พิมพ์หน้านี้
|
งานน่ารัก "อัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์" ...ชัยพัฒนาร่วมสืบสานตำนานอัมพวา จากอดีตสู่ปัจจุบันกับวิถีสายน้ำที่ไม่เคยหยุดนิ่ง....
ระหว่างวันที่ ๒ - ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ นี้ (ตอนนี้เป็นพิธีเปิดอย่างไม่เป็นทางการค่ะ พิธีเปิดอย่างเป็นทางการประมาณปลายปีนั้น สมเด็จพระเทพฯ จะเสด็จมาเปิดค่ะ) ขอนำรายไม่ละเอียดมาบอกนะคะ จะได้ไม่ต้องซีเรียส ใครจะไปก่อนไปหลัง คุณจะมีที่ให้ชื่น มีเรื่องให้ชม ตลอดเวลา และตลอดทาง อยู่แล้ว เพราะดินเชื่อว่า การเดินทางสู่ความรื่นรมย์ได้เริ่มขึ้นเมื่อในหัวใจของคุณรู้สึกว่า...อัมพวา...นั้น...น่ารัก เนื่องจากอาทิตย์ก่อนที่ดินไป ทุกแห่งที่กำลังจะเล่าให้ฟังนี้ กำลังชุลมุนอยู่กับการตกแต่ง เตรียมเปิดในวันศุกร์นี้ จึงไม่มีภาพมาฝากกัน แต่เพื่อไม่ให้คุณลายตากับข้อมูลอย่างเดียว ดินขอเอาภาพสวยๆ มาคั่นไว้เป็นระยะๆ นะคะ - วันแรกประมาณบ่ายสองโมงจะมีขบวนแห่กลองยาว นำเข้าสู่พิธีซึ่งผู้ที่มาเปิดคือ ท่าน ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา - คืนวันที่ 2 พค. มี "หนังกลางคลอง" ฉาย เรื่อง "โหมโรง"
- คืนวันที่ 3 พค. ฉายเรื่อง "ฟ้าทะลายโจร" ที่ผู้สร้างใช้คำอธิบายว่า "รักซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ" โดยสร้างในรูปแบบภาพยนตร์คาวบอยย้อนยุค เหมือนหนังคาวบอยไทยในอดีต ผู้กำกับจงใจเขียนบทให้ใช้คำพูดเชยๆ และใช้เทคนิคพิเศษย้อมสีภาพยนตร์ให้ฉูดฉาด สีจัดเกินจริง มีคนบอกว่าเป็นหนังที่อาร์ทมากๆ เป็นไงคะ เข้ากั๊น เข้ากันนะคะ ก็ชาวอัมพวา ซึ่งอาศัยอยู่ริมคลอง ไม่มี "แปลง" ไงคะ เลยฉายหนังกลางคลองนั่นแหละ ถ้ามีเรือสัญจรไปมาก็ลอดใต้จอเอา อยากเห็นจังเล้ย..... -และทุกๆ วัน ตั้งแต่สายๆ ไปจนค่ำจะมีรายการแสดงพื้นบ้าน เช่น เพลงเรือ เพลงพวงมาลัย ดนตรีไทย ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ที่ได้รับทราบมาก็คือ มีสุภาพสตรีสูงอายุท่านหนึ่ง ที่คนแถวนั้นเรียกท่านว่า หมอยงค์ เนื่องจากท่านอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีลูกหลาน จึงได้น้อมเกล้าฯ ถวายเรือนไม้ทั้งหมด รวมถึงที่ดินด้านหลัง ข้ามถนนลึกเข้าไปในสวนมะพร้าว รวมเนื้อที่ประมาณ 22 ไร่ ให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา
(ภาพโฮมสเตย์ริมคลองยามค่ำ)
ในส่วนที่ดินด้านหลังเรือนแถวดังกล่าว จะเห็นหมู่อาคารไม้ชั้นเดียวจะเป็นร้านค้าเพื่อชาวท้องถิ่นอัมพวา อันมีทั้งสินค้าเกษตร งานฝีมือ สินค้าท้องถิ่นอื่นๆ และเป็นลานกิจกรรมสำหรับงานคราวนี้ด้วย
(ประตูที่พับซ้อนกันแบบนี้ เรียกว่า บานเฟี้ยม) ส่วนเรือนแถวไม้ริมน้ำนั้นจะมีร้านกาแฟโบราณของทางมูลนิธิ ชื่อ "ร้านกาแฟโบราณชานชาลา" กิ๊บเก๋จัด ตกแต่งโดยจำลองบรรยากาศสถานีรถไฟแม่กลองมา เห็นมีโต๊ะกาแฟแบบที่เรียกว่า โต๊ะเช็คโกฯ มีม้านั่งที่นั่งได้รอบตัว แบบชานชาลาสถานีรถไฟเลยค่ะ บรรยากาศคลาสสิคมากมาย
(ภาพนี้ จากงาน 5 ธันวามหาราช ริมคลองอัมพวา เป็นภาพทรงยาวๆ เลยมาไม่ครบ) ห้องข้างๆ เป็นของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าใจว่าเป็นศูนย์ทำงานโครงการนำร่องเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมคลองอัมพวา ถัดไปก็มีร้าน "บ้านเกิดครูเอื้อ" ซึ่งเมื่อไรมีงานที่อัมพวา สุนทราภรณ์ต้องยกวงใหญ่มาร่วมทุกครั้งค่ะ ดินได้พบกับคุณพี่อติพร สุนทรสนาน ลูกสาวครูเอื้อด้วยค่ะ เผลอไปนิด ไปบอกขอแอดท่านเป็นเพื่อนบ้านเฉยเลย แหะ
(ฝีมือคุณตุ้ม งานประจำอยู่ที่บางกอกโพสท์ค่ะ) อีกด้านก็ต้องแวะเข้าไปสักนิดนะคะ พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของใช้ที่ชาวบ้านสมัยโบราณเค้าใชักันในชีวิตประจำวัน ชื่อ "พิพิธภัณฑ์เมื่อวันก่อน" วันนี้ไม่ทราบว่า "เรือผีหลอก"จะได้นำมาตั้งแสดงไว้หรือยัง (เรื่องนี้น่าสนใจ มันคืออะไร ต้องขยายทีหลัง พร้อมรูปถ่าย)
(บ้านริมน้ำ ภาณุภณ เจ้าเก่าค่ะ) มาพูดถึงการดูหิ่งห้อยกันหน่อย ต้องบอกว่า ช่วงนี้หิ่งห้อยมีน้อย ดูหิ่งห้อยให้สะใจต้องเป็นช่วงปลายฝน - ต้นหนาว นะคะ ข่าวลือที่ว่าชาวบ้านตัดต้นลำพูเพราะรำคาญการท่องเที่ยวชมหิ่งห้อยของนักท่องเที่ยวนั้นก็มีมูลความจริง เมื่อมีการจับเข่าคุยกัน สร้างความเข้าใจกัน แก้ปัญหากัน เรื่องนี้คิดว่าน่าจะยุติแล้วนะคะ อย่างไรก็ตาม หิ่งห้อยมีให้ดูอยู่หลายแห่งตลอดเส้นทางลำคลองแยกที่มีมากมายของแม่น้ำแม่กลอง เฉพาะที่อัมพวาเองมีคลองอยู่ถึง 360 สาย นะคะ ก็ไม่แน่ใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะได้รับการดูแลทั่วถึงหรือไม่ เพราะฉะนั้นพวกเราที่อยากดูหิ่งห้อยต้องรักษากติกากันนิดหนึ่ง ดูเงียบๆ ในความมืด อย่าส่งเสียงเอะอะ อย่าฉายไฟ คนเมาที่ไปส่งเสียงนั่นแหละค่ะที่ทำให้ชาวบ้านเค้ารำคาญ ... อย่าลืมว่าเราเป็นแขกไปเยี่ยมเยือนเค้า....เกรงใจเค้าเนอะ...
เรื่องนี้แถมค่ะ นี่คือเรือชื่ออีแปะ ชื่อประเภทของเรือนะคะ เป็นเรือแจวที่ใช้กันทั่วไปตามแม่น้ำลำคลอง ลำนี้เป็นเรือเก่าปลดระวางแล้ว ความจริงเค้าบอกว่าถ้าเอามาเย็บ (แปลว่าตอก ซ่อมแซม ประมาณนี้ค่ะ) แล้วจะใช้ได้อีก 10 - 20 ปี เค้าบอกว่าเป็นไม้สักทอง ขัดล้างแล้วจะสวย ซึ่งเรากะว่าจะเอามาวางบนขาตั้ง ปูกระจกไว้ด้านบนส่วนหนึ่ง ใช้แทนโต๊ะวางสินค้า จากเรื่องนี้ก็เลยมาถ่ายทอดต่อว่า .... เห็นซี่ไม้ที่คั่นนั่นไหมคะ เค้านับความเป็นสิริมงคลของเรือลำนี้ตามจำนวนซี่ไม้นั่นแบบนี้ค่ะ...ตะกั่ว เหล็ก ทองแดง นาค เงิน ทอง ไล่ไปเรื่อยๆ ว่าตกซี่สุดท้ายที่คำไหน ซึ่งขึ้นอยู่กับความยาวของเรือ สำหรับลำนี้ 4 เมตร ไล่แล้วตกที่คำว่า เงิน ถือว่าดี
ส่วนภาพนี้คือเรือเล็กๆ สำหรับใช้ในร่องสวน ใส่ปุ๋ย รดน้ำ พอจับตั้งขึ้นมา ปะพื้นเรือซะหน่อย ติดชั้นกระจกเข้าไป เป็นตู้โชว์สินค้า......เป็นไงคะ....ฝันๆ ไปก่อนค่ะ มิรู้เมื่อไรฝันจะเป็นจริง
คำว่า "ตุ่มสามโคก" ฟังแล้วคุ้นหูมากเลยนะคะ แล้วก็คงคิดว่ามันคงจะลูกมหึมา รอบเอวสัก 40 นิ้ว แต่ความจริงใบแค่เนี้ย....แล้วก็เอวเล็กๆ เอง ต่อไปถ้ามีใครล้อคุณว่าเหมือนตุ่มสามโคก จงเชิดหน้า แขม่วพุงไว้เลยนะคะ
การเดินทางไปอัมพวาด้วยรถยนต์นั้น คงไม่ต้องแนะนำ แต่อยากจะบอกว่าเพื่อเป็นการประหยัดน้ำมัน ลองขึ้นรถตู้ไปสิคะ ขึ้นที่แถวๆ อนุสาวรีย์ชัยฯ คนละ 70 บาท ถึงหน้าตลาดน้ำเลยค่ะ รีบมาต่อข้อมูล เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันหยุดยาว ที่อาจจะมีเพื่อนๆ รอรายละเอียดเพื่อการตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี อย่างไรก็ตาม...ร้านรวง ต่างๆ ตามที่ดินเล่านั้นกำลังเร่งเปิด หลายๆ อย่างอาจจะไม่เรียบร้อยดีนัก บอกไว้ก่อนจะได้ทำใจกันนิดหนึ่ง เชื่อว่าเค้าจะค่อยๆ ปรับปรุงเหมือนเจ้าของบล็อกนี่แหละค่ะ .... ลงจนได้นะเรา :)) แล้วก็....ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่เข้ามาเยี่ยม ไหนๆ เข้ามาแล้วก็ ขอฝากบ้านไว้เลยนะคะ ช่วงนี้ดินคงไม่ได้มาเขียนบล็อกอีกพักหนึ่ง และก็ไม่สามารถแวะไปหาใครๆ ได้ ขอให้มีความสุขกันในวันหยุดยาวๆ ที่อากาศเย็นๆ และต้องประหยัดเยอะๆ เพราะว่าน้ำมันแพง..........ซะ...นะ |