• จงเจริญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : freenec@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-11
  • จำนวนเรื่อง : 82
  • จำนวนผู้ชม : 26626
  • จำนวนผู้โหวต : 38
  • ส่ง msg :
กลุ่มพลังเงียบมหาชน
เรามาร่วมกันสร้างเครือข่ายคุณธรรมเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/50000up
วันจันทร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2551
ม็อบ"MOB"
Posted by จงเจริญ , ผู้อ่าน : 178 , 01:05:59 น.  
พิมพ์หน้านี้


ข้อควรรู้การเมือง : ม็อบ
ส่งมาโดย samuicyber  ข่าวสารโดยนักเขียนคนเดียวกัน


ผู้เขียนเคยถามท่านศาสตราจารย์คุณหญิงอุบล หุวะนันทน์ ครูของผมเมื่อ 40 ปีที่แล้วว่า “ม็อบ” คืออะไร เพราะท่านเรียกผมและพรรคพวกไปปรามว่า “นี่...พวกเธออย่ามาก่อม็อบกับครูนะจ๊ะ”


นั่นเป็นเหตุเกิดภายในวิทยาลัยวิชาการศึกษาปทุมวันครั้งกระโน้น เพราะเรามีเรื่องหงุดหงิดกับคนบางคน


เมื่อลูกศิษย์ถาม ครูท่านก็ตอบ ซึ่งผมยังจำได้ เสียงของท่านยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทจนถึงทุกวันนี้


ท่านว่า...ม็อบ เป็นคำในภาษาอินเดียนแดง ฝรั่งผิวขาวมันเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า “MOB” ปกติคนอินเดียนแดงเขาชอบกินเหล้า เมาแล้วก็จับกลุ่มทำเสียงเอะอะมะเทิ่ง ขาดสติ อาจสติแตกถึงขั้นก้าวร้าว ทำลาย ฆ่าฟันกันได้


ครับ นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมก็ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาเรื่องของ “ม็อบ” อย่างจริงจัง นักจิตวิทยาตะวันตกเอาคำนี้มาแปลว่า “ฝูงชนบ้าคลั่ง” จึงทำให้คนไทยประเภท “สิ้นคิดติดฝรั่ง” พากันรังเกียจม็อบ


สมัคร สุนทรเวช เคยกล่าวประณามว่า “ม็อบ” คือ “ไอ้กุ๊ยข้างถนน” แล้วมีคนเอามาขยายผลเกิดคำว่า “กฎหมู่” ขึ้นมา จึงมีนักปราบม็อบคิดคำขวัญหรูๆ ว่า “กฎหมู่หรือจะสู้กฎหมาย” และ “อย่าใช้ตีนเดินแทนหัว” เป็นต้น


เมื่อผมไปเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เป็นศิษย์เอกของจิตแพทย์หลายท่านซึ่งมาสอนพวกเรา อาทิเช่น นายแพทย์ประสพ รัตนากร, นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ฯลฯ ผมจึงได้เรียนรู้ทฤษฎีทางจิตวิทยาของ “ม็อบ” ได้ลึกซึ้งขึ้นไปอีก


ยิ่งได้หันมาทุ่มเทค้นคว้าจากตำราพระพุทธศาสนา คริสตศาสนา ศาสนาอิสลาม ศาสนาพราหมณ์ (ฮินดู) และลัทธิไสยศาสตร์ของชนชาติต่างๆ


รวมทั้งได้ศึกษาวิเคราะห์ “ม็อบผีบุญ” จากท่านศาสตราจารย์ธวัช ปุณโณทก ประธานจัดทำโครงการสารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคอีสาน ได้ศึกษางานกู้ชาติจาก “ม็อบคานธี” ที่ปลุกคนอินเดียทั้งประเทศให้ลุกฮือดื้อแพ่งกับอังกฤษเจ้าอาณานิคม ก็ยิ่งรู้แจ้งเรื่องของม็อบครบถ้วนทีเดียว


และผมเองก็ได้เข้าไปเป็น “ลูกม็อบ” ขับไล่เผด็จการนักการเมืองทรราชมานับครั้งไม่ถ้วน โดยเริ่มตั้งแต่เข้าร่วมเดินขบวนจับผีในคราวมีการเลือกตั้งสกปรก 2500 เพียงแค่หน่วยเลือกตั้งในอำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร ต้องนับคะแนนกันถึง 3 วัน 3 คืน กว่าจะเสร็จ


แล้วในที่สุด ผมก็มีโอกาสได้เข้าไปเป็น “ลูกม็อบ 14 ตุลา” โดยมีเสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นหัวหน้าใหญ่ คุมม็อบเป็นแสนๆ คน เดินทางออกจากสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเวลาบ่ายโมง วันที่ 13 ตุลาคม 2516


จนกระทั่งลูกม็อบหลายคนถูกปราบ ถูกกระสุนปืน ล้มตายที่ข้างถนนราชดำเนิน ต้องช่วยกันแบกศพแห่ไปตามท้องถนน แล้วม็อบ 14 ตุลา ก็แปรรูปเป็น “ฝูงชนบ้าคลั่ง” หันไปใช้ “ไฟ” เผาบ้านเผาเมือง บานปลายไปถึงขั้น “เผด็จการทรราช” ต้องเผ่นหนีไป
แล้วเราก็ได้ “นายกรัฐมนตรีพระราชทาน” โดยตรงจากพระหัตถ์ของในหลวง


ต่อจากวันนั้น ก็เกิด “สารพัดม็อบ” ขึ้นมาทุกหัวระแหง อาทิเช่น ม็อบแรงงาน ม็อบชาวนา ม็อบตำรวจ ม็อบสามล้อ - แท็กซี่ ม็อบชาวสวน ฯลฯ


จนมาถึง “ม็อบครู” ที่ผมเป็นผู้จุดไม้ขีดก้านแรก เสนอท่านสมชัย วุฒิปรีชา รองเลขาฯ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ขอใช้หอประชุมคุรุสภาประชุมคุรุสภาประชุมครู ที่ถูกลอยแพจำนวน 1,000 คน เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2517 และเกิดแปรรูปบานปลายถึงขั้น “กรีดเลือด” ขับไล่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


ฯพณฯ นายสัญญา ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรี จึงประกาศลาออกด้วยน้ำตา


ครับ เรื่องราวของ “ม็อบครู” เมื่อต้นปี 2517 เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปอย่างไร ผมได้บันทึกไว้ในสยามรัฐรายวันเป็นตอนๆ และรวมเล่มวางตลาดเมื่อปี 2544 ชื่อหนังสือว่า “คุรุปฏิวัติ : ตำนานโลกไม่ลืม”


นับเป็นปีที่ 28 ของการปฏิวัติโดยมือของครูอย่างแท้จริง


ท่านพลเอกกิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ผู้เข้าถึงจิตวิญญาณครูได้ให้ความอนุเคราะห์ จัดส่งหนังสือเล่มนี้ไปให้ศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด ผู้อำนวยการ - ครูใหญ่ทุกโรงเรียนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยใช้หนังสือจำนวน 1,500 เล่ม เป็นอภินันทนาการ
หลังจาก “ม็อบครู” แล้ว ผมก็มาเข้าร่วมเป็น “ลูกม็อบพระ” เรียกร้องต่อรัฐสภา ต่อรัฐบาลให้จัดตั้ง “กระทรวงพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม” เมื่อสามปีที่แล้ว


โดยมีพระภิกษุสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา จากทั่วประเทศมาปักหลักรวมตัวกันอยู่หน้ารัฐสภาไทย เพื่อกดดันให้นักการเมืองยกเอา “พระพุทธศาสนา” มาเป็น “เสาเอก” มาเป็น “ขื่อแป” ของบ้านเมือง


เพราะนายอุทัย พิมพ์ใจชน, เพราะนายอานันท์ ปันยารชุน ประธานและกรรมาธิการยกร่าง “รัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2540” โดย ส.ส.ร. (สภาร่างรัฐธรรมนูญ) ไม่ใยดีต่อเสียงชาวพุทธที่ร่วมกันลงชื่อเรียกร้องให้ระบุว่า “พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ” ไว้สักมาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งมีจำนวนมากถึง 2 ล้านคนเศษ


นี่เป็นปมเหตุของการก่อ “ม็อบพระ” ซึ่งเป็น “สัญญาณเตือนใจ” ให้รัฐบาลทักษิณ ให้ ส.ส., ส.ว. ตระหนักถึง “ยุทธศาสตร์ทางจิตวิญญาณ” ซึ่งเป็นรากแก้วฐานหลักของชาติบ้านเมือง


แต่มันน่าอดสู่นัก ฯพณฯ นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ท่านยังเป็นคนเบาปัญญา จึงออกปากไล่ให้ชาวพุทธ (รวมทั้งพระด้วย) กลับไปอ่านพระไตรปิฎกเสียใหม่


จึงเป็น “รอยบาป” ที่แก้ไม่ตก และจะดลบันดาลให้คนดีๆ คนเก่งๆ คนรวยๆ คนฉลาดๆ อย่างทักษิณจะต้องอับปางลงกลางคัน


ครับ ม็อบครูก็ดี ม็อบพระก็ดี รวมทั้งสารพัดม็อบที่เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัยในบ้านเมือง ไม่ใช่ “กุ๊ยข้างถนน” อย่างที่สมัคร สุนทรเวช และวัฒนา เซ่งไพเราะ ก่นประณาม
แต่มันคือ “สัญญาณเตือนภัย” ของแผ่นดิน ที่นักการเมืองทุกระดับจะต้องศึกษาวิเคราะห์วิจัย ม็อบจะโกนหัวอีกกี่หัว จะกรีดเลือดอีกกี่คน หรือจะเอาน้ำมันราดตัวเผาให้ตายทั้งเป็นก็ดี มันมีเหตุปัจจัยปรุงแต่งขึ้นมา


อย่าไปคิดพล่อยๆ พูดพล่อยๆ อย่างสมัคร - วัฒนา เป็นอันขาด


โดยเฉพาะ “ม็อบครู” ที่เริ่มต้นขึ้นจำนวน 1,000 คน ณ หอประชุมคุรุสภา แล้วโกนหัวประท้วง - คัดค้านการถ่ายโอนการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการไปให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2548


ต่อมาก็ระดมกันมาอีก 10,000 คน ยึดลานพระบรมรูปทรงม้าเป็นหัวหาด เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2548 ได้โกนหัวเพิ่มอีก 9 คน และกรีดเลือดจำนวน 2 คน


หลังจากนั้น จึงกระจายกำลังจัดตั้ง “ม็อบครู” สัญจรไปตามจังหวัดต่างๆ ภาคต่างๆ มีการ “เผาหุ่น“ ของนายจาตุรนต์ ฉายแสง, ดร.รุ่ง แก้วแดง, ดร.วิษณุ เครืองาม เป็นต้น
ครับ ม็อบครูจำนวนหมื่นๆ แสนๆ ณ วันนี้ ยังคงไม่ยุติลงง่ายๆ นัก


เพราะเป็น “ม็อบครูกู้แผ่นดิน” ที่ทักษิณยังมองไม่ออกบอกไม่เป็น จึงมองเห็นว่าเป็นเพียงม็อบข้างถนนธรรมดาๆ


นี่คือ “คุรุปฏิวัติ” ตำนานเกียรติยศ ที่แท้จริง


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
tanatach วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 10.20 น.
http://www.oknation.net/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

MOB...หากเป็นฝรั่งมังค่าจะมีความหมายที่ไม่ดี
แต่สำหรับไทยแล้ว...ความหมายมันต่างกับของฝรั่ง
เรานำเอามาใช้..จนเป็นความหมายของไทยเราโดยเฉพาะ
ความหมายตามความคิด..แนวคิดของสังคมไทย..จึงไม่ใช่..ฝูงชนที่บ้าคลั่ง
ธนธัช
ความคิดเห็นที่ 2
chaiyassu วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 05.00 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
เมื่อสรรพสิ่งดำเนินไปตามกฎเกณฑ์  เช่นนั้น  รอนรนไปก็ป่วยการ !!

แวะมาอ่านแนวคิดและพัฒนาการเกี่ยวกับม็อบ....
ความคิดเห็นที่ 1
moonlight วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 01.32 น.
http://www.oknation.net/blog/sangjan
แสงจันทร์

สวัสดียามดึกนะคะ คุณจงเจริญ

เข้ามาอ่านความหมายของคำว่า ม็อบ ค่ะ

นอนหลับฝันดีนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน