พิมพ์หน้านี้
|
จากกำนันชัย สู่ " ประธานสภาผู้แทนราษฎร " คนปัจจุบัน.....
ในโลกของนักการเมือง ตำแหน่งทางการเมืองถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย เพราะตำแหน่งเป็นตัวบ่งบอกถึง ฐานะทางสังคมของความเป็นผู้นำได้อย่างดี และ ตำแหน่ง คือตัว กำหนดบทบาทและหน้าที่ในการทำงานของผู้นำเรานั้น จึงไม่ใช่เรื่อง แปลก ที่เราจะเห็นท่าน ส.ส. ทั้งหลาย พยายามที่จะผลักดันตัวเองให้ก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุด ทางการเมืองอย่างมิได้ย่อ ถ้าพูดถึงตำแหน่งสูงสุดทางการเมือง หลายๆคนคงจะต้องนึกถึงตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" เป็นอันดับแรก แต่ตำแหน่งที่มีความสำคัญไม่น้อย และเปรียบเสมือน พ่อบ้าน หรือ หัวหน้าห้อง ที่ต้องคอยดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านรัฐสภา ที่มีผู้นำอาศัยอยู่ร่วมกันกว่าสี่ร้อยชีวิต ซึ่งทุกชีวิตล้วนมีความเด่นและแตกต่าง จนยากที่พ่อบ้านจะคุมได้โดยง่าย ซึ่งถ้าพ่อบ้านไม่สามารถควบคุมความสงบ เรียบร้อยได้แล้ว เจ้าของบ้านอย่างนายกรัฐมนตรีคงจะแย่แน่นอน ตำแหน่งนี้ก็คือ ตำแหน่ง " ประธานสภาผู้แทนราษฎร " นั่นเอง ถ้าเรานับเนื่องจากประธานคนแรก พระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ. อยุธยา) จนถึงประธานลำดับที่ 33 คนที่ 24 คนปัจจุบัน คุณชัย ชิดชอบ เส้นทางของการก้าวมาสู่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ของท่าน น่าสนใจไม่น้อย มีลายละเอียดที่หลายท่านคงยังไม่ทราบมาก่อนแน่นอน
คุณชัย ชิดชอบ เกิดเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2471 ที่จังหวัดสุรินทร์ จบมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนสุรวิทยาคาร จ.สุรินทร์ จบปริญญาตรี และโทด้านรัฐศาสตร์ และสาขาส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เริ่มทำธุรกิจด้านโรงโม่ เริ่มต้นเข้าสู่การเมืองจากลงสมัครเป็นการเมืองท้องถิ่นตำแหน่ง " กำนัน " และก้าวสู่ตำแหน่ง ส.ส. จ. บุรีรัมย์ ปี 2512 เป็นสมาชิกอยู่หลายพรรค ทั้งประชาธิปัตย์ , กิจสังคม , สหประชาธิปไตย, ชาติไทย และพลังประชาชน ในปัจจุบัน หลังจากที่คุณยงยุทธ ติยะไพรัช ได้ลาออกเมื่อวันที่ 30 เม.ย.51 ทางรัฐสภา จึงต้องรีบสรรหาผู้เหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่ง เพื่อขับเคลื่อนรัฐบาลต่อไป และเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 51 ส.ส. ลงคะแนน 283 ต่อ 158 เสียง เลือก นายชัย ชิดชอบ นั่งเก้าอี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ แต่เส้นทางนี้ของนายชัย ชิดชอบ มิได้โดยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะมีหลายเสียงคัดค้านก็การลงมติในครั้งนี้ โดยเฉพาะเสียงจากหัวหน้าพรรคชาติไทย คุณบรรหาร เหมือนจะมีน้ำหนักไม่น้อย เพราะท่านเคยเป็นเจ้าของบ้านที่นายชัย ชิดชอบ เคยขอพักอาศัย เพราะท่านบรรหาร ไม่มั่นใจว่าคุณชัย ชิดชอบ จะมีพลังมากพอในการควบคุมสมาชิกในรัฐสภาได้ อีกทั้งคุณชัย ชิดชอบ ยังมีคดีบุกรุกที่ดินรถไฟ ที่จังหวัด บุรีรัมย์ ซึ่งยังอยู่ในช่วง ดำเนินคดีอยู่ บวกกับด้วยอายุอานามของท่านกว่า 80 ปีแล้ว ศ่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจ ต่อการทำงานของคุณชัย ชิดชอบ จึงมีมากขึ้น แต่ด้วยกำลังใจของสมาชิกในพรรคพลังประชาชน และเพื่อนร่วมรัฐบาล จึงทำให้คุณชัย ชิดชอบ ยังพร้อมก้าวเดินอย่างมั่นใจและมั่นคง เส้นทางสายนี้ การเป็นพ่อบ้านรัฐสภาไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อกล้าที่จะขึ้นหลังเสือแล้วก็ยากที่จะลง ครั้นขึ้นหลังเสือแล้วก็ยากยิ่งที่จะบังคับให้เสือวิ่งและเดินตามใจชอบได้ เพราะถ้าเสือหิวและไม่ให้อาหาร ไม่วายเสือนั้นอาจหันมาทำร้ายคนดูแล เรายังคงต้องจับตาดูท่านต่อไป เพราะท่านยังคงเป็นหนึ่งพลังในการ พัฒนาชาติ เป็นตัวแทนแห่งความหวังของประชาชนสืบต่อไป
|