พิมพ์หน้านี้
|
อาจเกิดโดยแบ่งขั้ว ว่านั่นเป็นหัวและนี่หาง เสียงเตือนจึงไม่พรอดตลอดทาง วิปโยคอัปปางจึงเกิดมี ฯ . ว่านี่คือรัฐ(ะ) ว่านั่นคือขยะทุกที่ นาร์กีสจึงอัคคี เผาไหม้ขยี้ผู้ขืนขัด ฯ . ขัดขืนกระแสอำนาจ อันผูกขาดรหัส ว่าใครก็ตามมองข้ามรัฐฯ จงความตายโบกพัดให้หมดเมือง ฯ . เมื่อหมดสิ้น เมตตายลยินไร้เรื่อง ความช่วยเหลือจึงเปล่าเปลือง แบ่งแยกผองเมืองเป็นสองทาง ฯ . หยิบยื่นโดยธรรมมนุษย์ เพียงหมายหยุดเปลี่ยนทรุดสร้าง หยิบยื่นชีวิตอันบอบบาง วิปโยคล่มร้าง-ให้หยัดชนม์ ฯ . มิใช่เวลา ชนพม่าจะแบ่งหน ว่านี่รัฐพรรคพ้องตน แหละนั่นไม่ใช่คนร่วมแผ่นดิน ฯ . แม้การช่วยเหลือ ยังถูกเชื้อความโหดหิน ต้องผ่านพิเคราะห์การพังพินท์ เสียงร่ำไห้มิได้ยินจากส่วนเมือง ฯ . ไฉนใยปฏิเสธ หรือคือปริเฉทความไร้เรื่อง ว่ามิใช่เลือดเนื้อที่เจือเนือง แยกผู้คนเป็นสองเมืองโดยมายา ฯ . จงทิ้งอำนาจ แล้วสาดแสวงหา มนุษยธรรมแห่งเมตตา จงชนม์ชาวพม่าจงเท่าเทียม ฯ ........................ ก่องแก้ว กวีวรรณ |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |