พิมพ์หน้านี้
|
๑. ไชโยโห่สามรา ขอประชาจงชื่นบาน ไฟเมืองสิมอดผลาญ แหละผ่าวเผาหมดเผ่าพันธุ์ฯ ขื่อเมืองสิคาคอ คนสอพลอเกษมสันต์ แปบ้านจะราญรัญ จะร่วงร้าวรอกราวกรูฯ อ้อยตาลอันหวานปาก หวานกระชากปากริปู ไทยเข่นก็เห็นอยู่ ว่าไทยหยัดหรือพลัดลงฯ แบ่งฝักและพรรคฝ่าย หวังไทยตายด้วยไทยหลง เลือดเนื้อมิเจือจง แหละมิจารจะจดจำฯ กรุงศรีถูกตีแตก เพราะไทยแยกแตกระส่ำ เกรียติกามที่ทรามทำ สามัคคีมิมีไทยฯ พม่าร้ายก็ราญศึก ด้วยคะคึกระทึกไหว หยิบมือก็เสียไทย ฟอนฟืนไหม้จนมอดเมืองฯ ๒. โกสินทร์ศักราชเศร้า ไทยผ่าวเผาจนร้าวเหลือง ก่นคำมาค้ำเมือง ด้วยมิ่งมารเฝ้าผลาญไทยฯ อวดเก่งล้วนคำโก้ หยิ่งยโสโชว์หน้าใส เคลือบร้างไว้ข้างใน เน่าเกียรติกามทรามวิธีฯ ตีไทยจนไทยแตก ด้วยมือแผกแยกมือผี ยืนหยัดเพื่อย่ำยี ไร้เหตุผลมาก่นเมืองฯ รักชาติอำนาจเถื่อน จึงกล่นเกลื่อนเสื้อแดงเหลือง ชูไทยด้วยขัดเคือง ด้ามธงฟาดอุบาทว์ไทยฯ ระบบกลบระบอบ ทำตามชอบมิฟังใคร เหตุผล ฤ สนใจ อารมณ์คุมเกาะกุมทรวงฯ ๓. จะแพ้หรือชนะ ล้วนขยะพันธะบ่วง มายามาพล่าลวง ให้ไทยหลงสู่ดงฟอนฯ เสียไทยเพราะศึกนอก เลือดกระฉอกเป็นบทสอน พลีร่างเป็นทางนอน ให้ลูกไทยได้เหยียบเดินฯ เสียไทยเพราะมือไทย จะเหลือใครบนดาวเหิน ประชันหยันเผชิญ เพื่อชาติช่วงหรือร่วงลาฯ . ก่องแก้ว กวีวรรณ. |
| << | ตุลาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |