พิมพ์หน้านี้
|
๑. "เมื่อคืนคนรักไม่อยู่ หนีไปกับใครไม่รู้ถึงสี่ทุ่ม ลูกเล็กรอแม่จนไข้รุม หลับไปตอนสามทุ่มทั้งน้ำตาฯ . เมื่อสายใกล้เที่ยงโทรถาม เสียงเธอดุห้ามอย่าถามหา เมื่อคืนทานข้าวเคล้าดารา อิ่มเอมจันทรากับชายงาม ฯ . เมื่อคืนคนรักไม่อยู่ หนีไปไหนไม่รู้ไม่อยากถาม ก็ใจเธอเธอจะรักใครจักตาม สิทธิ์จะหวงจะห้ามก็ไม่มี ฯ . เธอเข้านอนตอนหกทุ่ม ออนเอ็มกับหนุ่มชุ่มสุขี พรอดว่ารุ่งขึ้นพบอีกที คิดถึงนะ..คนดี..ค่อยพบกัน ฯ " . ๒. ข้าพเจ้าเหงา นั่งจิบชาว่างเปล่าในเงาฝัน เพ่งมองฟ้าแสงกระพริบที่พรายนั้น สรรพชีวิตมุ่งใดกันในชีวิต ฯ . สงฆ์ก็เสื่อมศรัทธ์ นักการเมืองก็วิบัติเบือนบิด กวีก็อ่อนไหวจนไร้คิด สว่างก็มืดมิดไม่เห็นทาง ฯ . กวี-ไม่แยกแยะงาน เฝ้าก่นผลาญและถากถาง ไม่ลึกเนื้อนัยจึงบอบบาง ใส่ถ้อยร้อยร้างขึ้นถกกัน ฯ . สงฆ์ก็เหลืองห่มขี้ หมกราคีอาถรรพ์ นักการเมืองก็เมามัน ประชาชนก็เชิงชั้นเฝ้าช่วงชิง ฯ . สหาย-อันใดคืองาน ที่สอดประสานบางสิ่ง อย่าเขียนงานโดยงมตมเท็จ-จริง และก็อย่าร้อยอารมณ์ทิ้งไปวันวันฯ . วรรณศิลป์ใช่บิ่นบ้าอยู่อย่างนี้ วรรณศิลป์คือจิตดีที่จัดสรรค์ หวังปลูกงดงามไปตามกัน ซ่อนนัยยะผูกพันจิตมนุษย์ ฯ . ไม่แบ่งแยกและเย้ยเหยียด ต้องอยู่เหนือรัก-เกลียดอันต่ำสุด ต้องอยู่เหนืออารมณ์ไหวในมนุษย์ วางใจมิใฝ่ยุดเพื่อเยื้อชิง ฯ . จงเห็นโลกอย่างโลกย์เถิดสหาย ชีวิตพลัดพรากจากหายสรรพสิ่ง จะเหลือสิ่งใดในเท็จจริง ก็แค่สายลมมิหยุดนิ่งเท่านั้นเอง ฯ . ก่องแก้ว กวีวรรณ. |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||