พิมพ์หน้านี้
|
อังกอร์วัด อังกอร์ Why
คนไทยรึปล่าวววววว อย่าตกใจครับ นี่ไม่ใช่เสียงน้าแอ๊ด คาราบาว ที่กำลังโฆษณาคาราบาวแดง แต่เป็นเสียงของสาวน้อยผมยาวถึงเอว บนรถจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ สีบร์อนเงิน ล้อหลังเป็นดิสก์เบรก น้ำเสียงแสนหวานนี้แหละที่ทำให้ผมต้องถอนสติจากภวังค์ออกมาหาต้นเสียง เธอจอดจักรยานก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างหัวผมซึ่งนอนเอนหลังเอาแรง และรอให้แดดลดอุณหภูมิลง อยู่ใต้ต้นไม้บารายรอบนอกนครวัด หลังจากที่เราอิ่มเอมกับอาหารเลิศรส
มาแค่สองคนเหรอ เธอถามผมเป็นคำถามที่สอง ทั้งๆ ที่คำถามแรกเธอยังไม่ได้คำตอบ รู้ได้ไงว่าเราเป็นคนไทย ผมถามเพราะสงสัยจริงๆ ว่าทำไมถึงได้รู้ทั้งๆ ที่เขายังไม่เคยคุยกับเราซักนิด โอ๊ยยย ดูหน้าก็รู้แล้ว เธอตอบตรงๆ ห้วนๆ สั้นๆ
พี่ป๊อปพยุงตัวลุกขึ้น มาทำท่าเช็ดกล้อง ตามันเริ่มหลุกหลิก และมีทีท่าว่าจะลุกหนี และผมไม่รอช้า รีบคว้าเสื้อมันไว้ก่อนที่มันจะเผ่นไป แหม พอเจอไม่สวย มรึงรีบมีน้ำใจยกให้กรูเลยนะมรึง เป็นคำกระซิบกระซาบของผม ที่มีแต่ผมกับพี่ป๊อปเท่านั้นที่ได้ยิน เล่นเอาพี่ชายที่แสนดีหัวเราะ แฮะๆๆ ก่อนจะเอนหลังลงนอนที่เดิมแล้วทำเป็นแกล้งตาย
งานเข้าแล้วครับพี่น้องคร๊าบบบบ ชื่ออะไรเหรอเราหน่ะ ผมถามตามมารยาทเพราะบางคนมันแกล้งตายไปแล้ว มันไม่ยอมคุยกับเค้า ลอ เลน เรอ ซาน นาน ประมาณนี้ได้มั้งครับที่เธอบอกผมแต่ผมก็จับใจความไม่ได้ และออกเสียงไม่ถูก
เอางี้ ผมเรียกว่าซาร่าก็แล้วกัน ชื่อนั้นผมเรียกไม่ถูก ผมตั้งชื่อให้เธอใหม่ซึ่งเธอก็ยินดีรับโดยไม่ได้ขัดข้อง ทำไมพูดภาษาไทยชัดจัง ผมถามเพราะเธอพูดชัดมากจนผมตกใจ เคยไปอยู่เมืองไทยตั้งนาน ภาษาไทยพูดง่ายจะตายไป เธอตอบพร้อมรอยยิ้มหวานเจี๊ยบบบบบบ
มาทำอะไรแถวนี้เหรอ หรือว่าบ้านอยู่แถวนี้ ผมยิงคำถามอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมชะตากรรมยังแกล้งตายไม่เลิก 5 5 5 มาเก็บฝรั่งหล่น มั้ง555 เธอตอบไปหัวเราะไปจนผมไม่แน่ใจว่าที่พูดมาจริงหรือเล่น เพราะที่เธอกำลังคุยอย่างออกรสออกชาติอยู่เนี่ยมันคนไทยชัดๆ เออ ผมอยากถามหน่อย ว่า ถ้าอยากสั่งผัดกระเพราะไข่ดาวต้องพูดยังไง แหม่ มาที่นี่สั่งอะไรไม่เป็นเลย นอกจากบายซาจรู๊ก (ข้าวผัดหมู) ที่เหลือก็ใช้นิ้วชี้ตามภาพเอา เลยอยากรู้มั่งนี่นา อ๋อ ก็สั่งว่า มาเรียเปรา ปองเจียน ซาร่าตอบสำเนียงเขมรได้น่ารักจริงๆ อืม มาเรียเป้า ปองเจียน ผมพยายามออกเสียงตามให้เหมือนที่สุด
ไม่ใช่มาเรียเป้า ต้องพูดว่า มาเรียเปรา เข้าใจมั้ย มาเรียเปรา เธอให้ผมเน้นคำว่าเปราที่ต้องกระดกลิ้นรัวๆ แหม สั่งยากสั่งเย็นจริงๆสิหน่า ไอ้ผัดกระเพราะไข่ดาวเนี่ย ทำไม มาแค่สองคน เป็นเกย์เหรอ ดูสิดู ดูเค้าถามผม นี้ถ้าไม่เกรงใจไอ้คนที่มันแกล้งตายไม่เลิก จะจีบให้มันดู
ไม่ใช่เกย์ แค่มาเที่ยวสองคนทำไมต้องเป็นเกย์ ผมถาม ก็ไม่รู้เห็นคนที่มาเที่ยวจะมีเด็กมาด้วยทุกคน ซาร่าตอบได้ใสซื่อจริงๆ อ่าวแล้วเพื่อนไปไหนแล้ว เธอถามหาพี่ป๊อปซึ่งเมื่อกี้มันยังนอนอยู่ตรงนี้อยู่เลย อ่าว เวร มรึงนะมรึง ทำกรูได้ กรูจะฆ่ามรึง พี่ป๊อป ผมบ่นในใจ แต่ทำปากหมุบหมิบๆ นาทีนั้นอยากฆ่ามันจริงๆ สาบานได้
มันเป็นเรื่องที่ไม่น่ากลัวนักหากเรานั่งอยู่กับผู้หญิงที่เราไม่รู้จักในบ้านเราเพราะหากมีอะไรเกิดขึ้นอย่างน้อยเรายังคุยกับเค้ารู้เรี่อง แต่ที่นี่ผมว่ามันน่ากลัวสุดๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ถ้าแฟนเธอมาเห็นเข้า ผมคงได้ปากแหกแหงๆ เดี๋ยวมานะ ไปเอาหมวกก่อน ซาร่าบอกผมก่อนจะโดดขึ้นคร่อมจักรยานคู่ชีพ ปั่นหายไปในชั่วอึดใจ
ผมไม่รอช้า คว้าข้าวของโกยแน๊บใส่เกียร์หมาไปหาพี่ป๊อปที่ยืนทำท่าถ่ายรูปอยู่ปากทางเข้านครวัดอยู่ไม่ไกล เวร ทิ้งกรูได้ ผมบ่นมันซึ่งพี่ป๊อปก็ได้แต่หัวเราะ แฮะๆ แบบคนมีความผิด สรุปว่าเราต้องรีบเข้าชมนครวัดก่อนเวลาที่เราวางไว้เพราะซาร่าแท้ รีบไปรีบไป เดี๋ยวเค้ามา
รอบนอกนครวัดมีสระน้ำล้อมรอบ ซึ่ง ณ เวลาที่เราไปเยือนนั้น น้ำแห้งขอดจนมองเห็นพื้นดินแล้ว สาหร่ายลอยเต็มสระใหญ่ไปหมด ทางเดินที่เป็นหินก็เก็บความร้อนได้ดีไม่ต่างกับเตารีดหลายๆ อันวางเรียงกัน ดูๆ ไปผมนึกว่าเดินอยู่กลางกระทะทองแดงซะอีก (เอาหน่า ซ้อมไว้จะได้ชินเวลาลงกระทะทองแดงจริงๆ ช่ายม๊ะพี่ชาย) ความลำบากไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะเราเตรียมใจไว้แล้ว หากแต่ว่า ความลำบากที่เราพบเจอ มันสร้างความคาดหวังว่า สิ่งที่เราฝ่าฟันมันจะคุ้มค่ากับสิ่งที่เรากำลังจะไปสัมผัส ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า
ผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างชาติ ต่างภาษาดูรกหูรกตาไปหมด บางครั้งการถ่ายภาพปราสาทที่ไม่มีภาพคนเดินเพ่นพ่านไปมาติดมาในภาพด้วย ก็เป็นเรื่องยากพอๆกับการที่ทำอย่างไรเราจะเดินไปโดยไม่ไปขวางเลนส์ใคร ไกลหว่ะ ผนบ่นอุบอิบ ร้อนชิบเป๋ง ผมบ่นอีก เออหน่า ทนเอาหน่อย อีกนิดเดียว พี่ป๊อปปลอบใจ แหม ทีนี้หละทำเป็นห่วงกรู เมื่อกี้ทิ้งกรูไว้กับซาร่า ยัง มันยังไม่จบเว้ย
รองเท้ากัดด้วย มันเป็นความคิดที่โง่แต่แรก ที่ผมซื้อร้องเท้าแจ๊คเพอเซล ใหม่เอี่ยมมาตะลุยนครวัด ซึ่งมันไม่เหมาะเอาเสียเลยที่จะใช้มันในที่แบบนี้ เดิน เดิน .และเดิน
ทางเข้าตัวปราสาทนครวัดไกลพอที่จะทำให้เสื้อของผมชุ่มเหงื่อได้ไม่ยากข้างหน้าคือทางเข้า เรากำลังจะก้าวเข้าสู่มหาปราสาทที่ หลายคนเห็นแล้วอยากตาย สิบ เก้า แปด เจ็ด หก จำนวนก้าวลดลงตามระยะทางที่เราก้าวขาแต่จังหวะหัวใจเรากับเต้นเร็วขึ้น และแล้ว โอ้วววววว พระเจ้า สองหนุ่มไทยดั้นด้นมาเพื่อสิ่งนี้ ความฝันที่เคยเป็นแค่เรื่องคุยสนุกในวงเหล้าเวลานี้ มันตระหง่านอยู่ตรงหน้าเรา แต่นแตนแต้นนนนนนนนนนนนนน โอ้วววจอร์จ โอ้ววว........ สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทำเอาเราหน้าเหี่ยวเหลือไม่ถึง 2 นิ้ว
ปราสาทมีการซ่อมแซม ยอดปราสาทมีถุงสีเขียว คล้ายถุงบิ๊กซีครอบอยู่ โอ้ววววไม่จริง เราดั้นด้นมาเพื่อถ่ายรูปถุงบิ๊กซีหรือนี่ ทำไม WHY อะไรว้า มีถุงบิ๊กซีคลุมด้วย พี่ป๊อปบ่นบ้างแล้ว เฮ้อออ ผมถอนใจเพราะไม่รู้จะพูดอะไรอีก อะไรว้า เป็นครั้งที่สองของพี่ป๊อป สระน้ำแห้งขนาดนี้ จะถ่ายรูปปราสาทสะท้อนน้ำได้ไงวะเนี่ย มันบ่นต่อ
เป็นอันว่า เราอดถ่ายมุมที่ป๊อบปูล่าที่สุดของนครวัดไปถึงสองมุมด้วยกัน เฮ้อ เสียดาย เสียดาย เราบ่นกันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะดึงสติให้กลับมาอีกครั้ง เพื่อเดินเข้าชมด้านในปราสาทต่อ เพื่อหามุมสวยๆถ่ายรูปชดเชยกับมุมสุดฮิตที่เราสองคนพลาด แล้วก็จริงอย่างที่เราคิด ภาพนางอัปสรานับร้อย นับพัน ยืนเปลือย อก มันมะเมื่อมแวววาว ยิ้มต้อนรับเราอย่างเป็นมิตร ทำเอาเราหายเหนื่อย แหม อัปสราแต่ละตน เสื้อผ้า หน้า ผม นม พร้อมจริงๆ มีทั้งอัปสราหมวยถือพัด ถือ คันฉ่อง อัปสราเซลเลอมูน อู๊ยยยย รกตาไปหมดเห็นแล้วอยากรู้จริงๆ ว่าสมัยก่อนเค้าแต่งตัวกันแบบนี้จริงหรือปล่าวน้ออออ ถ้าแต่งตัวแบบนี้จริงๆหละก้อ อิอิอิอิ ระหว่างที่ผมปล่อยจิตนาการให้ล่องลอยไปตามสถานการณ์ พี่ป๊อปก็เหมือนถูกวิญญาณช่างภาพเข้าสิง ถ่ายกระหน่ำซัมเมอร์เซล รัวชัตเตอร์ไม่มียั้ง ตึงๆ ตึงๆ ตึงๆๆๆ
เอ๊ะ เสียงอะไร ผมหันหาตันเสียง นั่นดิ เสียงอะไรวะ พี่ป๊อปเองก็อยากรู้ไม่น้อยไปกว่าผมสักนิด เราตัดสินใจเดินตามหาต้นตอของเสียงที่ดังมาเป็นระยะ ตึงๆๆ ตึงๆๆ หนังสือคู่มือยังเป็นสิ่งที่ไขปัญหาให้เราได้เสมอ อ๋อ ห้อง ทุบอก (อ่านว่า ทุบ-อก ไม่ใช่ ทุ-บอก นะจ๊ะ) ปะ พี่เราไปลองกัน ผมกึ่งวิ่งกึ่งเดินเหมือนเด็กเจอของเล่นใหม่เข้าไปยืนทุบอกบ้าง แป๊ะ ๆ แป๊ะๆ เฮ้ยไม่ดังอะ ทำไมวะ ผมเดินออกมายืนงง ว่าทำไมสาวๆ ก่อนหน้านี้ เข้าไปทุบเสียงดังกังวาน ทีผมไม่เห็นดัง หรือว่าเป็นที่ขนาดหน้าอก เอ งง ทำไมเป็นงี้ว้า ทันใดนั้น สาว ขาว สวย หมวย อึ๋ม ก็เดินเข้ามาทุบอก ตึงงงงงๆๆๆ ตึงๆๆ โหย ดังอะ ดังมากกก หรือสมมติฐานที่คิดไว้มันจะเป็นจริง ผมคิดแล้วเดินเข้าไปลองใหม่
ตึงๆๆ ตึงๆๆๆๆ 555 ดังแล้วเว้ย ที่จริง ต้องแบมือทุบนี่เอง ถ้ากำมือทุบ มันจะไม่ดัง โถ่ ไอ้เราก็นึกว่า อกเราเล็กไป ไม่ดัง ลามกจริงๆ เราสองคนวิ่งเข้าวิ่งออกห้องทุบอกเป็นว่าเล่น ต่างคนต่างสนุกกับการทำร้ายตัวเอง จนหน้าอกแดงเป็นปื้นไปหมด เฮ้ย กรูว่าพอดีกว่า กูรู้สึกว่าจะกระอักเลือด พี่ป๊อปชวนผมเลิกเล่นทุบอก เออ ดีเหมือนกันว่ะ จุกๆยังไงไม่รู้ เราเดินเตร็ดเตร่ออกจากห้องทุบอกมาได้ไม่ไกล ก็เข้าสู่ชั้นในสุดของปราสาท และแล้ว พระเจ้าก็แกล้งให้เราผิดหวังอีกจนได้ เจ้าหน้าที่ไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมชั้นบนสุดของปราสาท ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แหม เสียดาย เสียดายย ทำไมหนอชีวิต เวลาอื่นตั้งมากมายไม่มา ดันมาตอนน้ำแห้ง ปราสาทมีถุงบิ๊กซีคลุม แถมห้ามขึ้นอีก ทำไม ทำไม๊ ทำไมถึงทำกับฉ้านนนด้ายยยย ภารกิจวันนี้เล่นเอาผมหมดแรง พี่ป๊อปหมดแรง สรุปว่าเราไปไหนไม่ไหวแล้ว พลังชีวิตที่เหลืออีกน้อยนิดก็เหลือแค่พอพาร่างกายที่หมดสภาพแล้วกลับไปที่ละเมาะโมโตของด๋าลเท่านั้น
ทางเดินเข้าว่าไกลแล้ว ทางเดินออกกลับรู้สึกว่าไกลกว่าอีก ทั้งๆ ที่เป็นทางเดิมแท้ๆ ว่าไงจ๊ะ หนุ่มๆๆ เอ๊ะเสียงคุ้นๆแฮะ ผมหันรีหันขวางหาต้นเสียง และผมก็เห็นภาพของซาร่านั่งยิ้มแฉ่งรอเราอยู่หน้าประตูทางออก ผมหันมองหน้าพี่ชายที่แสนดีก่อนจะเล่นมุขแกล้งตายมั้ง ทีใครทีมัน ตรูบอกแล้ว ว่ามันยังไม่จบ 555 |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||