| A BIG HAPPY FAMILY | ||
FUN IN THE SUN! |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
ดั่งที่คาดการณ์ไว้ เมื่อมาถึงบ้านตอนเย็นลูกชายถามตลอดว่า เขาเป็นอะไร จิตแพทย์แปลว่าอะไร ทำไมเขาต้องไปหาจิตแพทย์ ดิฉันต้องหาวิธีการพูดกับลูกหลายวิธีเพื่อไห้เขาสบายใจ แต่กว่าเขาจะหยุดถามดิฉันก็เครียดจนนอนไม่หลับ ดิฉันโกรธผู้บริหารโรงเรียนนั้นไม่หาย ทำไมเขาถึงพูดเช่นนั้นออกมา ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนทำงานระดับนี้แล้วไม่รู้เลยหรือว่าอะไรควรและอะไรไม่ควรพูด วันรุ่งขึ้นเมื่อไปถึงที่ทำงานดิฉันเลยไปเล่าไห้เจ้านายฟังถึงเรื่องที่ผู้บริหารของโรงเรียนที่ลูกเรียนอยู่ตั้งคำถามกับลูกชายวันก่อน เจ้านายฟังแล้วพูดขึ้นว่า "What da HECK!" ขออนุญาตไม่แปลนะคะ เนื่องจากเจ้านายเป็นชาวอเมริกันก็เลยหลุดคำพูดที่เป็นแสลงออกมาต่อหน้าดิฉัน แต่ไม่บ่อยนัก จากนั้นเพื่อนร่วมงานชาวอังกฤษคนหนึ่งที่มีลูกสมาธิสั้นเหมือนกันก็เดินเข้ามา แล้วเธอก็เข้ามาคุยด้วย เช้าวันนั้นเราคุยกันเป็นชั่วโมงถึงเรื่องที่จะต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้ไห้จบไห้เร็วไห้ได้ คนหนึ่งถามดิฉันว่า " ลูกของเธอเรียนเร็วไปหรือเปล่า " ดิฉันตอบว่าใช่ ในห้องเรียนมี 30 กว่าคน มีเด็กอายุเท่ากันกับเขาแค่ 3 คนท่านั้น นอกนั้นอายุมากกว่า แล้วเจ้านายก็เอ่ยว่า " นี่คงเป็นสาเหตความกดดันอีกอย่างหนึ่ง การที่เด็กอยู่ในชั้นเรียนไม่สมกับวัยของตนเองก็เป็นการกดดันเด็กทำไห้เขาเครียดจนกลายเป็นสมาธิสั้นได้ " คนหนึ่งพูดออกมาว่า " ลดชั้นเรียนลูกดีมั้ย " ดิฉันตอบว่ามันจะทำไห้เขาเครียดไปใหญ่ เพราะเพื่อนไปไกลกว่าเขาแล้ว แต่ตัวเองต้องถอยหลังลงมา เจ้านายบอกว่า " ถ้างั้นย้ายโรงเรียนซิแล้วขอลดชั้น " แต่ดิฉันแย้งไปว่าลูกชายยังไม่พร้อมที่จะไปปรับตัวไห้เข้ากับโรงเรียนแห่งใหม่นะ สภาพจิตใจเขาไม่พร้อมจริงๆ จริงๆแล้วเมื่อเริ่มเรียนการเรียนของลูกชายดีมาก สอบได้อันดับต้นๆของห้อง แต่มีปัญหาหลังจากมีภาวะความเครียดนี่เอง เพื่อนร่วมงานชาวอังกฤษพูดว่า " จริงๆแล้วการเกิดสมาธิสั้นส่วนหนึ่งเกิดจาดภาวะการขาดแม็กนีเซียมในร่างกาย ฉันไม่ได้ไห้ลูกของฉันทานยารักษา แต่ไห้เขาทานแม็กนีเซียมเม็ดแทน " ดิฉันเริ่มเหวออีกแล้ว แล้วเจ้าแม็กนีเซียมนี่มันอยู่ในอาหารประเภทใหนล่ะ ตั้งแต่เด็กดิฉันจำได้แต่ คาร์โบไฮเดรด ไขมัน โปรทีน วิตะมินต่างๆ ว่ามันมีประโยชน์อย่างไรและโทษต่อร่างกายอย่างไร และมันในอาหารประเภทใหนบ้าง ดิฉันจำไม่ได้แล้วว่าแม็กนีเซียมมันมีประโยช์อย่างไร และมีในอาหารประเภทใหน ดิฉันขอตัวเจ้านายขอไปพบนักจิตวิทยา เขาอณุญาต (ในช่วงเวลานั้นทุกคนเข้าใจดิฉันดีมาก หลายๆคนไม่ค่อยเอางานมาไห้ดิฉันทำเท่าไหร่ ทุกคนพยายามทำงานกันเองโดยไม่ไห้ดิฉันเข้าไปเกี่ยวข้องเพราะต้องการไห้ใช้เวลาคิดเรื่องลูกไห้มาก ต้องขอบคุณทุกคนไว้ ณ ที่นี้ด้วย ดิฉันจึงสามารถเดินไปใหนมาใหนได้สะดวกเหมือนคนว่างงาน) ดิฉันเดินไปที่ห้องนักจิตวิทยาประจำที่ทำงานโดยไม่ได้นัดล่วงหน้า ที่ทำงานมีนักจิตวิทยาประจำ 2 คนแต่ดิฉันคุยกับคนนี้ตลอด ท่านว่างพอดีก็เลยขออณุญาตเข้าไปคุยด้วย ท่านอนุญาตแล้วถามคำถามดิฉันมากมายตามแบบฉบับของนักจิตวิทยา ดิฉันเล่าไห้ฟังทุกอย่าง พอท่านฟังเรื่องคำพูดของผู้บริหารโรงเรียน ท่านพูดทันทีว่า " เปลี่ยนสภาพแวดล้อมไห้ลูกใหม่ซะ ฉันบอกเลยว่าลูกของเธอจะหายเร็วเมื่อเธอเปลี่ยนโรงเรียนไห้เขา แล้วต้องเป็นโรงเรียนที่มีครูที่เรียนจิตวิทยาเด็กมาด้วย แล้วลูกเธอจะหายแน่นอน" ดิฉันเข้าใจที่ท่านพูด ดิฉันก็จบครูมาเหมือนกันเพียงแต่ชีวิตประจำวันไม่ได้สอนเป็นอาชีพหลัก ดิฉันเรียนจิตวิทยามาสารพัดเพื่อสอนเด็ก ตั้งแต่จิตวิทยาพัฒนาการและจิตวิทยาการสอน หลังจากคุยกับท่านแล้วดิฉันก็บอกท่านว่า ฉันจะไปคุยกับลูกก่อนนะ หากลูกพร้อมดิฉันจะย้ายเขาทันที พอถึงวันเสาร์ดิฉันพาลูกไปพบจิตแพทย์ตามนัดอีก (แพทย์นัดอาทิตย์ละครั้ง) ดิฉันบอกท่านเรื่องยา (ดิฉันโทรบอกโรงพยาบาลแล้วว่าจะลดยาไห้ลูก) ท่านรับฟังแล้วก็บันทึกลง ดิฉันบอกท่านว่า อยากจะย้ายโรงเรียนไห้ลูกแต่ไม่กล้าตัดสินใจ ดิฉันถามลูกแล้วเขาบอกว่า เขาชอบและคิดถึงเพื่อนและครูบางคนที่เขารัก แต่ก็ไม่อยากเรียนโรงเรียนนี้แล้ว ท่านบอกว่าจะคุยกับเด็กไห้ ดิฉันถามท่านถึงเรื่องแม็กนีเซียมเม็ด ท่านบอกว่าก็เป็นการช่วยได้อีกทางหนึ่ง ดิฉันนึกในใจว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่ครั้งแรกที่ดิฉันถาม ทำไมท่านถึงได้แต่พูดว่าเป็นปฏิกิริยาของร่างกายเองที่หลั่งสารออกมาควบคุมสมาธิได้น้อย ทำไมท่านไม่บอกตั้งแต่ต้นที่ดิฉันถามเรื่องนี้ แล้วท่านก็เรียกลูกชายมาคุย แต่ครั้งนี้คุยกันเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านนั้น แล้วคืนนั้นคุณแม่ของดิฉันโทรมาจากต่างจังหวัด แล้วบอกว่า เอาหลานมาไห้แม่เลี้ยงเองดีกว่า ย้ายเขามาเรียนที่ต่างจังหวัดเถอะ ดิฉันก็เลยไห้ยายคุยกับหลานเอง เขาคุยกันนานก็วางหูไป แล้วลูกชายก็หันมาบอกดิฉันว่า ตกลงลูกขอไปเรียนต่างจังหวัดและอยู่กับยายนะแม่ แล้วเขาก็วิ่งมากอดและน้ำตาไหล แต่ลูกคิดถึงแม่ อยากอยู่กับแม่ แต่ลูกก็ไม่อยากเรียนในกรุงเทพแล้ว ดิฉันเลยบอกลูกไปว่า ไม่เป็นไร เสาร์-อาทิตย์แม่จะไปหาลูกเอง แล้วถ้าหนูหยุดยาวหนูก็มาอยู่กับแม่ บ้านเราห่างจากรุงเทพแค่ 200 กิโลเมตรเศษ เราไม่ได้อยู่ไกลกันนะลูก เราโทรหากันได้ทุกวัน เขาสบายใจแล้วก็ไปเล่นต่อกับพี่สาวของเขาซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ในที่สุดดิฉันก็ได้แม็กนีเซียมเม็ดมาจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทขายตรงที่แพงมากแห่งหนึ่ง ดิฉันอ่านส่วนผสมแล้วถามเขาว่า ทำไมแม็กนีเซียมในนี้มีส่วนประกอบน้อยจัง (ถามแบบคนไม่รู้อีกแล้ว) พี่คนนั้นบังเอิญจบโภชนาการมา เธอตอบว่า ร่างกายมนุษย์ไม่ต้องการแม็กนีเซียมมากนัก และแม็กนีเซียมก็จะทำงานได้ดีเมื่อมีส่วนผสมของ โปรแตสเซียม สังกะสี ฯ ในปริมาณที่เหมาะสม แม็กนีเซียมไม่สามารถสกัดออกมาเป็นเม็ดล้วนๆ เพราะมันจะไม่ทำปฏิกิริยากับร่างกายถ้าหากไม่มีส่วนผสมอื่นอยู่ด้วยตามความเหมาะสม ดิฉันร้อง อ้อออกมาทันที
แล้วก็มาถึงวันที่จะต้องย้ายลูกไปเรียนอีกโรงเรียนหนึ่ง.........อ่านต่อครั้งหน้านะคะ
|