| A BIG HAPPY FAMILY | ||
FUN IN THE SUN! |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
หลังจากย้ายไปต่างเรียนหนังสือที่ต่างจังหวัด และได้รับการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทุกอย่าง อาการของลูกชายดีขึ้นเรื่อยๆ ผลของแบบสอบถามออกมาเป็นผลบวกขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังต้องพบหมอทุกเดือนจนในที่สุดครั้งสุดท้ายที่พบคุณหมอคือวันที่ 18 เมษายน 2550 หลังจากอ่านค่าของแบบสอบถามแล้วคุณหมอพูดว่า ลูกชายหายเป็นปกติแล้วนะคะคุณแม่ หลังจากที่ได้พูดคุย สังเกตุพฤติกรรมของเขา และอ่านแบบสอบถามของทางบ้านและทางโรงเรียนทุกเดือนตลอดเวลา 8 เดือนที่ผ่านมานี้ก็รู้ว่าอาการสมาธิสั้นของเขาหายไปแล้ว ไม่ต้องพาเขามาแล้วหาหมอและไม่ต้องรับยาไปแล้ว แต่ยาที่เหลือก็ไห้เขาทานไห้หมด ขอแสดงความดีใจด้วยนะคะ คุณหมอกล่าวกับดิฉัน คุณหมอกล่าวต่อไปว่า เนื่องจากคุณแม่เรียนจิตวิทยามาด้วยมันทำไห้คุณแม่เข้าใจพัฒนาการของเด็กในแต่ละวัย จึงทำไห้คุณแม่เข้าใจลูกชาย และทำไห้เขาหายเร็วกว่าที่คุณหมอคิดไว้ ดิฉันดีใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก ดิฉันยกมือไหว้คุณหมอแล้วเดินออกมาจากห้องของท่านแล้วกอดลูกจนแน่น ลูกก็แปลกใจแต่ดิฉันก็ไม่ได้พูดอะไร คุณหมอบอกเขาไปแล้วว่าเขาไม่ต้องมาหาหมออีกแล้ว ดิฉันกลับมาที่ทำงานแล้วเล่าไห้เจ้านายและเพื่อนร่วมงานฟัง เจ้านายและเพื่อนร่วมงานหลายคนก็เข้ามากอด เพื่อนคนไทยหลายคนน้ำตาไหลดีใจไปกับดิฉันด้วย หลังจากวันนั้นดิฉันก็เลยได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวกับเพื่อนร่วมงานในแต่ละแผนกหลายคนดิฉันจึงได้รู้มาว่า ลูกของหลายคนได้รับความกดดันจากโรงเรียนเช่นเดียวกับลูกชายของดิฉัน แต่พวกเขาย้ายลูกไปเรียนที่อื่นทันที ไม่ได้ปล่อยไห้ลูกได้รับความกดดันนานจนกลายเป็นสมาธิสั้นเหมือนลูกชายของดิฉัน เพื่อนๆหลายคนทราบว่าลูกของดิฉันไม่สบาย แต่ไม่มีใครกล้าถามอาการตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขารอที่จะไห้ดิฉันเล่าออกมาเองแต่ก็คอยไห้กำลังใจตลอด จนกระทั่งลูกหายแล้วดิฉันจึงได้เล่าไห้หลายคนฟัง ดิฉันอยากขอบคุณหลายท่านที่ได้ช่วยเหลือและไห้กำลังใจดิฉันและลูกตลอดจนกระทั่งลูกชายหายเป็นปกติแต่ไม่สามารถเอ่ยชื่อได้เพราะดิฉันเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเองโดยไม่ได้บอกและขออณุญาตพวกเขาล่วงหน้า คนที่ดิฉันอยากขอบคุณก็คือ . เจ้านายโดยตรงของดิฉันเองซึ่งเป็นผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลอาการสมาธิสั้นของลูกชายจนหายเป็นปกติและเป็นผู้แนะนำและนัดไห้ดิฉันได้พูดคุยกับนักจิตวิทยาชาวอเมริกันของที่ทำงานจนท่านผู้นั้นได้ไห้คำแนะนำเรื่องการปฎิบัติและบำบัดลูกชายต่อดิฉันจนเขาหาย (ที่สำคัญเจ้านายแอบไห้ดิฉันขาดงานโดยไม่ต้องลาบ่อย โดยแอบเปิดออฟฟิสและเปิดไฟทิ้งไว้ไห้บ่อยเพื่อไห้ดิฉันได้อยู่บ้านดูแลลูก) ปกติไม่มีคนสังเกตุอยู่แล้วเพราะในออฟฟิสมีดิฉันอยู่คนเดียว แต่การที่ดิฉันไม่ได้อยู่ในออฟฟิสก็ไม่แปลกเพราะเราต่างคนต่างทำงานโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกัน สั่งงานและประสานงานผ่านเมล์เท่านั้น
นักจิตวิทยาชาวอเมริกันคนนั้นที่คอยไห้คำแนะนำตลอดเวลาการรักษา คุณหมออายุรกรรมที่เป็นผู้รักษาลูกชายคนแรกและท่านเป็นคุณหมอคนเดียวที่รักษาลูกชายเวลาเขาไม่สบายและท่านเป็นผู้ที่พูดว่า คุณแม่ต้องพาลูกไปพบจิตแพทย์นะ นี่ไม่ใช่อาการเจ็บป่วยทางกาย เราตรวจรักษาเขามา 2 เดือนแล้วแต่ไม่พบอะไรเลย จิตแพทย์ผู้ที่รักษาลูกชายจนหายเป็นปกติ เพื่อนร่วมงานทุกคนที่คอยไห้กำลังใจตลอดเวลาและร่วมมือกันทำงานแทนดิฉันในบางส่วนในช่วงขณะนั้น คุณแม่หลายคนที่มีลูกสมาธิสั้นเหมือนกัน ที่คอยปลอบใจและแนะนำการปฎิบัติตนต่อลูกชายขณะที่เขามีอาการอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูในโรงเรียนแห่งใหม่ของลูกชายที่หมู่บ้านที่ต่างจังหวัดที่คอยไห้ความช่วยเหลือและร่วมมือดีตลอด รวมทั้งเพื่อนๆในห้องเรียนของลูกชายที่เป็นเพื่อนที่ดีมาก พ่อแม่และญาติพี่น้องทุกคน.....ขอขอบคุณจริงๆค่ะ ครั้งหน้าจะมาเล่าประสบการณ์ที่ดิฉันจะต้องสอนเด็กสมาธิสั้นหลายคน...คอยติดตามนะคะ.....
|