พิมพ์หน้านี้
|
ชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ
ฉันเป็นคนมีกิเลส มันมีมาเรื่อยๆ ไม่เคยหยุดนิ่ง เดี๋ยวก็อยากทำไอ้โน่น เดี๋ยวก็อยากทำไอ้นี่ วุ่นวายไปเรื่อยเปื่อย ฉันเคยหลงรักการเย็บปักถักร้อยตั้งแต่เด็กๆ เก็บเศษผ้าของแม่ที่เป็นช่างตัดเสื้อมาเย็บเสื้อตุ๊กตา เย็บกระเป๋าสะพายใบเล็ก ปีกกล้าขาแข็งจนเย็บกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ ได้ วันนี้ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ฉันก็ยังเย็บเองในบางครั้งที่เกิดอารมณ์ติ๊ดขึ้นมา 2 ปีที่ผ่านมาฉันไปนั่งในแผนกการฝีมือหลายวันที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน เพื่อหัดร้อยลูกปัด ถักผ้าพันคอ แล้วก็เที่ยวไล่แจก กล่องมหาสมบัติของฉันมีไม้อัดสำหรับต่อเป็นรูปต่างๆ มีลูกปัดและเลื่อมหลากสีหลายกล่องใหญ่ ไหมพรมอีกกองใหญ่ มีเส้นไหมดิบสีเหลืองธรรมชาติที่อุตส่าห์ให้เพื่อนไปหามา ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับมันดี ไหนยังมีลูกไม้ กระดุม เปลือกหอย มีช่วงหนึ่งที่ฉันบ้าทับดอกไม้ ใบไม้แห้ง ทำการ์ด ทำที่คั่นหนังสือ ทำจนรู้ว่าดอกอะไร สีอะไรถึงจะทำได้สวย แม้กระทั่งส่าหร่ายทะเลฉันก็เก็บมาลองทับดู บางทีก็พลอยได้หลอดไฟแก้วใสดวงโตๆ ที่เกยตื้นมาติดชายหาดเป็นของแถม มันเป็นหลอดไฟของเรือจับปลาหมึก พยายามที่จะแกะขั้วมันออกมาให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นแก้ว แต่ยังไม่สำเร็จ เพราะแตกเสียก่อนทุกทีไป ฉันเก็บเกล็ดทองบนผิวทรายบนหาดริมแม่น้ำโขงหน้าแก่งคุดคู้มา 2 ถุงก๋วยเตี๋ยวเอามาบรรจงคัดเอาแต่เกล็ดทองใส่ขวดแก้วใบจิ๋ว เป็นของฝากให้เพื่อนฝูง เมื่อใดที่ฉันเกิดอารมณ์ Creative ที่จะทำอะไรสักอย่างขึ้นมา หัวใจมันเหมือนมีพายุหมุนปั่นอยู่ข้างใน ฉันจะรีบรุดอย่างเร็ว เท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อไปหาอุปกรณ์นั้นๆ มาทำ 8-11 พค. 51
ซัวซเดย-สวัสดีค่ะ ผู้ชายคนนี้ฉันรู้จักเมื่อวันที่ไปร่วมทำกิจกรรมที่เกาะกูด และเมื่อฉันตัดสินใจว่าจะเดินทางไปเที่ยวปราสาทหิน ไปชมนครวัด นครธม ฉันคิดว่าเขาน่าจะเป็นคนที่คาดว่า สามารถให้ข้อมูลความรู้ได้มากกว่าไปกับบริษัทท่องเที่ยวทั่วไป เมื่อเข้าเขตปอยเปตเวลาเช้าตรู่ ผู้โดยสารจากรถตู้สองคันมารวมกันในรถบัสขนาดเล็กคันเดียวมุ่งหน้าสู่ "บันทายฉมาร์" ปราสาทแห่งแรกของทริป เสียงบรรยายเรื่องราวลึกลับในอดีตเมื่อพันปีที่ผ่านมาอย่างกระตือรือล้นของเขา...ปลุกให้ผู้โดยสารเกิดอารมณ์กระฉับกระเฉง ..... ......ปราสาทในยุคที่ 3 ในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ศิลปและศาสนา หลอมรวมกันเป็นความงามในภาพสลักนูนต่ำ.... ....พระโพธิสัตว์โลเกศวรเปล่งรัศมีผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งจักรวาล..................... ......ปราสาทตาพรม...ราชวิหารแห่งพระนางชัยราชจุฑามณีเทวี...... ....ปราสาทเลียคเนียง...สุคตาลัยแห่งอโรคยาศาลา..... ..............................ฯลฯ..................................... เมื่อรถจอด เขาจะวิ่งลงไปเก็บภาพก่อนที่พวกเราจะลงไปบัง ด้วยกล้องตัวเล็กๆ ของเขา เพียงเพื่อจะเก็บบันทึกรายละเอียดไปเพิ่มเติมข้อมูล ขอแค่ได้ภาพที่ชัดเจน ไม่ได้ต้องการมุมกล้องสวยงาม เมื่อพวกเราตามทันเพื่อไปฟังเรื่องราวของ
เมื่อกลับขึ้นรถ ทุกคนเหงื่อโทรมกายกับแดดที่แผดร้อน เหน็ดเหนื่อยกับการปีนป่ายไปบนกองหินระเกะระกะ แต่ชายคนนี้ยังคงเปี่ยมไปด้วยพลัง เนื้อเรื่องของละครที่ปิดฉากลาโรงไปเมื่อพันปีมาแล้ว ลุกเล่น เต้นต่อ ด้วยมือที่ถือไมค์เล่า...เล่าเรื่อยไป มันสะดุดความรู้สึกของฉันนัก หลังจากนั้นฉันก็จับตามองชายคนนี้ ได้เห็นสายตาดื่มด่ำ กับซากอดีตที่กองอยู่ตรงหน้า กองแล้ว กองเล่า ฉันเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ฉันเคยรักเคยหลงอะไรเท่านี้หรือไม่ ทั้งหมดที่ฉันมี ทั้งหมดที่ฉันเป็น ฉันเคยจริงใจกับของที่คิดว่าตัวเองรักเท่าเขาหรือเปล่า
จะเข้าไปน่ะเคาะประตูก่อนนะ อ.เจี๊ยบ (อ.ย่อมาจากอะไรต้องถามพี่มะอึก)
ไฝตรงปลายจมูกนาคนี้.......บลาๆๆๆๆๆ
นายทวารบาลประจำหน้าที่เฝ้าประตูแข็งขัน ปกติวันธรรมดาจะพบได้แถววัดเสมียนนารี
.....แล้วจะมีใครมาส่งข้าว ส่งโอเลี้ยงได้น้อ.....น่าฉงฉานจริงๆ
ไปแทรกกลางทำไมนั่น ต่อแถว เข้าคิว เพื่อความเป็นระเบียบ สิจ๊ะ
โตนเลสาบ จำใจในวันสุดท้าย เพราะพลาดหวังจากที่จะแยกตัวไปชมพิพิธภัณฑ์แต่เค้ายังไม่เปิด อดไป เลยพยายามทำร้ายตัวเองด้วยการกัดจรเข้
เริ่มออกอาการไม่ค่อยดีแล้วล่ะค่ะ น่าเห็นใจจังเลย
เอนทรีนี้แด่ บล็อกเกอร์ "ศุภศรุต"
|