงอยู่ได้ มันเป็นคนละเรื่องกัน เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่พระพุทธทรงสอน ขอเจริญพร

สุวิริโย ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21
ting วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 06.03 น.
http://www.oknation.net/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง

นมัสการค่ะ
"..ศีลคือรั้วกั้นความชั่ว.."
ความคิดเห็นที่ 20
สุวิริโย วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 00.54 น.
http://www.oknation.net/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...

ขออภัยในความผิดพลาด คำว่า “อริยมรรคมีองค์ ๘” ผิด ที่จริงต้องเป็น "มรรคมีองค์ ๘" ส่วน อริยมรรคนั้นมี ๑๐
เป็นการใช้คำผิด
ขอเจริญพร
ความคิดเห็นที่ 19
a r t l e k l e k วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 19.23 น.
http://www.oknation.net/blog/artleklek
เขียนในสิ่งที่คิด...ผิดก็ช่าง...ไม่ผิดก็ช่าง!!..

คนข้างบ้านหนูนะ ชอบเอาเทปพระสวดมาเปิด
เปิดฟังคนเดียวไม่พอ ชอบใช้เครื่องขยายเสียง
เผื่อแผ่ให้คนบ้านใกล้เคียงฟังด้วย
หนูไม่ชอบฟังเสียงพระสวด เพราะได้ยินทีไร
รู้สึกเหมือนจะมีวิญญาณอยู่ใกล้ๆ คือกลัวผีน่ะค่ะ
แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันอยู่ที่ หนูรู้สึกว่า
เค้าทำตัวเหมือนคนใกล้ธรรมะ แต่เป็นที่รู้กันของชาวบ้านว่า
บ้านหลังนั้นเป็นคนค่อนข้างเห็นแก่ตัว ไม่แบ่งปันอะไรให้ใคร
ไม่ให้ใครหยิบฉวยอะไรของตัว ไม่คบค้าสมาคมกับคนอื่น
แต่ชอบไปวัด เคยเอาต้นสะตอมาปลูกในที่ดินบ้านหนู
เพราะบ้านตัวเองไม่มีที่ดินให้เบียดเสียด
เค้าบอกว่า ปลูกไว้ตรงนี้โตขึ้นจะได้เก็บกิน หนูก็ไม่เข้าใจว่า
ถ้ามันโตขึ้นหนูไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จะโดนเค้าด่าหรือปล่าว
เพราะขนาดไม้ล้มลุกที่มันขยายพันธ์ได้ง่าย ลุกลามไปสวนอื่น
ใครไปเด็ดของแก แกด่าซะจนคนเก็บไปกินท้องเสียเลยล่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 18
feng_shui วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 18.40 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

นมัสการ พระคุณเจ้า

ธรรมะแห่งนักการเมืองดูน่าเชื่อถือน้อยหรือไม่คะ
ความคิดเห็นที่ 17
Canไทเมือง วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 11.20 น.
http://www.oknation.net/blog/canthai

ลุงหมักสอนธรรมะ อ้างอิงธรรมะผิดๆ
เล่าพุทธประววัติเพี้ยนๆ
สมควรให้ผู้รู้ขัดเกลา

แค่ สัมมาวาจา ลุงหมักยังทำไม่ได้แล้วจะไปถึงไหน
ความคิดเห็นที่ 16
คุณแม่น้องโมโนนะโม วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 09.19 น.
http://www.oknation.net/blog/amorn3

กราบนมัสการพระคุณเจ้าค่ะ
ตอนนี้ทุกคนที่รักชาติบ้านเมืองกำลังใจยิ่งถดถอย เพราะนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะยาวทำไม่เป็น วัน ๆได้แต่หลอกรากแก้ว นับวันประเทศไทยยิ่งถอยหลังลงเหว หนี้สาธารณะบานตะไท เงินหมด ขูดรีดภาษี ดอกเบี้ยเงินกู้ปรับขึ้น ทำมาหากินก็ลำบาก จะเอาเงินที่ไหนชำระหนี้ อยู่กับความพอเพียง และประหยัด รัดเข็มขัดทุกรูขุมขน น่าสังเวชตัวเองที่สุจริต พวกคนคดโกงยังไม่ตกนรกเสียที่ กรรมไม่ติดจรวด ขออนุญาตท่านยมฯ ถ่ายทอดสดถึงพวกนี้เวลาตายจะเป็นอย่างไร อยากเห็นสภาพจริงคะ ไม่ได้สมน้ำหน้า แต่ขอสาปไม่ให้มาเกิดอีกทำความฉิบหายแก่บ้านเมือง อึดอัดใจจริง ๆ พระคุณเจ้า
ความคิดเห็นที่ 15
สุวิริโย วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 03.16 น.
http://www.oknation.net/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...

นักการเมืองที่พัฒนาตน นำพาสู่ความเจริญ จะโดนกลั่นแกล้งใส่ร้ายอย่างไรก็ไม่สนใจ ไม่ทำร้ายตอบ มุ่งแต่การศึกษาและฝึกฝนตนเอง ยิ่งนานวันยิ่งเก่งกาสมีความสามารถ

นักการเมืองที่ทำลายคนอื่น ตนก็ไม่ได้พัฒนาขึ่น เพราะเสียเวลากับการมุ่งร้ายฝ่ายตรงข้าม

ช่วงชีวิตของนักการเมืองไม่ดี(เลว) ดำรงอยู่ได้ด้วยการทำลายฝ่ายตรงข้าม ให้ร้ายฝ่ายตรงข้าม หากินกับความไม่เท่าทันของชาวบ้าน เป็น ส.ส. สิบสมัยชาวบ้านก็ยังจนเหมือนเดิม ส่วนนักการเมืองคนนั้นมีเงินมากมาย แต่จมอยู่กับความทุกข์ที่เป็นผลจากความคิดในทางร้าย

ส่วนช่วงชีวิตของนักการเมืองที่ดี มุ่งพัฒนาตนเองและส่วนรวม ชีวิตทางการเมืองจึงมีแต่ดีขึ้น จังหวัดนั้นก็เจริญ คนมีรายได้ฐานะดี มีการศึกษา ไม่ยากจน นักการเมือคนนั้นอาจมีเงินไม่มาก แต่มีความสุข จิตใจอิ่มเอิบด้วยความดีที่ทำไว้
ขอเจริญพร
ความคิดเห็นที่ 14
จันทร์เสี้ยวบางนรา วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 17.13 น.
http://www.oknation.net/blog/kt
merdeca

มนัสการพระคุณเจ้า
ผมอ่านและฟังเรื่องนี้แล้ว นับเป็นคุณกับสังคม และเป็นการสอนคนที่ชอบอ้างศีล แต่กลับไม่ปฎิบัติตามศีล
แล้วมักใช้ศีล เป็นเครื่องมือ
ขอบคุณพระคุณท่านที่ให้ความกระจ่างครับ
ความคิดเห็นที่ 13
sehan วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 16.48 น.

เรื่องที่ท่านว่ามานี้ก็ไม่ผิดดอก แต่บางเรื่องมันเกินไป ท่านช่วยเทศสอนพันทะมิดฯหน่อยเรื่อง การลดละซึ่งโทสะ โลภะ โมหะ ให้เคารพสิทธิของคนอื่น ใช้สิทธิตนเท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ก็จะเป็นผู้ที่ไม่เบียดเบียน มหาสติปัฏฐานสูตรคือทางบรรลุซึ่งความดีสูงสุด การเจริญสติการบำเพ็ญทางจิตเท่านั้นที่ทำให้บรรลุเข้าถึงสัจจธรรมได้ การยึดมั่นถือมั่นในความดีเป็นแต่จะพวกพูนอัตตา เมื่อเห็นความพกพร่องของผู้อื่นบ้างก็พาลขุ่นเคือง ไม่นำพาสันติภาพและความสงบเย็นแห่งชีวิตและสังคมได้ สำนักหนึ่งนั้นผมเคยเป็นลูกศิษย์และเคยศรัทธาสูงสุด
ความคิดเห็นที่ 12
BlueHill วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 16.19 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

นมัสการครับพระคุณเจ้า
นายกฯสมัครคงเป็นทุกข์เพราะปาก ใช้ปากทำงานครับ
ความคิดเห็นที่ 11
นายยั้งคิด วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 15.13 น.
http://www.oknation.net/blog/political79

ขออภัยครับ ขอแก้ข้อความบรรทัดสุดท้ายของคห.10(ของผมเอง) ที่พิมพ์ไว้ว่า"หวังว่านายกฯจะไม่รับการชี้ทางสว่างนี้ด้วย"นั้น เป็น "หวังว่านายกฯจะรับการชี้ทางสว่างนี้ด้วย" ขอบคุณครับ.
ความคิดเห็นที่ 10
นายยั้งคิด วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 15.04 น.
http://www.oknation.net/blog/political79

พระคุณเจ้าเทศน์โปรดนายกฯสมัครโดยตรงเช่นนี้ คนทั่วๆไปมองว่าเป็นเรื่องดี เพราะความเห็นหรือการกระทำของนายกฯมีผลกระทบต่อสังคมไทยอันมีโครงสร้างหลักอยู่ในกรอบของพุทธศาสนาโดยตรงเช่นกัน ในเมื่อนายกฯจะมีความเห็นเพื่อที่จะทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อความไม่ถูกต้องจึงสมควรที่พระคุณเจ้าต้องออกมาเทศน์โปรดเช่นนี้ และหวังว่านายกฯจะไม่รับการชี้ทางสว่างนี้ด้วย.
ความคิดเห็นที่ 9
ไอ้เสือน้อย วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 13.15 น.
http://www.oknation.net/blog/bravo

กราบนมัสการครับ
เห็นด้วยครับหลวงพี่ ศิลคือรั้วกั้นความชั่ว
ความคิดเห็นที่ 8
ดินสอ_สำราญ วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 12.45 น.
สิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี สิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้จึงดับไป

กราบนมัสการ พระคุณเจ้าครับ
บทความพระคุณเจ้า เป็นประโยชน์กับ ผม มากครับ
ความคิดเห็นที่ 7
จุ่มเท้าทะเลฝัน วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 12.36 น.
http://www.oknation.net/blog/lovemyself
อย่าคิดรำคาญ เพราะเดี่ยวก็ไป แค่พักร้อนผ่อนคลายเท่านั้นเอง

เสียงไม่ค่อยดังคะ
ความคิดเห็นที่ 6
ดีเจพะโล้ วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 12.11 น.
http://www.oknation.net/blog/djpalo

กราบนมัสการครับพระคุณเจ้า
ศิลคือรั้ว
ความคิดเห็นที่ 5
บินหลาหาดใหญ่ วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 12.10 น.
http://www.oknation.net/blog/witphoto
Witphoto Photographers TH 

กราบนมัสการพระเดชพระคุณท่านสุวิริโย
ความคิดเห็นที่ 4
Kanok วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 10.48 น.
http://www.oknation.net/blog/kanokrat

"..ศีลคือรั้วกั้นความชั่ว.."
ผมจะจดจำไว้สอนหลานๆครับหลวงพี่
ความคิดเห็นที่ 3
ซันญ่า วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 04.32 น.
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS


ผู้ที่จะเข้ามาบริหารประเทศหากขาดความรู้ทางธรรมแล้วจะนำพาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองได้ยาก...เพราะกิเลสมันขว้าง
อยู่ข้างหน้า.........กราบนมัสการพระคุณเจ้า เจ้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
สุวิริโย วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 02.41 น.
http://www.oknation.net/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...

บวชมานานแล้ว แต่ตอนแรกที่เปิดบล็อกไม่ได้คิดว่าจะแสดงตนจึง ใช้ภาษาในการคอมเม้นข้อความที่กลมกลืนกับบล็อกเกอร์อื่น ขออภัยด้วยที่ไม่ได้แจ้งให้ทราบตั้งแต่แรก ขอเจริญพร
ความคิดเห็นที่ 1
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 02.30 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


แวะมานมัสการค่ะหลวงพี่

ไม่เม้นท์นะค่ะ คือ หนูไม่ถูกกับการเมืองอย่างแรงค่ะ

แค่จีวรนี่หนูก็จะแย่แล้ว บทเทศนาอีก แค่อยากแวะมาเยี่ยมเหมื่อนตอนหลวงพี่ยังไม่ได้บวชอ่ะค่ะ

แวะอย่างเดียว แหะ ๆ ลาหละค่ะหลวงพี่
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น: