| A BIG HAPPY FAMILY | ||
FUN IN THE SUN! |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
ลูกครึ่ง ..........
เมื่อสักประมาณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมีชาวต่างชาติที่เพิ่งรู้จักกันคนหนึ่งถามว่า ลูกชายเคยมีปัญหากับการที่ตนเองเกิดมาเป็นลูกครึ่งบ้างหรือไม่ ขณะที่ไม่มีพ่ออยู่ด้วยและต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านต่างจังหวัดกับตาและยาย และต้องพูดภาษาไทยตลอดเวลา
คำตอบคือ ไม่เคย ไม่รู้ว่าประชดหรือชมก็ไม่ทราบได้ เขาตอบกลับมาว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านของเธอช่างเป็นคนดีจริงๆเลยนะ
เขาเล่าว่า เขารู้จักเด็กที่เป็นลูกครึ่งหลายคนที่พ่อแม่หย่าร้างกัน และต้องอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านในต่างจังหวัดเช่นเดียวกัน เด็กๆเหล่านั้นเล่าว่าพวกตนค่อนข้างจะมีปัญหาในการวางตัวในวัยเด็ก เนื่องจากถูกเพื่อนๆและชาวบ้านในหมู่บ้านล้อเลียนเรื่องความเป็นลูกครึ่งของพวกเขาตลอดเวลา กลับมาถึงบ้านก็เลยมานั่งนึกถึงลูกของตนเองว่า เขาเคยมีปัญหาเรื่องนี้หรือไม่ เขาเคยแอบพูดหรือเปรยๆไห้ได้ยินหรือไม่ว่าถูกล้อเลียน จริงๆแล้วคือ ลูกเคยถูกล้อเลียน แต่....ด้วยความที่ลูกเป็นคนอารมณ์ดี และมองโลกในแง่ดีตลอดเวลานั่นเอง ที่ทำไห้ลูกชายมองว่า สิ่งที่ตนเองถูกล้อเลียนนั้นเป็นเรื่องตลก หากสิ่งที่ผู้คนพูดเป็นเรื่องจริง จึงทำไห้เขาไม่เคยเก็บเรื่องนี้มาคิด จะเห็นได้จากบทสนทนาที่ลูกโต้ตอบกับชาวบ้าน ตลอดเวลาที่ถูกล้อเลียน และเนื่องจากคุณพ่อของลูกชายเป็นชาวอิหร่าน ชาวบ้านจึงมักเรียกเขาว่า อาบัง
ชาวบ้าน นี่อาบัง....ทำไมไม่พูดภาษาเดียวกับพ่อ ทำไมพูดภาษาไทย ลูกชาย ผมไม่ได้พกภาษาของพ่อมาด้วยครับ พกมาแต่ความหล่อ...อิอิ ภาษาฝากพ่อไว้ก่อนครับ เดี๋ยวตามไปเอาทีหลังตอนโต ชาวบ้าน ไปใหนมา อาบัง ลูกชาย ผมไม่ได้เป็นอาบังครับ ผมเป็นแขกตามดอย หรือไม่ก็ ผมไม่ได้เป็นอาบังครับ ผมเป็นแขกตี้ และอีกหลายอย่างตามมาแล้วแต่เขาจะนึกคำพูดขึ้นมาต่อล้อต่อเถียงได้ พูดเสร็จก็ทำตาโต โต แล้วชาวบ้านก็มักจะมาจับแก้มยุ้ยๆของลูกเล่นเสมอ เนื่องจากความน่ารักน่าเอ็นดูของลูกชายแล้วพูดว่า วุ้ย...หมั่นใส้ ลูกใครเนี่ย ลูกแม่.... (ชื่อแม่)....ครับ เขาตอบทันควันแล้วก็หันไปเล่นต่อ นึกถึงตรงนี้แล้วต้องอมยิ้ม ตนเองรู้ดีว่าลูกชายเป็นเด็กที่ได้รับความรัก ความเอ็นดูจากทั้งผู้ใหญ่และเด็กด้วยกันเสมอ จนไม่ทำไห้ลูกมีปัญหาเรื่องการถูกล้อเลียนถึงเชื้อชาติของพ่อตน เพราะความเป็นคนมองโลกในแง่ดีของลูกนั่นเอง ที่ทำไห้เขาเป็นที่รักใคร่ของทุกคน ลูกชายอยู่กับยายมาตั้งแต่เกิดจนถึงเรียนอนุบาล และวันหนึ่งระหว่างเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 คุณครูสอนไห้เด็กๆทอดไข่ดาว พอกลับมาถึงบ้านลูกชายก็จัดแจงเรียกเพื่อนๆในหมู่บ้านมาที่ครัว โดยที่ตากับยายอยู่ในสวนหลังบ้าน และไม่รู้ว่าหลานกำลังทำอะไร
เพื่อนๆมาถึงเขาก็จัดแจงหาม้านั่งตัวเตี้ยๆมายืน แล้วเปิดเตาแก๊สและนำกะทะมาตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชเหมือนที่ครูสอนมาที่โรงเรียนทุกอย่าง แล้วนำไข่ 1 ถาดที่มีไข่ทั้งหมด 30 ฟองมาทอดไห้เพื่อนๆกินเล่นๆกันจนหมด และอยู่มาวันหนึ่งขณะวิ่งเล่นกันอยู่หน้าบ้านกับเพื่อนๆ ก็มีรถขายขนมผ่านมา เขาเรียกไห้รถหยุดแล้วเรียกเพื่อนๆมาเลือกซื้อขนมกันทั้งหมด เลือกมาได้คนละชิ้น สองชิ้น แล้วพ่อค้าก็บอกว่า พ่อค้า ทั้งหมด 95 บาทนะหนู
ลูกชาย มาเก็บเงินกับยายวันหลังนะ วันนี้ยายไม่อยู่ พ่อค้าไม่ได้ว่าอะไรเพราะลูกชายเป็นลูกค้าประจำ แล้ววันหลังเขาก็มาเก็บเงินกับยาย วันหนึ่ง เขาอยากทานองุ่นไร้เมล็ดมาก แม่ก็ซื้อไห้ครึ่งกิโล ราคา 125 บาท แต่พอเดินมาเห็นขอทานนั่งอยู่ เขาไม่มีเงินในกระเป๋าเลยและแม่ก็หิ้วของในมือมากเกินกว่าจะหาเงินไห้ลูกได้ เขาจึงตัดสินใจวางถุงองุ่นที่เพิ่งซื้อมาไห้ขอทานคนนั้นทันที เขาแล้วก็วิ่งมาหาแม่แล้วบอกว่า ลูกไม่กินองุ่นไร้เมล็ดแล้ว ลูกไห้คุณตาที่นั่งขอทานอยู่ตรงนั้นแล้ว ลูกก็เป็นซะแบบนี้...แล้วใครจะมาทำไห้ลูกของแม่มีปัญหากับคำว่า ลูกครึ่ง ได้ล่ะ...จริงมั้ย...พ่อหนุ่มตาโตของแม่.....
![]() ![]() ![]()
|