พิมพ์หน้านี้
|
" ถ้าพายุนาร์กีสถล่มไทย " เราจะทำไงดี ? หลังจากพายุนาร์กีสเข้าถล่มพม่าในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศพม่า เด้รับเสียหายอย่างหนัก ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากทุกพื้นที่ ของเมืองย่างกุ้ง อิระวดี พะโค รวมถึงรัฐมอญและรัฐกระเหรี่ยง เกิดน้ำท่วมอย่างหนัก พื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนถูกทำลายด้วยฤทธิ์วาตภัย อย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนนับหมื่นคนต้องเสียชีวิต และอีกหลายพันคนต้องตกอยู่ในความยากลำบาก เพราะขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะน้ำดื่มและยารักษาโรค ช่างเป็นเหตุการณ์ ที่น่าเวทนายิ่งหนัก
บทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ หลายภาคส่วนยกความผิดให้กับระบบเตือนภัยในประเทศพม่า ซึ่งไม่สามารถเตือนภัยให้กับประชาชนได้ แต่ถ้าเรามองในมุมกลับกัน ระบบเตือนภัย คือ วิธีการแก้ปัญหา มากกว่า ไม่ใช่วิธีป้องกันการการเกิดการวาตภัย เพราะว่า ตามปกติแล้วภัยธรรมาติ มิสามารถบ้องกันได้ เพราะ สิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นแทบทุกสิ่งบนโลก มันเหนือการควบคุม โดยเฉพาะ ภัยธรรมชาติ แต่ข้อน่าสังเกตุที่นาสนใจจาก พายุนาร์กีส คือ ความรุนแรงของพายุนาร์กีสเกิดจากความแปรปรวนของอากาศ ที่มีผลมาจากภาวะโลกร้อน อีกทั้งกระแสน้ำในมหาสมุทรทั่วโลกยังมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัย ในเกิดพายุได้ง่ายขึ้นและมีความรุนแรงสูง
ผลจากเหตุการณ์นี้สามารถนำมาวิเคราะห์และเชื่อมโยงกับประเทศไทยได้ เพราะว่าเมืองย่างกุ้งกับกรุงเทพเป็นเมืองหลวงที่ มีลักษะที่ตั้งของเมืองหลวงใกล้เคียงกันมาก โดยเฉพาะลักษณะที่ตั้งของเมืองหลวงที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ ทั้งทะเล และแม่น้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้น้ำท่วมได้ง่าย กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ ที่มีการทรุดตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะตั้งอยู่บนพื้นที่ดินเลน ข้อมูลจากกรมแผนที่ทหาร ในเขตบางกะปิ พื้นดินทรุดลงถึง 100 เซนติเมตร อีกประการหนึ่ง คือ น้ำทะเลมีระดับสูงขึ้น ทำให้ระดับน้ำที่หนุนจากทะเลมีระดับสูงมากขึ้น เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ เมื่อปริมาณน้ำในกรุงเทพสูงขึ้น ก็ยากที่จะปริมาณน้ำจะลดลง สมมติว่ามี พายุไต้ฝุ่น เกิดขึ้น ในมหาสมุทรแปซิฟิก ความเร็วประมาณ 17-32 เมตร ต่อ วินาที พัดขึ้นฝั่งที่สมุทรปราการ แล้วทวีความรุนแรงที่กรุงเทพ เป็เหตุให้เขตเศรษฐกิจ บริเวณกรุงเทพและปริมณฑล เกิดความเสียหาอย่างหนัก เนื่องจากบริเวณนี้มีประชากรอยู่อาศัย อย่างหนาแน่น และเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก คิดดูสิว่าความรุนแรง จะมากกว่าย่างกุ้งขนาดไหน
ในประเทศไทยมีนักวิชาการหลายท่าน แนะนำวิธีการป้องกันไว้หลายวิธี เช่น การสร้างเขื่อน บริเณชายฝั่งทะเลตะวันออก และปริมณฑล เพื่องป้องระดับน้ำทะเล ทีสูงขึ้น ซึ่งโครงการนี้จะคล้ายกับโรงการแก้มลิงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลายๆวิธีในการป้องกันภัยตามธรรมชาติ ยังไม่รับความสนใจจากนาร์กีส แต่บทเรียนของพายุนาร์กีสในพม่า เป็นบทเรียน และตัวอย่างที่ดีในการสอนให้ พวกเราเตรียมตัวรับภัยอันตรายที่เกิดจากธรรมชาติ และถือว่าเป็นสิ่งใกล้ตัว กับเราทุกคนมาก เรื่องน่าคิดจากพายุนาร์กีส คือ เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างบ้าคลั่ง และทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ตอนนี้กรรมกำลังตามสนองพวกเรา เพราะธรรมชาติกำลังกลับมาทำลายเรา ดังนั้นเราควรช่วยกันรักษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมน่ะครับ เพื่อพวกเขาจะได้ไม่มาทำร้ายเรา ช่วยกันแบบง่าย โดยการใช้ ถุงผ้าลดโลกร้อนก็ได้น่ะครับ เพื่อให้โลกของเรานาอยู่ และสวยงาม ตลอดไป วานิชนิวส์รายงาน
|