พิมพ์หน้านี้
|
นามะ อนิจจัง เพียงเราลุ่มภวังค์ยถา นามคือนามที่ตามมา โดยจิตมุสาหลอกลวงฯ . กิเลสาสำเร็จ สร้างจริงสร้างเท็จติดบ่วง หลอมล่อโดยกามปวง นามจึงจักช่วงในจิตจินต์ฯ . รูปัง อนิจจัง เพียงเราลุ่มภวังค์ถวิล จากนามเกิดภาพให้ยลยิล เป็นรูปร้ายมลทินประเทืองทรามฯ . เกิดนามย่อมตามเกิดรูป กลิ่นเทียนควันธูปล้วนคำถาม หลังม่านควันเกิดเงาอันเขลาคาม- ความจริงถูกซ่อนตาม-ตามความจริงฯ . เงามืดอันหม่นมรณ์ นั้นย่อมซ่อนสรรพสิ่ง เบื้องหน้าเงาเราช่วงชิง เบื้องหลังเงาเรากลอกกลิ้งไปตามกันฯ . เมื่อจิตมิถูกชำระและชะจิต ย่อมถูกผิดมิดบอดตลอดฝัน ไม่เห็นเท็จจริงท่ามสิ่งนั้น ที่เคลื่อนพร่าผ่านผันกระสันปรวน ฯ . เมื่อจิตมิอาจหยุดนิ่ง จึงสรรพสิ่งจึงปั่นป่วน เคลื่อนขับร้ายรับร่ายขบวน จิตมิตระหนักควรว่าควรเป็นฯ . จิตมินิ่งก็ยืดเยื้อเถือวิญญาณ จิตต่อจิตประหัตประหารฆ่าเข่น มิได้เข่นฆ่ากิเลสาอันควรเป็น หากแต่จ้องจิตเข่นโดยกลลวงฯ . วิญญาณจึงซ่านบ่วงช่วงชัด หลอมกิเลสขนัดจนแน่นบ่วง เป็นเนื้อเดียวจิตวิญญาณอันซ่านกลวง สติปัญญาหรือจะช่วงชัย(ะ)ธรรม ฯ . ก่อนามย่อมตามให้เกิดรูป เงาจิตวิญญาณสถูป ณ เถื่อนถ้ำ ไม่เห็นแสงสว่างย่อมพร่างดำ มืดมิดด้วยจิตกระทำทุกเรื่องราวฯ . โลกธรรมแปดสติตั้ง มรรคแปดคือพลังอยู่เหนือหาว อริยสัจจ์สี่ประเสริฐพราว ศิลย่อมโน้มน้าวสันติชนฯ . หากเรายังเย่อเหยียด คุ่นแค้นขึ้งเกลียดสับสน มิปล่อยจิตให้จิตไร้จิตตน โลก(ะ)ย่อมมืดหม่นทุกทิศทาง ฯ . นามรูป-สรรพสิ่งล้วนว่างเปล่า หรือรอไทยเป็นเถ้าค่อยสะสาง ไทยมิเป็นไทยเพราะไทยร้าง มิร่วมมือถากถางกิเลสไทยฯ . ก่องแก้ว กวีวรรณ. ขึ้น ๑ ค่ำ เดือนแปด พุทธศักราช ๒๕๕๑ |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||