พิมพ์หน้านี้
|
คนเราทุกคนต่างมีมุมมอง มีแนวคิดเป็นของตนเอง บางมุมมองของคนอื่นถ้าดี อย่างมีเหตุผล เราเห็นด้วย หรือยอมรับมันเป็นเรื่องของเรา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้มองประเทศไทย ซึ่งแยกออกเป้นเรื่อง ท่านเห็นด้วยหรือไม่ เราไม่ได้บังคับ หือห้ามท่าน นานาจิตตังะท่าน ผมทำงานบริษัท ฯเล็กๆแห่งหนึ่งในตำแหน่งการบริหาร ได้มองประเทศไทยเหมือนบริษัทฯครับ ที่มีระบบการทำงานที่สั้น กระชับ รอบคอบ และรัดกุม ดังี่มกำลังประเทศไทยของเราครับ ลองอ่านกันดู 1. ประเทศไทย -เขียนในกฏหมายรัฐธรรมนูญว่า "ประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียวใครมาแบ่งแยกไม่ได้" (ถูกเปล่าไม่แน่ใจ) แต่ในเชิงการบริหารกลับมาแบ่งประเทศไทยเป็น 4 ภาค 76 จัหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น พ่อเมือง และ มีนายกเทศมนตรีเป็น แม่เมือง (หรือเปล่า) และมี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด มาอีก (เป็นลูกเหรอ) เราคนไทยงง ตาบ บริหารบ้านเมืองแบบนี้ พอจะมาทำข้อมูของตนเช่น บัตรประชาชนมาทำที่เทศบาล ,แจ้งคนเกิด,คนตายไปแจ้งที่ใหน กัน แล้วองค์การบริหารส่วนจังหวัดทำหน้าที่อะไร ? ประชาชนตาดำๆ รู้หรือเปล่าว่าจะไปทำอะไรได้ที่ใหน มุมมองของผมว่าหน่วยต่างๆเหล่านี้มันซ้ำซ้อนกัน หรือเปล่า ทำไมไม่ทำเป็น ศูนย์กลางของหน่วยงานราชการหลักๆไปเลย ชาวบ้านอย่างเราๆ ได้ไม่งง เช่น ในหนึ่งจังหวัด จะมีศูนย์กลางคือ ศาลากลางจังหวัด โดยพื้นที่ในศาลากลางจะมีหน่วยงานต่างๆ ที่ชาวบ้านไปติดต่อที่เดียว แล้วได้ครบ แบบ ONE STOP SHOPPING ไปเลย ท่านว่าดีมั้ย และคนในจังหวัดหากต้องการดูข้อมูลจังหวัด,การไปติดต่อจังหวัดด้านใด ก็มี "คู่มือประชาชน" ไว้แจกจ่ายชาวบ้านในทุกจังหวัดที่ควรมีไว้ประจำบ้าน ทุกครัวเรือน ว่าสิทธิของท่านมีอะไรบ้าง ท่านได้อะไรบ้าง ไปติดต่อเรื่องอะไรได้อะไร จะได้ไม่เสียเวาเมื่อไปติดตอ แล้วขาดเอกสาร สิ่งเหล่านี้ทำไมไม่คิดกัน 2. นักการเมืองของไทย - เห็นทุกวันนี้อนาถใจจริงๆ มีการแบ่งก๊ก แบ่งเหล่า แบ่งพรรคแบ่งพวกกันแสวงหาผลประโยชน์ตนเองมากกว่าประเทศชาติ แต่ ปากพล่ามบอกว่าทำเพื่อประเทศชาติ เสียสละเพื่อชาติ ถามจริงๆๆเหอะ พวกท่านไม่อายตัวเองกันบ้างหรือ ท่านโกหกประชาชนได้ แต่ท่านโกหกตัวเองไม่ได้หรอก ท่านอยู่ดี กินดี ประชาชนยังจนเหมือนเดิม แล้วเมื่อไหร่ประเทศไทยจะไปรอด คนที่เป็นนักการเมืองที่ดีได้ผมว่าต้องมีจิตสำนึก,มีความเห็นแก่ตัวน้อยกว่าประชาชน แต่นี่ผมว่ามันเห็นแก่ตัวมากกว่า เรื่องสำคัญที่ควรทำไม่ทำ กลับมาทำเรื่องที่ไม่ควรกระทำ แปลกใจจริงๆ น่าสงสารคนไทยนะ ที่ไปหลงครมนักการเมืองเหล่านั้น ท่านคิดว่าประเทศไทย เป็นของท่านหรืออย่างไร ? ถามจริงๆๆเงินเดือนท่านกี่บาท ทำไมรวยกันจังเวลาแจงทรัพย์สิน แต่ละคนมีเนไม่น้อยกว่า 10 ล้านเอามาจากใหนกัน ? แต่ประชาชน คนไทยมีแต่หนี้ ... แล้วอย่างนี้เหรอเขาบอกว่าทำเพื่อประเทศไทย เลือกตั้งทุกครั้งคนหน้าเดิมๆก็เข้ามาเหมือนเดิม เข้ามาแล้วก้หาตำแหน่งให้กับพี่น้องและผองเพื่อน อย่างเดิม บางพรรคบอกว่าตายไม่ยอมเผากัน พอเลือกตั้งได้ ก็พยายามรวบรวมพรรคพวกมาต่อรองเพื่อเอาตำแหน่งรัฐมนตรี ไมถึงอยากได้กันจัง คำถามเหล่านี้ มันเกิดขึ้นในสมองคนไทยตลอดเวลา แคนไทยไม่เคยสำนึก สมมุตินะ ถ้า ผมมีเป็น พันล้านแบบอดีตนายก ผมถามจริงๆเหอะ เงินขนาดนั้นเอาไปทำไรหนักหน ถ้าท่านมีความพอเพียง เอาเงินสัก 100 ล้นไปสร้าง/ปรับปรุงสถานศึกษาต่างๆให้มีความเจริญ เช่นให้คอมพิวเตอร์ไว้ทุกจังหวัดเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เป็นความรู้แก่ประชาชนและคนทั่วไปที่ต้องการไปสืบค้นข้อมูต่างๆ ,หรือเอาไปทำเป็นที่สาธารณะประโยชน์ในการสนับสนุนนักเรียนไทยที่เรียดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในนามมูลนิธิของท่านก็ได้, หรือนักกีฬาไทยให้มีความก้าวหน้าเพื่อพัฒนาระบบอาชีพฟุตบอลไทย เป็นต้น แต่นี่กลับไปลงทุนแสวงหากำไรในเมืองนอก เอาเงินไทยบาทของไทยไหลออกนอกประเทศ ทำไม ท่านไม่ทำดีเพื่อคนไทยอย่างที่ปากท่านกล่าวล่ะ ท่าไม่ต้องการเหรอ ชื่อเสียที่คนไทยทุกคนต้องกล่าวขานนามท่านว่าคือคนดีของไทย ให้เป็นที่จดจำของลุกหลาน เห้อ ท่านนะท่าน 3. การบริหารประเทศไทย - นักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศไทยเป็นท่านที่มีประสบการณ์สูง เป็นนักบริหารที่มีบริษัทฯต่างๆภายใต้การบริหารของท่านทำไมไม่มีใครกล้า ปรับปรุงระบบการบริหารประเทสไทยให้มีมาตรฐานกันบ้าง ทำไมต้องมีระบบการบริหารที่ซ้ำซ้อน กันอยู่แบบทุกวันนี้ (หรือตำแหน่งยังแบ่งปันกันไม่เพียงพอ) มีนายกรัฐมนตรเป็นผู้บริหารประเทศไทย (กรรมการผู้จัดการ) มีรองนายก แต่ละสายงาน (รองกรรมการผู้จัดการ) มีกระทรวงต่างๆอีก กี่กระทรวงจำไม่ได้ ประมาณ19 กระทรวง แต่ละกระทรวงยังมีกรม,กองต่างๆอีกเพียบ ที่น่เรามาแบ่งออกเป็น กระทรวงที่หารายได้(ฝ่ายการตลาด) กับกระทรวงที่ไม่ได้หารายได้(ฝ่ายสนับสนุนการตลาด ) ท่านลองคิดในใจในมุมมองของท่านดูเอานะครับ เวลาหมดค่อยต่อละกันนะครับ เอาไว้เป็นการบ้านให้คิดเล่นๆกัน ขอบคุณทุกท่านที่อ่าน นายเอวี |
| ตัวอย่างงานของเราที่ผ่านมา | ||
ในการวางงาน,ออกแบบงานด้านระบบเสียง,โปรเจคเตอร์,กล้องวงจรปิด,ระบบแสงไฟเวที,ดิมเมอร์,ชุดประชุม ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ เป็นงานเฉพาะด้านที่ต้องอาศัยทืออาชีพอย่างแท้จริง |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |