พิมพ์หน้านี้
|
ผมยังแปลกใจกับเรื่องตลาดสดทั้งหลาย ที่รู้ทั้งรู้ว่าผู้คนที่เดินเข้าไปจับจ่ายใช้สอยนั้นแต่ละคนก็อยากให้ตลาดมีความสะอาด ไม่ต้องสะอาดปิ๊งเหมือนกับในห้างค้าปลีกอะไรอย่างนั้นหรอก เอาแค่พื้นไม่เป็นโคลนเวลามีฝนตก มีระบบระบายอากาศที่ดีมากหน่อย การตั้งร้านค้าให้เป็นระเบียบ มิใช่วางขายกันแทบจะไม่มีทางเดิน ผมไปจับจ่ายซื้อของในตลาดสดแถวบ้านผมทีไรผมก็เห็นภาพอย่างนี้ทุกครั้ง ยังคิดว่าใครกันนะเป็นเจ้าของตลาดที่แท้จรีง มีเหตุผลอะไรที่ปล่อยให้ตลาดสดเสื่อมโทรมอยู่อย่างนั้น ถ้าจะบอกว่าอนุรักษ์ไว้เพราะมันเป็นตลาดเก่าแก่อายุเฉียดร้อยปี... ผมก็คิดว่ามันคงไม่ใช่เหตุผลที่ดี เท่าที่รู้ปัจจัยหนึ่งคือผู้ค้าในตลาดสดส่วนหนึ่งไม่อยากให้ปรับปรุง เพราะความกลัวว่าถ้ามีการปรับปรุงแล้วค่าเช่าที่จะแพงขึ้น หรือถ้าปรับพัฒนาใหม่หมดก็กลัวว่าจะหลุดจากการได้ขายในตลาดนั้น น่าเห็นใจเหมือนกันนะครับ ประเด็นที่นำมาพูดวันนี้เพราะเรากำลังมีคู่แข่ง เรียกว่าตลาดสดติดแอร์...ในห้างค้าปลีกนั่นเอง จึงพบว่าลูกค้าที่ไม่อยากจะมาเดินตลาดสดตอนเช้าตอนเย็นเพราะเหตุต่างๆที่พูดมาตอนต้น หนีไปซื้อสินค้าในตลาดติดแอร์เสียมากต่อมาก สนนราคาก็ใกล้เคียงกัน ตลาดสดที่ว่าจึงเสียลูกค้าอีกระดับหนึ่งไปอย่างน่าเสียดาย ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ปรากฏว่ามีผู้ประกอบการตลาดสด 2874 ราย มีมูลค่าการซื้อขายเพียง 50000-60000 ล้านบาท ในขณะที่อีกมากกว่า 3000 รายเป็นธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ห้างใหญ่ ๆ มีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 60000 ล้านบาท รวมมูลค่าของทั้งหมดแล้วบอกว่ามีมูลค่ามากกว่า 1.2 ล้านล้านบาท ผมว่าถ้าบรรดาเจ้าของตลาดสดในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไม่คิดพัฒนาเป็นเครือข่ายร่วมมือกันจัดทำให้เป็นระบบตลาดสดแข่งขันกับธุรกิจที่กำลังรุกคืบของธุรกิจต่างชาติแล้ว ผมก็มองว่าอนาคตของตลาดสดทั่วประเทศ จะมีอาการสะอึกเหมือนกับร้านโชห่วยที่กำลังตะเกียกตะกายเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจครอบครัวไปตามยถากรรม ดังนั้นหากเจ้าของตลาดสดจะตื่นขึ้นมาพบกับความจริงว่าวันนี้มีคนเดินเข้าตลาดของตนเองน้อยลง ก็อย่าได้แปลกใจ เพราะนี่คือความจริงทางธุรกิจ และนี่คือความจริงของธรรมชาติของมนุษย์ที่จะต้องเดินไปสู่สิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีกว่า สะดวกกว่าครับ...
|
| for-news | ||
สำหรับประกอบบทความ |
||
|
View All |
||