พิมพ์หน้านี้
|
ข้าวแพง ปัญหาที่ร้านอาหารต้องเผชิญ ในยุคที่น้ำมัน ข้าว น้ำตาล และหมูแพง และคาดว่าสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ จะขึ้นราคาตามไปด้วย แต่คนไทยก็ยังต้อง "กินข้าว" เพื่อดำรงชีวิต หากจะลองไปทานอาหารตามร้านอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะในห้างหรู หรือแม้แต่ก๋วยเตี๋ยวริมทาง จะเห็นว่า แม้ไม่ได้ขึ้นราคา แต่ปริมาณก็ลดลง และหากร้านไหนขึ้นราคา ปริมาณก็ไม่ขึ้นตามไปด้วย ร้านอาหารตามสั่งแถว ๆ ซ.พหลโยธิน 48 เป็นร้านอาหารอีกร้านหนึ่งที่ประสบปัญหาเรื่องของแพง เราได้สัมภาษณ์ "พี่บุ๋ม" เจ้าของร้าน "หนึ่งโภชนา" พี่บุ๋มบอกกับเราว่า "ของมันขึ้นราคา ถ้าจะให้ได้กำไรเท่าเดิม เราก็ต้องทำงานมากขึ้น" กับปัญหาข้าวราคาแพง พี่บุ๋มบอกเราว่า "ใช้วิธีถามลูกค้าเอาว่าเค้าจะกินแค่ไหน ไม่งั้นมันเหลือแล้วเสียดาย ให้ข้าวเหลือในจานให้น้อยที่สุด" และแม้จะขึ้นป้ายขายข้าวเปล่าจากเดิมถุงละ 5 บาท เป็นถุงละ 10 บาท แต่ด้วยความเห็นใจลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่อาศัยอยู่หอพักแถว ๆ นั้น จึงยังคงขายข้าวเปล่าในราคา 5 บาท แต่ปริมาณลดลง "พี่ใช้ข้าวอาทิตย์ละ 2 กระสอบนะ ถึงจะพอขาย ถ้าอย่างรัฐบาลว่าถุงละ 5 กิโล ซื้อคนละไม่กี่ถุง มันใช้สำหรับคนที่เค้าอยู่บ้าน ไม่ใช่ร้านขายกับข้าวอย่างเรา หรือเด็กหอ แล้วยิ่งหมู ไก่ ราคาแพง จะให้กินแต่ผัก ผักบุ้งอย่างดี ๆ เลยนะ ก็กิโลละตั้ง 30 บาทแน่ะ" ร้านอาหารของพี่บุ๋ม นอกจากจะต้องต่อสู้กับข้าวของที่ขึ้นราคาแล้ว ยังต้องเผชิญกับค่าเช่าที่เดือนละ 1 หมื่นบาท ทำให้ทุกวันนี้ต้องเข้านอน 5 ทุ่ม และตื่นตี 3 เพื่อที่จะทำอาหารสำเร็จจากเดิม 5 อย่าง เป็น 8 อย่าง และมีอาหารตามสั่ง และก๋วยเตี๋ยว เป็นอีกทางเลือกให้ลูกค้า ทำทุกอย่างให้มากขึ้นเพื่อเผชิญกับค่าเช่าที่เรือนหมื่น "มันเหนื่อยมากขึ้นนะคุณ" พี่บุ๋มบอกกับเราด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกชัดว่าเหนื่อย คุณภาวิณี เจ้าของร้านอาหารประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง เป็นอีกคนที่ประสบปัญหาเดียวกัน แต่จะต่างกันตรงที่ คุณภาวิณีไม่สามารถขึ้นราคาอาหารหรือแม้กระทั่งเครื่องดื่มได้ เพราะติดเงื่อนไขสัญญากับทางคณะฯ
คุณภาวิณีบอกกับเราว่า "แต่ละเดือนลงทุนก็เกือบหมื่น ไหนจะค่าอาหาร ค่าน้ำ แล้วก็ค่าหนังสือพิมพ์ ก็หลายฉบับเหมือนกันนะในแต่ละวัน" สถานที่ที่คุณภาวิณีขายอาหารและเครื่องดื่ม ไม่อำนวยต่อการประกอบอาหารมากไปกว่าก๋วยเตี๋ยวหรือเครื่องดื่มประเภทกาแฟโบราณ จึงต้องประกอบอาหารมาจากร้านแม่เลย และเช่นเดี๋ยวกับพี่บุ๋ม คุณภาวิณี ต้องถามปริมาณข้าวที่ลูกค้าจะทานก่อน และอีกอย่างหนึ่งก็คือ "เราก็มีลูกค้าประจำ เวลาจะตักข้าวก็ต้องคิดถึงเค้าว่า เค้าได้ในปริมาณที่พอเหมาะสมกับที่เค้าจ่ายตังค์รึเปล่า" จริงอยู่ว่ารัฐบาลพยายามหาทางแก้ปัญหาเรื่องราคาข้าว แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก "พี่ขายข้าวที่นี่มา 21 ปี แต่ปีนี้นี่แหละที่มีปัญหาเยอะมาก น้อยใจเหมือนกันนะที่ขึ้นราคาไม่ได้ แต่ก็เห็นใจคนกิน ลูกค้าเก่าทั้งนั้น" คุณภาวิณีทิ้งท้ายด้วยความน้อยใจ คุณซานตาครอส นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง เป็นลูกค้าที่ประสบปัญหาไม่แตกต่างกัน "ที่มหาวิทยาลัยไม่ขึ้นราคาหรอก แต่ก็ลดปริมาณลง มันไม่อิ่มน่ะ แล้วข้าวแพงแบบนี้ จะให้กินแต่มาม่าก็คงไม่ได้ ก้อาศัยว่านอนดึกตื่นสาย รวบมื้ออาหารเอา ก็ช่วยลดมื้ออาหารลงไปได้ จาก 3 มื้อ ก็เป็น 2 มื้อ" ร้านอาหารตามสั่ง เป็นอีกกลุ่มคนหนึ่งในสังคมที่ต้องเผชิญและแบกรับปัญหาข้าวแพง ที่แม้จะต้องการขึ้นราคาอาหารเพียงใด แต่เมื่อคำนึงถึงมนุษยธรรม ก็ไม่สามารถจะคิดอะไรได้มากไปกว่า "ช่วย ๆ กัน" แล้วพวกเขาจะต้องเผชิญปัญหานี้ไปอีกนานเท่าไหร่ คงต้องรอดูว่า การปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลจะช่วยผ่อนเบาภาระของพวกเขาได้เพียงใด สุธิดา กิติศรีวรพันธุ์ รายงาน สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 51 |
| รูปไปงานช่อ 56 | ||
เป็นครั้งแรกที่ได้ไปงานช่อ ... และก็คงเป็นครั้งสุดท้าย เพราะรู้สึกตัวเองแก่เหลือเกิน กับงานที่มีแต่หนุ่ม ๆ สาว ๆ ... เป็นความทรงจำที่ดีค่ะ |
||
|
View All |
||