พิมพ์หน้านี้
|
สืบเนื่องมาจากการบ้านในวันที่ 3 ที่พี่จอยได้มอบหมายให้พวกเราทำ หลังจากที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการสื่อสาร (Communication) ซึ่งผมก็อู้มาได้ถึงสองสัปดาห์เต็มๆ ในที่สุดก็มีเวลาว่างนั่งทำการบ้านซะที จะว่าไปแล้ว ผมก็ไม่เคยจะคิดมาก่อนเลยว่าจะต้องมาเรียนเรื่องการสื่อสาร ผมก็สื่อสารอยู่ทุกวัน จะต้องเรียนให้เหนื่อยไปทำไม แต่ที่จริงแล้วอาชีพด้านการสื่อสารมวลชนนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ ดังที่ครูพี่จอยได้อธิบายให้ฟังว่า คำพูดคำเดียวกันสังคมแต่ละสังคมอาจแปลความหมายได้แตกต่างกันออกไป การที่จะเป็นนักสื่อสารที่ดีได้จึงต้องระวังในจุดนี้ให้มากๆ เพราะบางเรื่องอาจไปกระทบจิตใจของกลุ่มคนบางกลุ่มได้ นักสื่อสารมวลชนที่ดีจึงต้องมีความเป็นกลางให้มากที่สุด และจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่สื่อสารออกไปด้วยครับ กลับมาถึงการบ้านของเรากันดีกว่าครับ คุณเป็นคนอย่างไร? เป็นคำถามที่ง่ายๆ แต่ทั้งที่นั่งคิด นอนคิด มาถึงสองสัปดาห์เต็มๆ ก็ยังหาคำตอบไม่ได้เลยว่าผมเป็นคนอย่างไร ไว้ผมคิดออกเมื่อไหร่แล้วจะมาบอกนะครับพี่จอย... แหม...คิดได้ไงก็ไม่รู้ จะตอบอย่างนี้ก็คงจะง่ายไปหน่อยใช่ไหมครับ จริงๆ แล้ว ผมก็ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร ในความเป็นจริงแล้ว ผมคิดว่าคนเราส่วนใหญ่ก็ไม่เคยคิดที่จะประเมินตนเองเช่นกัน เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัว จึงคิดว่ารู้จักตัวเองดีอยู่แล้ว คนเรามักไปประเมินผู้คนรอบตัวมากกว่า สำหรับผมก็เช่นเดียวกัน แม้จะเป็นคนที่ค่อนข้างใจร้อน รั้นที่จะทำอะไรตามวิถีของตัวเองเป็นหลัก เรียกได้ว่าเป็นคนที่มั่นใจในวิถีทางของตนเอง มีพลังในตัวเองสูง ค่อนข้างเด็ดเดี่ยว ดื้อรั้นพอสมควร แต่ผมคิดว่าตัวเองเป็นคนที่เอาใจใส่กับความรู้สึกของผู้คนรอบตัวมากเช่นเดียวกัน ผมเป็นคนที่อ่อนไหวมากกับเรื่องความรู้สึก หากมีใครสักคนไม่พอใจผม ผมจะวิตกกังวลมากๆ ว่าตัวเองได้ทำอะไรผิดพลาดไป เหตุใดจึงมีคนไม่พอใจ และพยายามที่จะปรับปรุงตัวเอง พัฒนาตนเองอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันผมก็เป็นคนที่รักความยุติธรรม มองโลกในแง่ดีเสมอ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แม้จะดูเป็นคนที่ง่ายๆ สบายๆ ชิลๆ แต่หากตั้งใจจะทำอะไรแล้วก็ต้องทำให้ได้เช่นเดียวกัน ปัญหาที่ต้องคิดต่อไปก็คือ คุณจะเป็นคนทีวีอย่างไร? นั่นสิครับ คำถามนี้ยิ่งยากไปกว่าคำถามแรกซะอีก คนอย่างผมจะเป็นคนทีวีอย่างไรล่ะ? แรกทีเดียว ผมคิดว่าตัวเองเป็นคนที่อารมณ์ดี ถ้ามีโอกาสได้ออกทีวีก็คงจะทำตัวตามสบาย ยิ้มแย้มแจ่มใส ร่าเริงไปตามประสาคนยิ้มง่าย เพราะคิดว่ารอยยิ้มสามารถดึงดูดคนดูได้ แต่หลังจากได้รายงานข่าวไปในวันแรกของการอบรม ผมก็เข้าใจแล้วว่าการเป็นคนข่าวนั้นยากกว่าที่คิดไว้ซะอีก สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งในการรายงานข่าวก็คือ ผู้รายงานจะต้องปรับสีหน้าอารมณ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่รายงานอยู่ ในครั้งแรกที่ผมได้ทดลองรายงานข่าวต่อหน้ากล้องนั้น ผมได้เลือกที่จะรายงานข่าว เมียงู ซึ่งเป็นข่าวที่ค่อนข้างจะเครียด แต่เมื่อได้รายงานจริงๆ แล้ว ผมกลับยิ้มและหัวเราะออกมาเนื่องจากเนื้อหาของข่าวที่ได้แต่งขึ้นมาเองนั้นได้สร้างความขบขันให้กับผู้ฟังและตัวผมเองด้วย การรายงานข่าวครั้งแรกของผมจึงถือว่าล้มเหลว หลังจากนั้นผมก็ได้มีโอกาสได้รายงานข่าวเดิมอีกครั้งโดยครั้งนี้ผมตั้งสติและมีสมาธิอยู่กับสิ่งที่พูดอยู่มากขึ้น และผลก็ปรากฏว่าสามารถทำได้ดีกว่าครั้งแรก ผมจึงขอสรุปเอาเองว่าการจะเป็นคนทีวีที่ดีได้ จะต้องสามารถแสดงอารมณ์และความรู้สึกออกมาได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งในบางครั้งเราอาจสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปบ้าง ส่วนคำถามที่ว่าผมจะเป็นคนทีวีอย่างไรนั้น ผมเองก็ยังไม่แน่ใจนักว่าจะเป็นคนทีวีอย่างไรดี พี่จอยเคยบอกว่าต้องค้นหาตัวเองให้เจอว่าตัวเองเป็นแบบไหน ที่สำคัญคือต้องเป็นตัวของตัวเอง อย่าไปเลียนแบบใคร เราต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้คนดูจำเราได้ ซึ่งผมก็คิดว่าตัวเองมีเอกลักษณ์คือมีความจริงใจกับทุกคน มีรอยยิ้มที่เป็นมิตรที่จะส่งต่อความรู้สึกดีๆ ไปยังผู้อื่น แต่ก็ไม่ทราบว่าจะถ่ายทอดจุดนี้ไปยังผู้ชมได้อย่างไร หวังว่าวันนึงผมคงจะค้นหาตัวเองเจอนะครับ... |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |