วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม 2551
สายดิน....ที่คุณควรรู้
Posted by
แสงสีดำ
,
ผู้อ่าน : 260
, 15:08:23 น.
พิมพ์หน้านี้
สายดินคืออะไร 
สายดินคือสายไฟเส้นที่มีไว้เพื่อความปลอดภัยต่อการใช้ไฟฟ้า โดยจะต่อเข้ากับวัตถุ หรือส่วนโครงภายนอกของเครื่องไฟฟ้า เพื่อให้มีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์เท่ากับพื้นดิน 
|
| การต่อลงดินคืออะไร คือการใช้สายดินเป็นตัวนำ ทำให้เกิดการถ่ายเทประจุไฟฟ้า ระหว่างวัตถุกับพื้นดินและมีผลทำให้วัตถุนั้นมีศักย์ไฟฟ้าเท่ากับพื้นดิน |
| ทำไมต้องมีการต่อลงดินและมีสายดิน | - ป้องกันไม่ให้มีผู้ถูกไฟฟ้าดูดกรณีมีกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้า
- ป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ไม่ให้ชำรุดเสียหายง่าย
|
| สัญลักษณ์ของการต่อสายดิน - เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเครื่องหมาย
แสดงว่าต้องมีสายดิน โดยมักจะแสดงไว้ในตำแหน่งหรือจุดที่จะต้องต่อสายดิน - สีของสายไฟฟ้าเส้นที่แสดงว่าเป็นสายดิน คือสีเขียว หรือสีเขียวสลับเหลือง
|
|
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ต้องมีสายดิน เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 2 ซึ่งมีสัญลักษณ ์ดังนี้ อย่างใดอย่างหนึ่ง 
- เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กับแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 50 โวลต์ โดยต่อจากหม้อแปลงชนิดพิเศษที่ได้ออกแบบไว้เพื่อความปลอดภัย
|
| เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่ว กับสายดิน อย่างไหนดีกว่ากัน - เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่ว ในระบบไฟที่ไม่มีสายดิน กระแสไฟฟ้าที่รั่วออกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าจะไหลลงดิน
ไม่สะดวกทำให้เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วจะไม่ทำงาน นอกเสียจากไฟที่รั่วนั้นไหลผ่านร่างกายผู้ใช้ไฟฟ้าลงดิน ในปริมาณที่มากพอเครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วที่ดี ต้องมีความไวเพียงพอและสามารถตัดไฟฟ้าได้ภายใน ไม่เกิน 0.04 วินาที ขณะเดียวกันจะต้องไม่ไวมากเกินไปด้วย หากทำงานผิดพลาด ผู้ใช้ไฟฟ้าจะไม่ได้รับประโยชน์ จากเครื่องดังกล่าว
- สายดิน สายดินจะช่วยให้กระแสไฟฟ้าที่รั่วไหลลงดิน โดยไม่ผ่านร่างกายผู้ใช้ไฟฟ้า และวงจรป้องกัน
จะตัดไฟฟ้าออกเช่นเดียวกันในกรณีที่วงจรไฟฟ้านั้น มีเครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วและมีระบบสายดินอยู่ด้วย จะช่วยให้ระบบป้องกันไฟฟ้าดูดสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยจะทำงานเสริมซึ่งกันและกัน
|
| เราจะต่อสายดินให้ลงดินได้อย่างไร การต่อสายดินที่ถูกต้อง จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด โดยมีการต่อลงดินเพียงตำแหน่งเดียวที่ตู้เมนสวิตช์ เช่น ใช้สายทองแดงขนาดไม่ต่ำกว่า 10 ตารางมิลลิเมตร ต่อจากขั้วสายดินที่ตู้เมนสวิตช์แล้วต่อเชื่อมด้วยวิธีหลอมละลายกับแท่งทองแดงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม. ยาว 2.40 เมตร ที่ฝังลึกจมลงไปในดิน เป็นต้น
|
| การติดตั้งระบบสายดิน มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเท่าใด กรณีที่มีการติดตั้งระบบสายดิน ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าระบบไม่มีสายดินประมาณ 10% อย่างไรก็ตาม หากไม่มีระบบสายดินแล้วต้องการแก้ไขให้มีสายดินภายหลัง ค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ จะเพิ่มสูงมาก และไม่อาจกระทำได้ง่าย ๆ ยกเว้นจะมีการติดตั้งเพียงบางจุดที่เห็นว่าสำคัญเท่านั้น
|
| การติดตั้งระบบสายดิน | 1. จุดต่อลงดินของระบบต้องอยู่ด้านไฟเข้าของเครื่องตัดวงจรตัวแรกของตู้เมนสวิตช์ 2. ภายในอาคารหลังเดียวกัน ไม่ควรมีจุดต่อลงดินมากกว่า 1 จุด 3. สายดินและสายศูนย์สามารถต่อร่วมกันได้เพียงแห่งเดียวที่จุดต่อลงดินภายในตู้เมนสวิตช์ ห้ามต่อร่วมกันในที่ อื่น ๆ อีก เช่น ในแผงสวิตช์ย่อยจะต้องมีขั้วสายดินแยกจาก ขั้วต่อสายศูนย์และห้ามต่อถึงกัน โดยมีฉนวนคั่นระหว่างขั้วต่อสายศูนย์กับตัวตู้ ซึ่งต่อกับขั้วต่อสายดิน 4. ตู้เมนสวิตช์สำหรับห้องชุดของอาคารชุดและตู้แผงสวิตช์ประจำชั้นของอาคารสูง ให้ถือว่าเป็นแผงสวิตช์ย่อย จึงห้ามต่อสายศูนย์และสายดินร่วมกัน 5. ไม่ควรต่อโครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าลงดินโดยตรง แต่ถ้าได้ดำเนินการไปแล้ว ให้แก้ไขโดยมีการต่อลงดินที่เมนสวิตช์อย่างถูกต้อง แล้วเดินสายดินจากเมนสวิตช์มาต่อร่วมกับสายดินที่ใช้อยู่เดิม 6. ไม่ควรใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ชนิด 120/240 V. 7. การมีเครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วด้วย จะเสริมการป้องกันไฟฟ้าดูดให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เช่น กรณีที่มักจะมีน้ำท่วมขัง หรือกรณีสายดินขาด เป็นต้น 8. ตู้เมนสวิตช์ไม่มีบัสบาร์ดินและบัสบาร์ศูนย์แยกออกจากกัน เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่ว จะต่อใช้ได้เฉพาะวงจรย่อยเท่านั้น จะใช้ตัวเดียวป้องกันทั้งระบบไม่ได้ 9. ขนาดและชนิดของอุปกรณ์ระบบสายดิน ต้องเป็นไปตามมาตรฐานกฎการเดินสาย และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง  |
|