| A BIG HAPPY FAMILY | ||
FUN IN THE SUN! |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
หลังได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาทำไห้ได้รู้ว่า เวลาแห่งความสุขที่หายไปเป็นเวลานานนั้นเพิ่งได้หวนคืน ด้วยภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง ทำไห้ต้องหันมาทำงานหนักเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ฉันไม่ได้ทำกิจกรรมใดๆร่วมกับครอบครัวมาเป็นเวลานาน ไม่เคยฉลองวันปีใหม่ หรือวันสำคัญใดๆเลย
ตลอดเวลาที่ผ่านมาชีวิตของฉันมีแต่คำว่า งาน งาน และ งาน รู้จัก คำ คำ นี้ มากกว่าคำอื่นมาเป็นเวลา 8 ปี หลังการเสียชีวิตของน้องสาวและน้องเขย ทั้งสองคนทิ้งลูกสาวตัวน้อยวัย 5 และ 7 ขวบไว้ไห้ดูแล พร้อมๆกับตนเองมีลูกน้อยวัย 3 ขวบที่ต้องดูแลเพียงลำพังเช่นกัน ด้วยความเป็นห่วงในอนาคตของลูกและหลานๆ ฉันตัดสินใจรับทำงานพิเศษที่เพื่อนหยิบยื่นไห้ทันที เวลาเกือบทั้งหมดฉันทุ่มเทไห้กับการทำงานไห้ ทั้ง 2 แห่ง ไม่เคยรู้สึกท้อหรือเหนื่อยต่อการทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม การได้เห็นทุกคนในครอบครัวมีความสุข นั่นคือความสุขของฉัน แต่.......เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง ก็บอกกับตนเองว่า.......
เราต้องพักบ้างนะ เราต้องหาความสุขไห้กับตนเองบ้าง ร่างกายเริ่มเหนื่อยล้า ประสาทเริ่มตึงเครียด ถ้าปล่อยไห้เป็นเช่นนี้ต่อไป สายป่านอาจจะขาดผึงขึ้นมาสักวันหนึ่ง...... ฉันตัดสินใจจัดการกับงานประจำในออฟฟิส ทำทุกอย่างไห้เสร็จสิ้นก่อนปีใหม่จะมาถึง และหันหลังไห้กับงานพิเศษที่ทำอยู่ ไม่สนใจกับรายได้ที่เคยได้รับเพิ่มต่อเดือน
หลังจากลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดทันที ปล่อยไห้หลานสาววัยเพียง 15 ปี อยู่โดยลำพัง ไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันตัดสินใจทำ . สองอาทิตย์ที่อยู่ที่บ้านต่างจังหวัดกับ พ่อ แม่ ลูก และ หลานๆ ได้รับรู้ถึงความผ่อนคลายที่ได้รับ ไม่มีความกังวล ไม่ต้องกำหนดเวลาเข้านอน ไม่ต้องตื่นแต่เช้า ไม่ต้องรีบทานข้าว ไม่ต้องทนกับสภาวะการจราจรที่ติดขัด ไม่ต้องรีบมาเซ็นต์ชื่อเข้าทำงานก่อน 7 โมงเช้า ไม่ต้องเตรียมเอกสารเข้าห้องประชุม ไม่ต้องเครียดกับการเตรียม พรีเซ็นเทชั่น ไม่ต้องกังวลเรื่องฐานข้อมูลที่รับผิดชอบ ไม่ต้องคอยตอบคำถามของผู้คน คนแล้ว คนเล่า ไม่ต้องนั่งกังวลหลายๆเรื่องที่ฉันเป็น ขณะอยู่ที่นี่ และที่สำคัญฉันไม่ต้องเตรียมแผนการสอน สำหรับงานพิเศษที่ต้องทำในวันเสาร์และอาทิตย์
ตื่นเนอน 6 โมงครึ่ง เตรียมอาหารไห้ลูกชายใส่บาตรตอนเช้า นั่งทานข้าวกับลูกทุกวันก่อนลูกไปโรงเรียน ทำงานบ้านบ้างเล็กน้อยหลังจากหลานสาวคนเล็กทำไปบ้างแล้ว ออกไปเล่นเปตองกับเพื่อนบ้านหลังจากเด็กๆ ออกไปโรงเรียน ออกไปสังสรรค์กับเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันสมัยประถมและมัธยมต้น ตกเย็น นั่งคุยกับหลานๆหลังจากพวกเขากลับจากที่ทำงาน ทานข้าวด้วยกันโดยสลับไปบ้านพี่สาวทั้ง 3 คนบ้าง ไปทานที่บ้านของ หลานๆ บ้าง ทานที่บ้านของตนเองและ พ่อ แม่ บ้าง ทำอาหารทานกันเองบ้าง สั่งซื้อมาทานกันบ้าง
ได้ทานน้ำพริก ผัก เมื่อเดินไปบ้านพี่สาวคนโต ได้ฝึกวิชาคำนวณโดยไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลขที่บ้านของพี่สาวคนรอง ได้ทานส้มตำพร้อมด้วยอ้อยควั่นที่ฉันชอบ ที่บ้านพี่สาวคนที่สาม อยากไห้มีเวลาเช่นนี้ทุกๆวัน ไม่อยากไห้ช่วงเวลานั้นผ่านไปเลย ณ เวลานั้น ฉันรู้ว่าสมาชิกทุกคนในครอบครัวมีความสุขมาก . แม้ลูกจะเพิ่งถูกย้ายไห้ไปอยู่กับยายและเรียนที่ต่างจังหวัดไม่นาน แต่ดูลูกมีความสุขมาก มากจนไม่อยากกลับมาอยู่ที่กรุงเทพ ถึงอย่างไรลูกก็ยังอยากอยู่กับแม่..... แม่ที่แม้จะมีเวลาไห้กับเขาน้อย แต่มีความรักไห้เขาล้นเหลือ.... ลูกสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของฉัน และฉันก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของลูก....
ก่อนเดินทางกลับมาทำงาน ลูกชายเข้าวิ่งมากอดแล้วเอ่ยขึ้นขณะมีน้ำตาคลอเบ้าว่า.... แม่จ๋า.....ที่ทำงานของแม่น่าจะอยู่ที่ต่างจังหวัดนี่ ทำไมแม่ต้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ ทำไมแม่ไม่ได้ทำงานที่นี่เหมือนคนอื่นๆ ทำไมเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ลูกอยากไห้แม่มาอยู่ด้วยเช่นนี้ทุกวัน ..
แม่ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน...ลูก....... แม่ก็อยากไห้วันนี้เป็นทุกๆวันของแม่เช่นกัน...... แม่ไม่เคยอยากอยู่ห่างไกลจากลูก.... แต่แม่มีภาระและหน้่าที่ที่ต้องทำ แล้วแม่จะหาโอกาสมาเติมความสุขด้วยกันเช่นนี้บ่อยๆ....นะลูกนะ แม่สัญญาลูก....แม่ไห้สัญญา.......
.
|