พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีค่ะ วันที่ 4 เป็นวันที่ "ครึกครื้น" ที่สุดวันหนึ่ง ... ก็หลังจากจบการอบรมภาคเช้า พวกเราก็ กรูกันเข้าไปถ่ายรูปกับวิทยากรทั้ง 2 ท่าน ... เป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นในการอบรมวันอื่น ๆ ก็เพราะคุณจอมขวัญและคุณธีระเป็น "ไอดอล" ของพวกเราหลาย ๆ คนน่ะสิคะ ... อาจเพราะความอบอุ่นของความเป็น "คุณพ่อ" ของคุณธีระ ที่เผื่อแผ่มาถึงพวกเรา และความเป็น "พี่สาวคนโต" ของคุณจอมขวัญ ที่จะดูแลและใส่ใจความรู้สึกของพวกเราแม้กระทั่งเวลาพักทานอาหารกลางวัน คุณจอมขวัญก็ยังมานั่งคุยกับพวกเราทีละโต๊ะ ... คงทราบว่าพวกเรายังมีคำถามที่ไม่ได้ถามในห้องแต่หมดเวลาซะก่อน ... เพราะความรู้สึกที่พวกเราสัมผัสได้แบบนี้กระมัง ที่ทำให้พวกเราสร้างปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับวิทยากรท่านอื่น ๆ สรุปการอบรมวันที่ 4 ภาคบ่าย ในภาคบ่ายเป็นเรื่องของ "รายงานข่าวด่วน Breaking News" ที่มีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ วิทยากรของเราคือ "คุณครูสมภพ รัตนวลี" โปรดิวเซอร์รายการข่าวของเนชั่น
สโลแกนของ Breaking News สไตล์เนชั่นทีวี คือ "แรง สด ใหม่ ก่อนใคร รอบด้าน" ... ยังไงเหรอคะ ... เรามีคำอธิบายค่ะ ... แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับ Breaking News กันก่อนดีกว่าค่ะ Breaking News คือข่าวที่แทรกได้ทุกนาทีของสถานีข่าว ไม่ต้องรอจนถึงต้นชั่วโมง เหตุเพราะเป็นข่าวที่เกิดขึ้นสด ๆ เช่น การรายงานเหตุการณ์สึนามิ หรือการรายงานเหตุระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งกองบรรณาธิการที่แม่นยำ มีประสบการร์จะเรียกประชุมในทันที และใช้เวลาสั้น ๆ อย่างชำนาญในการ 1) เตรียมสตูดิโอ โดยให้ฝ่ายเทคนิคเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ 2) แย่งงานอย่างกระชับ มีทีมรวบรวมข่าว เตรียมพิธีกร และหาแหล่งข่าว 3) หาแหล่งข่าวชั้นต้นทันที ซึ่งจะต้องมี Phone - Interview สด ๆ ในรายงานข่าว 4) มีภาพประกอบ Insert หรือ เสียง ส่วนกรณีที่ไม่มีภาพต้องทำกราฟฟิค หรือหาภาพจากแฟ้มข่าวมาแทน 5) เอาข้อมูลที่รวบรวมในเบื่องต้น และทยอยให้ข้อมูลล่าสุด และข้อมูลอ้างอิง ผ่านทาง Intercom เป็นระยะ ๆ 6) พิธีกรต้องนำเสนอข้อมุลด้วยท่วงทำนองหนักแน่น กระตือรือร้น ข่าวดีใจก็ยิ้มแย้ม เสียใจก็ขึงขัง เพื่อให้คนดูเคลิ้มตาม แต่ไม่ใช่เล่นละคร 7) ทวนและสรุปข่าวบ่อย ๆ และ 8) เมื่อกระบวนการผลิตเข้าที่ Breaking News จะกลายเป็นข่าวหลักของสถานี โดย SNG (รถถ่ายทอดสด) ถึงพื้นที่ นักข่าวสนามลงพื้นที่ เพื่อเจอแหล่งข่าวจริง ๆ ซึ่งคุณครูสมภพบอกกับพวกเราว่า การผลิตข่าวให้ฟรีทีวีแต่ละช่อง จำเป็นที่จะต้องทราบกลุ่มคนดูด้วย เพื่อให้น้ำหนักข่าวตามกลุ่มคนดูนั้น ๆ และการที่จะ "ตรึง" คนดูได้ ก็ต้องทำ "10 วินาทีแรกสำคัญมากกับการเสนอข่าว" ... เช่นเดียวกับที่พี่จอยได้บอกและย้ำกับพวกเราไปแล้วในการอบรมวันที่ 3 หัวข้อต่อมาที่พวกเราควรทราบและต้อง "สามารถปฏิบัติ" คือ "คุณสมบัจิของผู้ประกาศข่าว Newscaster และผู้ดำเนินรายการ Anchorman" ได้แก่ 1) ดูมีอำนาจ (Authority) ไม่ดูเหลาะแหละ สามารถทำให้คนเชื่อ 2) ดูน่าเชื่อถือ (Credibility) ซึ่งคนกำลังฟังและจะเชื่อในสิ่งที่เราพูดอยู่ 3) แจ่มชัด ฉะฉาน หนักแน่น (Clarity) ต้องอ่านจนเข้าใจแล้วจึงอธิบาย ซึ่งถ้าเรามี 2 ข้อแรก คุณสมบัติข้อนี้จะตามมาเอง และแม้จะคุยผิด อ่านผิด ก็ยังดูดี (อันนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ) 4) บุคลิกอบอุ่น เป็นกันเอง (Warmth) เป็นคนใจดี เข้าถึงง่าย ทำให้รู้สึกว่าต้องเป็นคนดีแน่ ๆ และ 5) มืออาชีพ (Professionalism) ซึ่งการเป็นมืออาชีพของจริง จะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม ส่วนเสียงดี ZGood voice) และ ดูดี (Good Look) ถ้ามีก็จะช่วยเสริมคุณสมบัติทั้ง 5 ข้อข้างต้นได้ ส่วนการจะมีคุณสมบัติทั้งหมดนี้ได้ ก็ต้องมาจากการฝึกฝนค่ะ ... ทำยังไงเหรอคะ ... อย่างแรกเราก็ต้องสำรวจตัวเองก่อนว่า เป็นคนคุยสนุกหรือเปล่า อย่างน้อยมีความตั้งใจที่อยากจะคุยให้สนุกก็ยังดี จากนั้น อ่าน อ่าน และอ่านข่าวทุกวัน แต่ถ้าไม่รู้จะอ่านฉบับไหน คุณครูสมภพแนะนำหนังสือพิมพ์มติชน ไทนยรัฐ และกรุงเทพธุรกิจค่ะ และถ้าอยากเป็นผู้รอบรู้ เราก็ต้องอ่านทุกฉบับ แต่การอ่านจากหนังสือพิมพ์คงไม่เพียงพอ เราจะต้องมีความรู้รอบตัวชนิดที่ "สารพัดพิษ" กันเลยทีเดียว อาจจะหาจาก website ที่ฉลาด ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ การเปิดดุข่าวทุกช่องเพื่อจดจำสไตล์ของ "นักเล่าข่าว" แต่ละคนเพื่อค้นหาสไตล์ของตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญ "เราจำเป็นต้องมีต้นแบบ" ต้องฝึกจากเบสิคโดยทำตัวเป็นนักข่าวภาคสนาม 1 -2 ปี เพื่อ "สะสมไมล์ประสบการณ์" ด้วยการเจอแหล่งข่าวจริง ๆ หัดยื่นไมค์ถามสั้น ประคองประเด็นร่วมกับคนอื่น ๆ เพื่อทำให้เราเด่นด้านใดด้านหนึ่งมาก่อนที่จะไปเป็น "นักเล่าข่าวที่เก๋าเวที" สิ่งสำคัญอีกประการคือ "ต้องหาสำนักสังกัด" ... ซึ่งคุณครูสมภพแนะนำ "เนชั่น" เพราะเป็นที่เดียวที่มี Work Shop ผู้ประกาศข่าว จากนั้นให้ปรับทัศนคติหรือมุมมองต่อข่าว ซึ่งเป็นสามัญสำนึกแรกของเรา แม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็ควรอ่านทำความเข้าใจ่ให้ถึงแก่นของเรื่องนั้น ๆ ก่อนดัดแปลงไปสู่กระบวนการนำเสนอที่ฉลาด ... หรือไม่ได้เรื่องก็ได้ และหลังจากนั้น เราจะเป็ฯผู้ประกาศ นักคุยข่าว และนักข่าวที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ "แต่จะไม่เท่ห์เลยถ้าคุณลืมคุณสมบัติข้อสุดท้าย คือ แหกกฎกติกาทุกข้อที่ผมบอกเมื่อกี๊ แล้วเริ่มต้นใหม่" ... คือ "รู้จักคิดนอกกรอบนั่นเอง" จากนั้นเราก็นำทฆษฎีที่เรียนมาตลอด 1 ชั่วโมงมาปฏิบัติที่สตูดิโอ 3 ชั้น 12 ... ทุกคนจะต้องรายงาน Breaking News โดยมีข่าวให้สั้น ๆ โดยมี "Phone - Interview" หรือที่พวกพี่ ๆ เรียกว่า "Phone -In" และการสื่อสารผ่าน Intercom กับ "โปรดิวเซอร์" ซึ่งก็คือ "คุณครูสมภพ" ของพวกเรานั้นเอง ... จากการปฏิบัติจริง ทำให้ทราบว่า เราต้องมีสติ สติ และสติ ต้องฟังในส่งที่แหล่งข่าวพูดใน Phone - In ซึ่งจะต้องจับประเด็นจากคำตอบเพื่อนถามต่อ ต้องดึง "สัญชาตญาณของนักข่าว" (ที่ไม่ค่อยจะมี) ออกมาใช้ แล้วยังต้องอยู่ในอาการหวั่น ๆ ว่าจะติดต่อแหล่งข่าวไม่ได้ เราจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร ต้องควบคุมอาการตกใจ และถ้าแหล่งข่าววางสายหลางคันเราจะทำอย่างไร และไหนจะยังต้องฟังคำแนะนำจากโปรดิวเซอร์ ผ่าน Intercom ... สติ และสัญชาตญาณของนักข่าว สำคัญจริง ๆ นะ ... ถึงปูแมวจะทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่ อาจจะตกคำถามไปบ้าง แล้วก็สรุปข่าวอย่างเงอะ ๆ เงิ่น ๆ ไปบ้าง แต่การฝึกปฏิบัติวันนี้ ทำให้ปูแมว "รู้สึกสนุก" กับการทำข่าวมากขึ้นอย่างที่จะต้องสงสัยและแปลกใจตัวเองเลยทีเดียว ... ทำให้สามารถค้นคำตอบของคำถามที่ 2 ที่ยังค้างอยู่ในใจ "แล้วคุณจะเป็นคนทีวีอย่างไร" ขึ้นมาได้ "แล้วคุณจะเป็นคนทีวีอย่างไร?" กับการอบรม 3 วัน กับอีกครึ่งวันที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ยังคงเป็นคำถามกับตัวเองว่า "นั่นสิ ... แล้วฉันจะเป็นคนทีวีอย่างไร???" ... ไม่มีคำตอบของคำถามนี้ในวันแรกที่ได้รับคำถามจากพี่จอย ... เมื่อลองนั่งคิ ก็ได้คำตอบแสนตื้นที่ออกมาอย่างแกน ๆ ก็คือ "ก็ต้องเป็นคนที่เป็นกลาง อยู่ในจรรยาบรรณของอาชีพ และมีคุณภาพน่ะสิ ก็อบรมมาแล้ว" ... เป็นคำตอบ "กำปั้นทุบดิน" ในความรู้สึกของตัวเองซะจริง ๆ ... แต่เมื่อภาคบ่าย ได้ลงมือปฏิบัติจริง สมองก็พรั่งพรูความคิดออกมาว่า "ฉันจะเป็นคนทีวีเบื้องหลังที่ทำงานออกมาอย่างสนุกสนาน แต่มีสาระและคุณภาพ โดยคำนึงถึงจรรยาบรรณของอาชีพ คุณธรรมของความเป็นมนุษย์ ความเที่ยงธรรมและให้เกียรติแหล่งข่าวอย่างเท่าเทียม หรือไม่ก็เป็นผู้สื่อข่าวภาคสนามที่ยึดถือความเป็นจริงของข่าวเป็นหลัก และสามารถเข้าถึงแหล่งข่าวได้ทุกที่โดยไม่อิดออด เพื่อให้การรายงานข่าวออกมาสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ความสามารถจะทำได้ กล้าลุย และกล้าต่อกรกับความท้าทายในอาชีพ และเป็นคนที่มีอุดมการณ์และมีความมุ่งมั่นกับอาชีพของตัวเอง" ... แม้จะยังไม่หนีคำตอบไปซักเท่าไหร่ ... แต่คำตอบของปูแมวมัน "ขึงขังและจริงจัง" มากกว่าคำตอบแรก การเป็นคนทีวี มี "อะไร" ให้น่าศึกษาและน่าค้นหามากว่าการนั่งเป็นผู้ประกาศเฉย ๆ ค่ะ ... แม้จะไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องการเตรียมข้อมูล และการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเท่าไหร่นัก ... แต่การได้ "ลุย" เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างประหลาด ... แม้การอบรมครั้งนี้จะเป็น "การอบรมผู้ประกาศสไตล์เนชั่น" ... แต่เพราะอุดมการณ์และอุปนิสัยส่วนตัว ทำให้รู้สึกว่า การเป็นผู้สื่อข่าวภาคสนามและงานเบื้องหลัง เป็นความท้าทายที่มีเสน่ห์ ... การอยู่ในห้องควบคุมกับคุณครูสมภพและพี่ ๆ ทีมงานกว่าครึ่งชั่วโมง ทำให้ปูแมวรู้สึกว่า "ปูแมวคงหลงเสน่ห์งานภาคสนามและงานเบื้องหลังเข้าซะแล้ว" ... ^___^ ปูแมวค่ะ |
| คุณครูของหนูที่เนชั่น ... ขอบคุณค่ะคุณครู | ||
การอบรม 4 วัน ปูแมวและเพื่อน ๆ มีคุณครูที่เนชั่น 13 คนแล้วค่ะ แต่ต้องขออภัยที่สามารถหารูปมาได้ 10 ท่านค่ะ (ยังขาดรูปคุณครูนิธินันท์ ยอแสงรัตน์ คุณครูชุตินทรา วัฒนกุล และคุณครูชูชาติ เพชรโต) |
||
|
View All |
||