• สุวิริโย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wat.thahin@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 431
  • จำนวนผู้ชม : 119025
  • จำนวนผู้โหวต : 246
  • ส่ง msg :
Bakery ส่งต่อความรัก-Piano Version

เพลงรักสำหรับทุกคน

View All
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน 2551
ไม่รู้จักใช้อย่างเหมาะสม ก็ต้องนอนระทมอยู่ในคุก เมื่อตกเป็นทาส ก็ต้องเป็นผู้รับใช้ ไม่ได้เป็นผู้ใช้ ....เริ่มด้วยข่าวพระมาจบที่การเมือง....
Posted by สุวิริโย , ผู้อ่าน : 114 , 01:23:35 น.   | หมวดหมู่ : หลักธรรม   การเมือง  
พิมพ์หน้านี้


ข่าวพระนอกรีตตั้งก๊วนส์โจ๋พี้น้ำกระท่อม ตร.บุกรวบ

เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 17 พ.ย.51 พ.ต.อ.สมชาย อ่วมถนอม รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.สมชาย มวยดี สวป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช และชุด ฉก.ราเมศวร์ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช สืบทราบว่าภายในกุฏิพระภิกษุที่จำพรรษาอยู่ในวัดมุขธารา ม.1 ต.ปากนคร อ.เมือง มีพระภิกษุในวัดดังกล่าวดัดแปลงกุฏิเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด จึงเข้าทำการสืบสวนจับกุม

เมื่อเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบได้เข้าไปตรวจสอบพบว่าในกุฏิดังกล่าวมีเสียงเพลงและเสียงคุยกันดังนั้นรวมทั้งกลิ่นบุหรี่และกลิ่นต้มใบกระท่อมโชยออกมาอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงเคาะประตูและเมื่อคนภายในเปิดประตูออกมาพบว่าในกุฏิถุกตกแต่งราวกับสถานบันเทิงคล้ายกับดิสโก้เทคย่อมๆ ส่วนกลุ่มวัยรุ่นเห็นเจ้าหน้าที่ต่างหน้าถอดสีและพยายามจะวิ่งหนีแต่เจ้าหน้าที่คุมตัวไว้ได้ทั้งหมด พบว่ามีพระภิกษุ 1 รูปและวัยรุ่นอีก 4 คน จึงคุมตัวมาสอบสวนทราบชื่อคือพระโชคดี สุขแก้ว อายุ 29 ปี พระลูกวัดดังกล่าว ส่วนวัยรุ่นที่เหลือคือนายจักรพันธ์ ไล่ชะพิษ อายุ 21 ปี นายกิตติชัย บัวหลวง อายุ 23 ปี อยู่ ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และยังมีเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปีอีก 2 คนทั้งหมดอยู่ในอาการสลึมลือมีอาการครองสติไม่อยู่อย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งไปยังผู้ปกครอง

ขณะที่เจ้าหน้าที่คุมตัวพระโชคดี สุขแก้ว ไปพบเจ้าอาวาสเพื่อทำการสึกจากสถานภาพพระภิกษุ จากนั้นคุมตัวมายัง บก.ภ.นครศรีธรรมราช ปรากฎว่าพระโชคดี หรือนายโชคดี ได้กล่าวกับ พ.ต.อ.สมชาย อ่วมถนอม รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ว่า ตำรวจทำไม่ถูกต้องที่ไปจับตัวเองสึกมาจากความเป็นพระ ทั้งๆที่ตนเองไม่ได้ผิดถึงขั้นปาราชิก ในทางพระนั้นผิดแค่ปาจิตตีย์เท่านั้น ก่อนที่ พ.ต.อ.สมชาย จะย้อนถามว่าแล้วจะเป็นพระต่อไปอีกทำไมอยู่ไปรังจะทำให้ศาสนาเสื่อม และบอกต่อว่าพระนอกรีตอย่างนี้ถูกจับสึกมาเยอะแล้วแม้กระทั่งระดับเจ้าอาวาส ทำให้นายโชคดีหรืออดีตพระโชคดียอมรับแต่โดยดีก่อนคุมตัวเข้าห้องควบคุมเพื่อรอส่งศาลดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป.

ที่มาของข่าวจาก http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=349243

การเสพใบกระท่อมตามข่าว ในทางพระวินัยถือเป็นลหุกาบัติ คือเป็นอาบัติอย่างเบาเป็นความผิดที่สามารถแก้ไขได้เรียกว่าอาบัติปาจิตตีย์ก็จริงอยู่ แต่หากเป็นเรื่องที่ทำผิดกฎหมายบ้านเมืองก็ต้องสึกออกไปรับโทษทางบ้านเมืองด้วย เพราะพระภิกษุนอกจากต้องอยู่ภายไต้พระธรรมวินัยแล้ว “ยังต้องอยู่ภายไต้กฎหมายบ้านเมือง และกฎมหาเถระสมาคม”

แต่แม้ว่าพระภิกษุจะต้องอยู่ภายไต้กฎระเบียบมากมายก็ใช่ว่าจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย กรรมดีและกรรมชั่วขึ้นอยู่กับเจตนาเป็นสำคัญ

หากเจตนาดี มีวิธีการที่เหมาะสม สังคมก็ยอมรับ(สังคมของคนดี)

ปัญหาสังคมในปัจจุบันแผ่ขยายไปทั่วทุกองค์กร ไม่เว้นแม้กระทั่งคณะสงฆ์ ที่เป็นเช่นนี้เพราะความไม่สมดุลของสังคม ที่เกิดจากความไม่สอดคล้องระหว่างความเจริญทางวัตถุและความเจริญทางจิตใจ “เทคโนโลยีสูงล้ำ แต่ใจคนกลับตกต่ำ”

ทุกสิ่งที่มนุษย์ค้นพบมีทั้งคุณและโทษ สิ่งที่เรานำมาใช้จะเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษก็ขึ้นอยู่กับการว่า “การนำมาใช้นั้นเหมาะสมหรือไม่” หากไม่มีความเหมาะสมก็กลายเป็นโทษไป ดังในข่าว ที่จริงใบกระท่อมมีสรรพคุณทางยาสามารถใช้ในการรักษาโรคความดัน, โรคกระเพาะ และโรคเบาหวาน แต่หากไม่ได้นำมารักษาโรคแต่นำมาใช้เสพเพื่อให้เกิดความมึนเมาก็กลายเป็นโทษไป

นักการเมืองที่เห็นที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็เช่นกัน “เสพติดอำนาจ” มีอำนาจแต่กลับไม่ใช้อำนาจในทางที่ถูก ผลก็อย่างที่รัฐบาลกำลังได้รับอยู่ ที่จริงไม่ควรเรียกว่าใช่อำนาจ แต่ควรเรียกว่า “อำนาจใช้ คือเป็นทาสของอำนาจเงินทอง” เมื่อตกเป็นทาสก็ต้องทำทุกอย่างให้ตนอยู่ในอำนาจ แม้จะต้องทำในเรื่องที่ผิดศีลธรรมและกฎหมาย ลักษณะอาการเช่นนี้คงไม่ต่างอะไรกันมากกับคนที่ติดยาเสพติดที่ต้องทำผิดเพื่อให้ได้เสพยา

ในเครือข่ายของคนเสพยาต้องมีการขยายกลุ่มผู้เสพ นักการเมืองคอรัปชั่นก็เช่นเดียวกัน คือมีการขยายเครือข่ายของการคอรัปชั่น ในกลุ่มผู้เสพยาไม่ถือว่าการเสพยาเป็นเรื่องผิด ในกลุ่มนักการเมืองคอรัปชั่นก็เช่นกันที่ไม่ถือว่าการคอรัปชั่นเป็นเรื่องผิด

หากทั้งบ้านทั้งเมืองมีแต่คนติดยาเต็มไปด้วยคนจิตปราสาทหลอนคงไม่ต่างอะไรจากเมืองผีดิบ แต่หากทั้งบ้านทั้งเมืองเต็มไปด้วยคนขี้โกง “สุดท้ายคนในสังคมจะเข่นฆ่ากันเป็นผักปลา” (นรกบนดิน) ตัวอย่างเหล่านี้มองเห็นได้ไม่ยาก คือดูจากประเทศที่มีการคอรัปชั่นมากที่สุดในโลกว่า “บ้านเมืองเขาเป็นอย่างไร”

ท้ายที่สุดไม่มีใครหนีพ้นผลของการกระทำ แม่ว่าเคยมีเงินเป็นแสนล้าน แต่กลับถูกประจานไปทั่วโลก ก็เพราะตกเป็นทาสของเงิน เคยเป็นนายกรัฐมนตรีกลับกลายเป็นผู้ร้ายหนีคดี ก็เพราะตกเป็นทาสของอำนาจ เมื่อตกเป็นทาส ก็ต้องเป็นผู้รับใช้ ไม่ได้เป็นผู้ใช้


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
สุวิริโย วันที่ : 19/11/2008 เวลา : 18.52 น.
http://www.oknation.net/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...

หากทำผิดถึงขั้นอาบัติปาราชิก ไม่สามารถบวชใหม่ได้....
กฏหมายเป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องรู้ อย่างน้อยก็เรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของเราที่จะต้องเกี่ยวข้อง มิเช่นนั้นก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ เป็นเช่นนั้นจริง
ขอเจริญพร
ความคิดเห็นที่ 3
tain9 วันที่ : 19/11/2008 เวลา : 18.10 น.
http://www.oknation.net/blog/tain9

ผมพยายามจะเรียกว่าคนที่บวชเป็นพระสงฆ์ แล้ววันหนึ่งเขาทำผิดกฏกติกาของการเป็นพระสงฆ์ ทุกคนจะต้องถูกจับสึกออกจากการเป็นพระสงฆ์ และควรห้ามบวชตลอดชีวิต หากสำนึกได้ในภายหลังคงสามารถถือศีลในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่งได้เพียงอย่างเดียว

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นกฏกติกา ควรจะมีการนำเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้กันอย่างทั่วถึงเป็นรูปธรรมครับ

เช่นเดียวกับเรื่องของกฏหมายบ้านเมืองเมื่อตราขึ้นมาจากนักากรเมือง จากผู้มีอำนาจในรูปแบบต่างๆ ต้องมีการให้ความรู้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพราะมีคนเกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าคนไทยต้องรับรู้กฏหมายไทยทุกอย่าง เมื่อผู้เกี่ยวข้อง ผู้มีอำนาจไม่สนใจใน้รื่องนี้อย่างจริงจัง จะให้ประชาชนรู้ได้อย่างไร

เช่นที่พระโชคดีเถียงตำรวจว่าตำรวจทำไม่ถูกที่จับเขาสึกจากพระเพราะฯ เขาคงนึกว่าตำรวจคงไม่เข้าใจเรื่องของพระเขาจึงกล้าพูดเช่นนั้น เมื่อตำรวจบอกให้รู้ว่าทำได้เขาจึงยินยอม

ไม่ต่างอะไรกับประชาชนเมื่อถูกตำรวจจับ ถ้าประชาชนคนนั้นเรียนกฏหมายมาเขาอาจจะต่อสู้คดีได้ถ้าเขาไม่ผิดจริงตามที่ตำรวจกล่าวหา แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่เรื่องกฏหมายจริงก็ต้องรับการกล่าวหาแบบงงๆต่อไปเพราะตำรวจเขาคิดว่าประชาชนคนนั้นไม่รู้เรื่องกฏหมายนั่นเองครับ
ความคิดเห็นที่ 2
ChaiManU วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 06.35 น.
http://www.oknation.net/blog/chaimanu
ทำงานให้สนุก มีความสุขกับการทำงาน

ข่าวแบบนี้ มีที่ นครศรีฯ บ่อยจัง

ทำไมนะ
ความคิดเห็นที่ 1
Schoolvoom วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 01.27 น.
http://www.oknation.net/blog/Schoolvoom

น้อมส่งเสด็จสู่สรวงสวรรค์
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
แวะมาคารวะผู้รู้ทุกท่าน มิตรผู้เยาว์
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน