• จงเจริญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : freenec@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-11
  • จำนวนเรื่อง : 78
  • จำนวนผู้ชม : 21885
  • จำนวนผู้โหวต : 34
  • ส่ง msg :
กลุ่มพลังเงียบมหาชน
เรามาร่วมกันสร้างเครือข่ายคุณธรรมเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/50000up
วันจันทร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2551
แถลงการณ์ของพันธมิตร ๗ ข้อ วันนี้
Posted by จงเจริญ , ผู้อ่าน : 93 , 21:11:20 น.  
พิมพ์หน้านี้


แถลงการณ์มา ๗ ข้อ 

อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เห็นว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้บ้านเมืองเข้าสู่กลียุคอย่างแน่นอน จึงได้มาร่วมประชุมและกำหนดจุดยืนต่อสถานการณ์ดังต่อไปนี้
     
      ประการแรก อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ตัดสินใจมีมติฟื้นสภาพโครงสร้างการบริหารงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขึ้นมาอีกครั้งเหมือนดังเดิม เพื่อพร้อมดำเนินการต่อสู้กับพฤติการณ์ของรัฐบาลนายสมัครที่จะทำงานรับใช้ระบอบทักษิณในทุกรูปแบบ
     
      ประการที่สอง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ระบอบทักษิณ แสดงความกล้าหาญ ยุติต้นเหตุวิกฤติของชาติด้วยการสะสางลงโทษผู้กระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง และดำเนินการเสนอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคการเมืองที่เป็นนอมินีให้กับพรรคการเมืองที่ถูกยุบด้วยคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญโดยเร็ว
     
      ประการที่สาม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องให้นายสมัคร สุนทรเวช แสดงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ด้วยการกระทำ อย่าให้คนไม่ดีมาปกครองบ้านเมือง ยุติบทบาทการกระทำอันเป็นหุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ ประพฤติปฏิบัติเป็นนายกรัฐมนตรีที่เสียสละเพื่อคน 63 ล้านคนอย่างแท้จริง
     
      ประการที่สี่ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องให้รัฐบาลนายสมัครทบทวนการโยกย้ายข้าราชการเพื่อแก้มลทินให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและครอบครัวในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ให้ยุติความพยายามในการแทรกแซงคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมถึงการโยกย้ายตำรวจเพื่อช่วยเหลือคดีความใดๆ ในระบอบทักษิณ
     
      ประการที่ห้า ที่ผ่านมา พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่เคยคัดค้านการกลับเข้าประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หากเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมที่ไม่ถูกแทรกแซงและเป็นอิสระ แต่เมื่อระบอบทักษิณได้ใช้กระบวนการแทรกแซงและตัดตอนกระบวนการยุติธรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงยังคงเป็นปัญหาของแผ่นดินต่อไป พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงคัดค้านการกลับประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในทุกรูปแบบ ตราบใดที่ยังมีความพยายามที่จะครอบงำและแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
     
      ประการที่หก พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องให้รัฐบาลนายสมัครดำเนินการยุติความกำเริบเสิบสานในการลิดรอน ข่มขู่ คุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชน
     
      ประการที่เจ็ด พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องให้พี่น้อง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชน ที่รักชาติบ้านเมืองมาร่วมกันลุกขึ้นมาเกาะกลุ่มรวมตัวเพื่อเฝ้าระวังพฤติการณ์ของนักการเมืองและข้าราชการในระบอบทักษิณอย่างใกล้ชิด และจัดตั้งขยายงานเตรียมพร้อมกับการต่อสู้กับความเลวร้ายของระบอบทักษิณในทุกรูปแบบ อันรวมถึงการเตรียมความพร้อมเคลื่อนไหวในทุกรูปแบบ เพื่อสร้างสังคมธรรมาภิบาล โดยไม่หวั่นเกรงว่าอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อถึงเวลาอันสมควร ซึ่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันอีกครั้งหนึ่ง
     
     
      พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10
จิ๊กโก๋แม่แจ่ม วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 08.50 น.
http://www.oknation.net/blog/jikomc

ถึง คุณสุริย(ไส) 5 แกนนำครับ ขี้ของคุณทักษิณ คุณกลัวไหม ? ที่เชียงใหม่ขี้ของหมีแพนด้าเค้าอบแห้งแล้วใสถุงขายเป็นที่ระลึก ถ้าพันธมิตรต้องการจะจัดให้ (คนเชียงใหม่ฝากถามมาครับ)
ความคิดเห็นที่ 9
จงเจริญ วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 13.32 น.
http://www.oknation.net/blog/50000up

ข้อมูลเชิงวิเคราะห์เพิ่มเติมน่าจะเป็นแง่คิดได้...โดย ธรรมคุณ บุญพา

บัญญัติ 7 ประการ ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรื่อง คำเตือนก่อนเกิดกลียุค ..ตามแถลงการณ์ฉบับที่ 1/2551 ลงวันที่ 25 ก.พ.2551 ซึ่งโดยภาพรวมผมก็เห็นด้วย แม้จะไม่กระจ่างแจ้งในบางเรื่องว่าหมายถึงอะไร อย่างไร โดยเฉพาะในประการที่เจ็ดที่ระบุว่า “อันรวมถึงการเตรียมความพร้อมเคลื่อนไหวในทุกรูปแบบ”

หากมองชั้นเดียวเชิงเดียวก็ชวนคิดเหมือนกันว่า พันธมิตรฯขยับขับเคลื่อนเร็วไปหน่อย แต่เมื่อพินิจพิจารณากันให้ถ้วนถี่ก็พอจะเข้าใจได้ไม่ยากว่า ทำไมพันธมิตรฯ ต้องตัดสินใจบัญญัติ 7 ประการออกมาเมื่อวานนี้(25ก.พ.) เหตุผลหลักน่าจะเป็นเพราะกรณีการ(จะ)กลับมาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการเตรียมการ เคลียร์รันเวย์ไว้เป็นอย่างดี...

ตั้งแต่เรื่องพาสปอร์ตสีแดง ยันการย้าย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กลับมาคุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ..

เมื่อรัฐบาลหุ่นเชิดคิดไว ทำไว และหาญกล้าใช้อำนาจอย่างเหิมเกริม พันธมิตรฯก็ต้องดักทางดักคอกันแต่เนิ่นๆ วัดใจวัดพลังกัน...ดังแถลงการณ์ในประการที่ห้า ที่พยายามบอกว่าหาก “ทักษิณ”ยังพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมก็ไม่สมควรเดินทางกลับ แต่การเรียบเรียงใช้ภาษาอาจจะไม่สะเด็ดน้ำทำให้บางฝ่ายนำไปตีรวนหาว่าพันธมิตรฯ ค้านทักษิณกลับไทย..ไปโน่นเลย..

ผมฟังการแถลงข่าวของ 5 แกนนำพันธมิตรฯ แล้ว พอจะจับน้ำเสียงของพวกเขาได้บ้างว่า การฟื้นคืนชีพของพันธมิตรฯ หนนี้ไม่ได้ตั้งเป้าตั้งธงไปที่ตัวบุคคลอย่างพ.ต.ท.ทักษิณเป็นหลัก หากแต่พยายามบอกกล่าวมาเป็นนัยว่า พวกเขาจะเป็นกลุ่มการเมืองที่มุ่งสร้างสังคมใหม่ด้วยทิศทางใหม่ ถึงขั้นที่อาจจะพัฒนาเป็น “พรรคการเมือง”... อะไรทำนองนั้น..

ใช่หรือไม่ว่า “อันรวมถึงการเตรียมความพร้อมเคลื่อนไหวในทุกรูปแบบ” ที่ว่า หมายถึงการตั้งพรรคการเมืองนั่นเอง...!!??

ถ้าใช่....ก็เป็นเรื่องที่นับว่าท้าทายสำหรับพวกเขา เหตุ เพราะการทำพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ เนื่องจากการเมืองไทยในรอบหลายทศวรรษมานี้กลายเป็นระบอบธนาธิปไตย...เงินทุนกลายเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ปิดทางคนดี คนมีความรู้ความสามารถไม่ให้เข้าสภาฯ

ประมาณว่า..หากการเมืองยังดำเนินเดินหน้าไปแบบที่เห็นและเป็นไป เลือกตั้งเที่ยวหน้าก็เชื่อขนมกินได้เลยว่าพรรคการเมืองของระบอบทักษิณจะชนะอีก ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยากที่จะหลุดจาก 164 เสียงทะยานไปถึงระดับ 200 เสียง เผลอๆ อาจจะวูบมาอยู่ที่ 100 เสียงต้นๆ..

การปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว ก็คาดหมายได้ไม่ยากว่า..ระบอบทักษิณจะยิ่งพองโต หากพันธมิตรฯ แปรสภาพเป็นพรรคการเมืองได้จริงก็อาจจะเป็นพรรคแนวร่วมกับประชาธิปัตย์...อาจจะพอต่อกรกับพรรคการเมืองระบอบทักษิณได้บ้าง..!!

แต่ก็นั่นแหละการเมืองในภาพฝัน กับการเมืองในชีวิตจริงของสังคมการเมืองไทย..มันคนละเรื่องเดียวกัน...

ก็เอาเถอะครับ..จะตั้งหรือไม่ตั้งพรรคการเมือง ตราบใดที่พันธมิตรฯยังคิดดี ทำดี มีเหตุผล มีความชอบธรรม เมื่อนั้นประชาชนก็ยังจะสนับสนุนแน่นอน อีกทั้งผมเชื่อเป็นการส่วนตัวว่า...จากการรวมตัวกันต่อสู้กับระบอบทักษิณมาตั้งแต่ต้นปี 2549 และจบลงด้วยการรัฐประหาร (เสียของ) 19 ก.ย.49... พันธมิตรฯ น่าจะสรุปบทเรียนในทุก ๆด้านได้แล้วว่า...ถึงที่สุดแล้วทั้ง ทุนนิยมก้าวหน้า (แต่สามานย์)กับศักดินาล้าหลัง..มันก็ครือ ๆกัน...

จากนี้ไปจะเดินหน้าถอยหลังอย่างไร คิดกันให้จงดีก็แล้วกัน..ขอเป็นกำลังใจ...

..........................................

ปล.- ข้อเขียนฉบับนี้คงเป็นฉบับสุดท้ายสำหรับ “ธรรมคุณ บุญพา” มวยแทนที่มาขัดตาทัพรอการกลับมาของคุณ สำราญ รอดเพชร 1ใน 5 เจ้าของคอลัมน์ตัวจริง ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 8
จิ๊กโก๋แม่แจ่ม วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 07.28 น.
http://www.oknation.net/blog/jikomc

อยากทราบ ว่า 5 แกนนำเก่งจริงทำไมไม่ลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.อ่ะครับ พูดอย่างเดียวแบบนี้ไม่เห็นทำให้ประเทศชาติเจริญขึ้นมาเลย มีแต่ความวุ่นวาย ถ้าหากเก่งจริงพวกคุณก็ลองทำอะไรให้คนสักแสนคนก็พอ ให้ยอมรับพวกคุณอ่ะครับ อันนี้ไม่ได้เขาข้าง คุณทักษิณ นะครับ คือไม่เห็นพวกคุณ ทั้ง 5 ทำอะไรเลย นอกจากสร้างความเดือนร้อนไปวันๆ อายเด็กอนุบาลบ้างนะครับ ตอนนี้เด็กเวลาดูทีวีเขาพูดว่าไงรู้ป่ะ เขาพูดว่า เบื่อพวก...นี้จริงๆ
ความคิดเห็นที่ 7
chaiyassu วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 06.13 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
เมื่อเดินไปในทางแคบ ควรจะผ่อนปรนเว้นที่ให้คนอื่นหนึ่งก้าว

ได้ดูจาก ASTV วันนี้ได้เป็นลายลักษณ์อักษร...ขอเก็บไว้ก่อน...อนุโมทนาขอบคุณ...
ความคิดเห็นที่ 6
tanatach วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 23.43 น.
http://www.oknation.net/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

ดูแล้วน่าหนักใจ...
การแต่งตั้งคณะรมต-คณะทำงาน
ไม่ได้ตั้งบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล
จงใจฝืนความรู้สึกของประชาชน
เหมือนมีเป้าหมายอื่น
ธนธัช
ความคิดเห็นที่ 5
สนต้นที่เก้า วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 23.35 น.
http://www.oknation.net/blog/9th-pinetree
ขอเชิญมาเยี่ยมที่บลอกบ้างนะครับ  ยินดีต้อนรับทุกความคิดเห็น

เข้ามาติดตามข่าวครับ
ความคิดเห็นที่ 4
จงเจริญ วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 21.52 น.
http://www.oknation.net/blog/50000up


วันนี้ (25 ก.พ.) ที่พรรคพลังประชาชน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ประกาศเตรียมเคลื่อนไหวคัดค้านรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกที่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และต่อต้านการเดินทางกลับประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมว่า ที่ผ่านมาพันธมิตรฯ คิดว่าตัวเองมีศักยภาพล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่แท้จริงแล้วเป็นการถือกุญแจเปิดประตูให้เผด็จการ คมช.เข้ามา และเมื่อ คมช.เข้ามากลุ่มพันธมิตรฯ ก็สมประโยชน์ใน สนช. สภาร่างรัฐธรรมนูญ และบอร์ดในรัฐวิสาหกิจต่างๆ รวมถึงลงสมัคร ส.ส. ซึ่งหลายคนได้รับเลือกและเข้าไปอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์

“เห็นได้ชัดว่ากลุ่มพันธมิตรฯ มีจุดยืนตรงกันข้ามกับกลุ่ม จะเห็นว่าเมื่อเผด็จการมาจะเริงร่า แต่จะเหงาหงอยเมื่อประเทศมีบรรยากาศประชาธิปไตย ดังนั้น การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ สถานการณ์ไม่เหมือนเดิมแล้ว พันธมิตรฯ ไม่ได้มีอำนาจใดที่จะมาสั่งให้ประชาชนทำโน่นทำนี่ เพราะเชื่อว่าประชาชนคงเห็นผลกระทบจากการยึดอำนาจว่าเป็นอย่างไร อยากเตือนพันธมิตรฯว่า เมื่อประชาชนไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหว ก็จะรู้ว่านรกมีจริงและผมก็จะต่อสู้ให้ถึงที่สุด ส่วนจะเผชิญหน้าหรือไม่ เมื่อพันธมิตรฯ ไม่กลัว ผมก็ไม่กลัว อยากเตือนว่าอย่าทำตัวเป็นเจ้าขอประเทศเพียงกลุ่มเดียว” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวอีกว่า เมื่อดูแถลงการณ์ทั้ง 7 ข้อแล้ว แม้วันนี้เราพยายามจะพูดเรื่องความสมานฉันท์ แต่พันธมิตรฯ ก็ยังทำตัวเป็นเชื้อชั่ว ไม่มีวันตาย ไม่ตอบสนอง อีกทั้งยังมีข้อเรียกร้องไปกดดัน กกต.ให้เร่งยุบพรรคพลังประชาชนและแจกใบแดง ส.ส.ของพรรค ทั้งๆ ที่ กกต.ควรจะไม่มีวาระซ่อนเร้น ส่วนกรณีข้อกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดีนั้น ความจริงคนที่เป็นปัญหา คือ คนในพันธมิตรฯ ดูจากคำตัดสินของศาลชั้นต้นพิพากษา นายสนธิ ลิ้มทองกุล ตรงนี้กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ควรใช้ลูกไม้เดิมๆ รวมทั้งประเด็นการโยกย้ายข้าราชการแล้วมาอ้างว่ารัฐบาลแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ตรงนี้รัฐบาลมีเหตุผลเพียงพอ ซึ่งการโยกย้ายก็มีทุกรัฐบาล ส่วนการคัดค้านเดินทางกลับของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น อยากถามว่ากลุ่มพันธมิตรฯ เป็นเจ้าของประเทศหรือจึงห้ามใครกลับ หรือไม่กลับประเทศได้ กลุ่มพันธมิตรฯ คงลืมไปว่าครั้งหนึ่งเคยเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมา

จาก ผู้จัดการฯ ๒๕ ก.พ.๕๑
ความคิดเห็นที่ 3
จงเจริญ วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 21.38 น.
http://www.oknation.net/blog/50000up


รายละเอียดการแถลงของแกนนำพันธมิตรฯ

สนธิ ลิ้มทองกุล

อย่างที่ท่านสื่อมวลชนได้รับทราบถึงข้อความของแถลงการณ์ไปเรียบร้อยแล้ว ในส่วนตัวของผมใคร่จะขอชี้แจงสักนิดหนึ่ง หลังจากการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน แล้วนั้น ตัวผมเองนั้นจนกระทั่งวันนี้ ผมได้นั่งเพื่อใช้ความคิด ตกผลึกเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมือง ด้วยการหาทางที่จะสร้างสังคมใหม่ เรามีความรู้สึกว่าสังคมไทยนั้นถึงเวลาแล้วที่จะต้องเดินไปในทิศทางใหม่ ผมก็ปรึกษากับพรรคพวกมานานแล้วว่าต่างฝ่ายต่างก็ไปทำมาหากิน ท่าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ท่านก็ไปทำโรงเรียนผู้นำ ท่านพิภพ ธงไชย ท่านก็ไปทำมูลนิธิเด็ก ท่านสมศักดิ์ โกศัยสุข ท่านก็ไปเรื่องแรงงาน อ.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ท่านก็เลือกเดินทางไปในสาย ส.ส. ส่วนผมเองนั้นก็นั่งเพื่อที่จะทบทวนบทบาทและทิศทางที่จะเดินต่อไป แต่ไม่ใช่ทิศทางที่จะเดินเพื่อคัดค้านคุณทักษิณ ชินวัตร เพราะว่าเราเชื่อเหมือนในแถลงการณ์บอกว่า ตราบใดที่กระบวนการยุติธรรมยังเดินหน้าต่อไปโดยไม่ถูกแทรกแซง คุณทักษิณอยากจะกลับมาเมื่อไรก็กลับ แต่ขอให้มาเผชิญหน้ากระบวนการยุติธรรม ถึงแม้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่ เป็นรัฐบาลที่น่าขยะแขยงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ผมก็ยังกล้ำกลืนไป ผมก็คิดว่าเขาเข้ามาถ้าเขาตั้งใจจะทำงานให้กับชาติบ้านเมือง 63 ล้านคน โดยที่เขาต้องการจะทำเพื่อประชาชนชาวไทย ไม่ใช่เพื่อคุณทักษิณ และครอบครัว หรือพรรคพวก ผมก็ยังพอจะรับได้
เหตุการณ์ที่จะต้องออกมาครั้งนี้ก็เพราะว่า หลังจากที่อดกลั้น อดทนมานาน จนกระทั่งมีการโยกย้ายท่านอธิบดี สุนัย ออกไป และจนกระทั่ง กกต.บางท่านได้ใช้วาจาที่ไม่เหมาะสมกับคนซึ่งรักษากติกาของ กกต. ซึ่งประเดี๋ยวพันธมิตรฯ บางท่านจะพูด พวกเราก็เลยตัดสินใจมารวมตัวกัน

ผมขอกราบเรียนทุกท่าน และขอกราบเรียนผ่านไปบรรดารัฐมนตรีปากกล้าทั้งหลายที่ชอบพูดเอาดีใส่ตัว หรือพูดเพื่อที่จะหาทางเก็บเงินเก็บทองจากคุณทักษิณ ว่าจุดยืนของผมยังไม่เปลี่ยนแปลง ผมยังยึดถือหลักตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง ถ้ารัฐมนตรีบางท่านพร้อมจะตายกับผมและเจ๊งกับผม ผมยินดีต้อนรับทุกคน ตั้งแต่คุณเฉลิม อยู่บำรุง เป็นต้นไป ในส่วนของผม ผมขอพูดเพียงแค่นี้ครับ

สมศักดิ์ โกศัยสุข

อยากจะเรียนพี่น้องและสื่อมวลชนว่า พันธมิตรประชาชนฯ ที่เคลื่อนไหวที่ผ่านมา จุดยืนเราคือต้องการให้มีการตรวจสอบรัฐบาลทักษิณในขณะนั้น เพราะว่ากลไกต่างๆ ถูกแทรกแซง ถ้ามีการตรวจสอบ เราคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชน เพราะว่าเรารักษาผลประโยชน์ของประชาชน ของประเทศชาติ ไม่ใช่ปล่อยให้นักการเมืองเข้ามาหาประโยชน์ส่วนตน หรือยึดติดการคอร์รัปชั่น นั่นคือเป้าหมาย และเมื่อมีการยึดอำนาจก็เนื่องจากการที่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ขณะนั้นไม่ยอมให้มีการตรวจสอบ ไม่ใช่เป็นเพราะการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ เป็นเหตุ และเมื่อเหตุการณ์ผ่านไป วันนี้จะเห็นได้ชัดว่ากระบวนการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระต่างๆ ก็กลับมาเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว ภายหลังการเลือกตั้งที่เป็นที่ทราบกันว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นกันเยอะแยะ ในการซื้อสิทธิ์ขายเสียง เมื่อวันที่ 23 เราจะเห็นว่าแม้แต่ประธานรัฐสภา ที่ทุกคนก็ทราบดีว่ายังมีความไม่โปร่งใสอยู่ ยังมีข้อกล่าวหาอยู่ ก็ยังมา และเรื่องการโยกย้ายอธิบดีกรมดีเอสไอ เราก็จะเห็นชัดเจนว่า คดีต่างๆ ที่กำลังตรวจสอบอยู่ที่อธิบดีกรมดีเอสไอ ไม่น้อยกว่า ประมาณ 20 คดี การโยกย้ายแบบนี้มันบ่งชัดเจนว่าต้องการที่จะฟอกคนที่กำลังถูกสอบสวนให้พ้นจากความผิด ซึ่งเราเห็นว่าประชาชนเสียหาย ประเทศชาติเสียหาย ถ้ากระบวนการยุติธรรมดำเนินการไปโดยปราศจากการแทรกแซง ผลออกมาอย่างไร เราเคารพ เรายอมรับ เราต้องการให้เกิดวัฒนธรรมแบบธรรมาภิบาล ที่ว่า ประชาชนสามารถที่จะตรวจสอบนักการเมืองได้ ดังนั้นประเด็นที่มีการเคลื่อนไหวขอเน้นย้ำว่า เราพูดมาก่อนหน้านี้แล้วว่าทักษิณจะกลับวันไหนก็ได้ แต่ว่าเมื่อมีการแทรกแซงองค์กรอิสระ และการตรวจสอบในกระบวนการยุติธรรมเมื่อใด เมื่อนั้นพันธมิตรฯ จำเป็นที่จะต้องรักษาจุดยืนเดิม ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ
นอกจากนั้น เราจะเห็นว่า กกต.บางคนได้แสดงออกมาให้เห็นชัดเจนว่า ไม่ได้ยืนอยู่กับความเป็นธรรม อย่างเช่นกรณีนายสมชัย จึงประเสริฐ ในหลายเรื่อง วันก่อนที่ประชาชนไปร้องเรียนให้มีการตรวจสอบนายกรัฐมนตรีว่าอดีตเคยเป็น ส.ว.มาไม่ถึง 2 ปี ก็ไปกล่าวหาประชาชนว่าจิตไม่ปกติ ซึ่งความจริงแล้วผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะกล่าวอย่างนั้น เพราะเป็นสิทธิของเขา เขาเสนอไป คุณเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย คุณเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรมก็ว่ากันไป และการที่จะไปรับรองคุณยงยุทธ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างสอบสวน ก็ไม่น่าจะสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่บอกว่า จะต้องทำให้เกิดการบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม คนที่จะเข้าไปนั้น แต่ปรากฏว่ายังอยู่ในขั้นตอนอยู่ ก็ยังรับรองไป ก็เป็นตัวชี้ให้เห็น หลายๆ ส่วนที่สัมภาษณ์ออกมาแล้วมีลักษณะที่ดูเหมือนว่าจะเป็นการปกป้อง ซึ่งสื่อมวลชนก็ทราบดีนะครับ นี่คือสิ่งที่เราเห็นว่า ทั้งองค์กรอิสระ ก็ถือเป็นกระบวนการยุติธรรมเหมือนกัน กกต. หรือดีเอสไอ หรือตำรวจต่างๆ และสื่อมวลชนก็ทราบว่ายังมีหลายเรื่องที่กำลังจะเข้าไปแทรกแซงอยู่ ดังนั้นนี่คือภารกิจจำเป็นที่เราต้องกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งครับ

พิภพ ธงไชย

ผมก็อยากจะพูดความในใจสักนิดหนึ่ง อย่างที่คุณสนธิได้เรียนให้ทราบแล้วว่า หลังจากเกิดการรัฐประหาร ในขณะที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำลังทำการตรวจสอบรัฐบาลของคุณทักษิณอยู่นั้น ก็ต้องถือว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นน่าจะยุติลงได้ ถ้ากระบวนการยุติธรรมที่กำลังจะจัดการกับความไม่ถูกต้องในรัฐบาลของคุณทักษิณ ได้มีความสามารถที่จะ มีความเป็นอิสระในการทำงาน เพราะฉะนั้นผมเองก็ตั้งใจที่จะไปทำเรื่องการเมืองภาคประชาชน ทำให้ประชาชนมีความสำนึกในการที่จะมีส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์วิกฤตทางการเมืองซ้ำซากอีกครั้งหนึ่ง แต่ทันทีที่มีการเลือกตั้งและได้รัฐบาลอย่างที่เห็นกันอยู่นี้ เกิดอาการ อารมณ์หงุดหงิดไปทั่วในคนที่รักความเป็นธรรมและความถูกต้อง ในวันที่ 23 ธันวาคม กระแสความรู้สึกว่าการเมืองกำลังจะกลับไปที่เก่ามันเกิดขึ้นทันที แล้วก็มีการเรียกร้องว่าพันธมิตรฯ น่าจะต้องกลับมาอีก ผมก็อธิบายว่าจะต้องให้โอกาสรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ถึงแม้ว่าจะรู้ว่า กกต.ไม่สามารถจัดการเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงได้ ต้องให้โอกาสเขา และเมื่อเราได้นายกรัฐมนตรีซึ่งรู้บทบาทการเป็นนักการเมืองในอดีตมา ความหวังก็ดูจะน้อยลง แต่ก็คิดว่าน่าจะให้โอกาส

แต่เมื่อในวันนี้เห็นได้ว่ารัฐบาลซึ่งอ้างว่าจะเป็นตัวของตัวเอง และปฏิเสธสิ่งที่เคยประกาศว่าตัวเองเป็นนอมินี เราก็มีความหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะเป็นตัวของตัวเอง คือดำรงความยุติธรรม ดำรงความถูกต้อง แต่เมื่อเห็นอาการ หลังจากแถลงนโยบายในรัฐสภาแล้ว เราเห็นทันทีว่าสถานการณ์กำลังจะกลับเข้าไปสู่ในสมัยต้นรัฐบาลทักษิณอีก นั่นก็คือ ถ้าจำได้ก็คือการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ทำให้คดีซุกหุ้นไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนว่าการตัดสินให้ทักษิณพ้นผิดในวันนั้น มีความถูกต้องและชอบธรรม กระแสการแทรกแซงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นที่ประจักษ์ชัดทั่วไป และจากวันนั้นก็ทำให้เกิดวิกฤตมาตลอดในรอบ 5 ปี จนกระทั่งเกิดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาเพื่อตรวจสอบ

ณ วันนี้ รัฐบาลชุดนี้กำลังนำวิกฤตกลับไปสู่สภาพเดิม และคราวนี้ถ้าวิกฤตกลับไปสู่สภาพเดิม ก็คือการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม การไม่ยอมให้คุณทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างถูกต้อง และต่อสู้อย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ วิกฤตคราวนี้จะใหญ่หลวงกว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว อาจจะนำไปสู่การเกิดกลียุคได้ และการที่คุณทักษิณทำตัวเป็นผี คอยหลอกหลอนสังคมไทย และรัฐบาลก็อุ้มผีตัวนี้ให้หลอกหลอนต่อไป ผมคิดว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่มีทางเลือก ต้องปราบผีตัวนี้ แต่เราจะปราบผีด้วยธรรมะ และความยุติธรรม ฉะนั้นเราจึงต้องออกมาเรียกร้องว่า รัฐบาลต้องใช้ธรรมะ คือความถูกต้อง ในการดำเนินงานทางการเมือง ในการตรวจสอบความประพฤติของนักการเมือง และนายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดที่แล้ว การใช้ธรรมะกำกับจะทำให้ประเทศชาติพ้นวิกฤต

สอง รัฐบาลจะต้องใช้กระบวนการยุติธรรม ปล่อยกระบวนการยุติธรรมให้อิสระ ซึ่งเราเชื่อว่า ผู้พิพากษาก็ดี หรือคนอยู่ในกระบวนการยุติธรรมก็ดี ยังรักความเป็นธรรมและความเป็นอิสระ พร้อมที่จะรับสนองพระบรมราชโองการในเรื่องตุลาการภิวัตน์ แต่วันนี้รัฐบาลจะไม่ปฏิบัติในเรื่องธรรมะ และแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และปล่อยให้คุณทักษิณทำตัวเหมือนผีที่หลอกหลอนสังคมไทย เป็นปัญหาของสังคมไทย ถ้ารัฐบาลไม่รีบแก้ไข และถ้าพันธมิตรฯ ไม่ออกมาท้วงติงในเรื่องนี้ ก็ถือว่าเราไม่ได้ทำหน้าที่ในการที่จะป้องกันสังคมไทยไม่ให้เข้าสู่กลียุค ฉะนั้นวันนี้เราจึงจำเป็นต้องออกมา แต่การออกมาเราจะออกมาด้วยการดูว่ารัฐบาลจะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างไร และออกมาเพื่อกระตุ้นให้สังคมตื่นตัวในเรื่องที่จะออกมาป้องกันประเทศชาติไม่ให้นำไปสู่กลียุค อันนี้เป็นภารกิจที่พันธมิตรฯ จำเป็นต้องออกมา และขอยืนยันว่า เราพร้อมจะสู้ทุกรูปแบบ โดยมีสันติวิธีและธรรมะเป็นตัวกำกับครับ ขอบคุณ

สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

ผมขออนุญาตสื่อสารไปถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ พี่น้องประชาชนหลายล้านคน ท่านทั้งหลายคงจำได้ ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 คณะตุลาการรัฐธรรมนูญซึ่งประกอบไปด้วย ท่านประธานศาลฎีกา ท่านประธานศาลปกครองสูงสุด และตุลาการอาวุโส 7 ท่าน รวม 9 ท่าน ได้มีมติยุบพรรคไทยรักไทย ในคำพิพากษาหน้า 151 ข้อ ข. กรณีการแทรกแซงองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญตลอดระยะเวลา 5 ปี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ปรากฏข้อเท็จจริงว่าองค์กรอิสระทั้งหลายตามรัฐธรรมนูญ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ถูกแทรกแซง ครอบงำ โดยอำนาจฝ่ายการเมืองมาโดยตลอด ตั้งแต่กระบวนการสรรหา แต่งตั้ง การวินิจฉัยชี้ขาด จนทำให้การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระดังกล่าว ขาดความเป็นอิสระและเที่ยงธรรม เป็นการทำลายเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญและพฤติกรรมการแทรกแซงองค์กรอิสระดังกล่าวเกิดขึ้นโดยการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ และบุคคลใกล้ชิดเอง ในหลายกรณี

และในคำพิพากษา หน้า 181 อันนี้ร้ายกาจมาก ในหน้า 181 บอกว่า ติดต่อวิ่งเต้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหลายคน เพื่อขอความช่วยเหลือให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พ้นผิดจากคดีซุกหุ้น โดยเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน ในส่วนของวุฒิสภานั้นก็มีการแทรกแซงอีก ที่ผมเรียนถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็คือว่า บัดนี้รัฐบาลที่มีประมุข 2 คน คือนายสมัคร สุนทรเวช กับยุทธ ตู้เย็น หรือยงยุทธ ติยะไพรัช ได้กระทำการเข้าแทรกแซงองค์กรอิสระ โดยเฉพาะนายสมัคร อย่างน่ารังเกียจ แล้วมันจะย้อนรอยคำพิพากษาของตุลาการอาวุโสทั้ง 9 ท่าน ซึ่งเป็นความผิดมหันต์ ถึงขั้นทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

พฤติกรรมอุกอาจ เหิมเกริม และลุแก่อำนาจของรัฐบาลหุ่นเชิดโดยทุนสามานย์คราวนี้ เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง เป็นการบดขยี้หัวใจของประชาชน และกระทืบซ้ำประชาชน เป็นความเจ็บปวดอย่างมาก ผมจึงเห็นว่าการฟื้นโครงสร้างของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เราต้องการเห็นการลุกขึ้นของพลังทางศีลธรรมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อมาจัดการรัฐบาลหุ่นเชิดโดยทุนสามานย์ครั้งนี้ ซึ่งกำลังฟื้นคืนชีพ

ที่น่าอดสูที่สุดก็คือเราไม่น่าเชื่อเลยว่า ประธานรัฐสภา เจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทนายเอกของระบอบทักษิณ ดันไปพบผู้ร้ายข้ามแดน เป็นเรื่องน่าอัปยศอดสูมาก 2 ดาวร้ายทางการเมืองไปพบกัน พี่น้องคนไทยจะรู้สึกอย่างไร เมื่อประมุขของรัฐสภา และรัฐมนตรีต่างประเทศ เดินทางไปพบผู้ร้ายข้ามแดน ที่มีหมายจับของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พวกเขาไปโค้งให้กับผู้ร้ายข้ามแดน อาชญากรของประเทศ ซึ่งกระทำความผิดคดีอาญาหลายคดี และที่สำคัญที่สุด คนกลุ่มนี้ที่นำโดยรัฐมนตรียุติธรรม ความจริงไม่น่าจะใช้คำว่ายุติธรรมเลย ยังบังอาจไปย้ายอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งขณะนี้กำลังรับพิจารณาคดีของระบอบทักษิณ เครือข่าย และครอบครัว พวกพ้องเขา ราวๆ 20 คดี ข้อมูลที่เราได้รับมา

ผมขอถามประโยคสุดท้ายนะครับ คนอย่างนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เจ้าของประโยคว่า "สัจจะนิยม" นายสุวิทย์ คุณกิตติ พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ไปยื่นเงื่อนไข 5 ประการ จำได้ไหมครับ ก่อนจะเข้าร่วมกับ "รัฐบาลชิงชัยแห่งชาติ" ชุดนี้ ข้อ 3 บอกว่า อยากมองเห็นว่าไม่มีการล้างแค้นสิ่งต่างๆ ก็ควรจะลืม ไม่เช่นนั้นจะไม่มีวันสิ้นสุด หาข้อยุติไม่ได้ ข้อ 4 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมโดยชัดเจน และต้องไม่แทรกแซง ไม่ก้าวก่าย ท่านบรรหาร ศิลปอาชา กับท่านสุวิทย์ คุณกิตติ ท่านยังมีราคาทางประวัติศาสตร์อยู่ไหม ที่ไปร่วมกับรัฐบาลหุ่นเชิดโดยทุนสามานย์แห่งชาติ และท่านจำได้ไหมว่าสัจจะ 5 ประการ ที่ไปยื่นคืออะไร เอกสารนี่ถ่ายให้คนอย่างนายบรรหาร กับนายสุวิทย์ ไปดูหน่อยว่าจะจำความหลังได้ไหม หรือแก่ไปแล้ว หรือเส้นโลหิตในสมองมีปัญหาแล้วลืมไปหมด อันนี้อยากจะพูดกันตรงๆ เลย ขอบคุณครับ

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง

พันธมิตรฯ ห่างเหินกันมานานนะครับ เพิ่งจะมาพบปะประชุมปรึกษาหารือกันในเช้าวันนี้ ทั้งนี้เนื่องจากว่าบ้านเมืองเป็นของเรา ประชาชนทุกคน นักการเมืองนั้นเป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราวที่เราจ้างเขามา ถึงเวลาก็มา ถึงเวลาก็ไป บางทีไม่ถึงเวลาก็ทั้งมาทั้งไป แต่ประชาชนนั้นยังต้องคงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อบ้านเมืองมีปัญหา เราจึงต้องออกมาคัดค้าน ผมเดินทางเป็นประจำกรุงเทพฯ - ต่างจังหวัด ไปจังหวัดโน้น จังหวัดนี้ ได้พบคนหลายคน ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก ก็เข้ามาต่อว่าผมว่าการเมืองมันย่ำแย่อย่างนี้ นั่งอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร ฉะนั้นวันนี้เราจึงมาประชุมพร้อมกัน เพื่อยืนหยัด ยืนยันว่าเราก็คือตัวแทนของประชาชนด้วยเหมือนกัน แม้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งก็ตาม และเป็นตัวแทนของประชาชนที่มุ่งหวังเพื่อชาติบ้านเมืองโดยแท้ ไม่ได้มุ่งหวังเพื่อผลประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเลย ดังที่ได้แสดงให้เห็นมาตลอดแล้ว เพราะฉะนั้นผมเป็นคนหนึ่งในพันธมิตรฯ ที่พร้อมจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ตามที่เราได้ประชุมและได้แถลงให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบแล้ว

ที่แล้วมา ตลอดระยะเวลานั้น มีการเล่าลือกันในลักษณะว่าพวกเราอ่อนปวกเปียกกันไปหมดแล้ว คนนี้ทะเลาะกับคนนั้น คนนั้นทะเลาะกับคนนี้ ทั้งผม ทั้งคุณสนธิ เป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ เดินไม่ไหวแล้ว เพื่ออะไรครับ เพื่อบอกให้พี่น้องประชาชนว่าอย่าลุกขึ้นมาคัดค้านเลย พวกนั้นอ่อนเปลี้ยเสียขาไปหมดแล้ว ไม่มีใครแล้วที่จะมาคัดค้าน แม้เราจะปู้ยี่ปู้ยำบ้านเมืองอย่างไร ก็ปล่อยเราเสียดีๆ เถอะ อย่างนี้เราจึงยอมไม่ได้ ก็เลยมาบอกให้พวกท่านทั้งหลายได้ทราบโดยทั่วกันว่า เรายังดำรงคงมั่นในความเหนียวแน่นของเราที่จะทำเพื่อชาติ เพื่อบ้านเมืองตลอดเวลา และเราได้ตกลงกันแล้วว่า กรรมการพันธมิตรฯ 5-6 คนนี้ไม่พอหรอกครับ คราวนี้ เราจะต้องหามาเพิ่มเติมมากกว่านี้อีก จะเอานักต่อสู้ทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตย มารวบรวมขบวนการกับเราเพื่อเดินหน้าต่อไปอย่างเต็มที่ อย่างที่พวกเราพร้อมแล้วว่า จะดำเนินการทุกรูปแบบเพื่อบ้านเพื่อเมืองของเรา ถึงแม้ว่าเราคิดว่าคราวที่แล้วมันน่าจะหยุดไปแล้ว แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นใหม่เราก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้ นั่นคือความตั้งใจจริงของเรา อยากจะบอกผ่านพี่น้องสื่อมวลชนไปยังประชาชนว่า เรายังเหมือนเดิม และเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมครับ
ความคิดเห็นที่ 2
จงเจริญ วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 21.30 น.
http://www.oknation.net/blog/50000up


บก.ลายจุด (คุณสมบัติ)กล่าวว่าเป็นโอกาส ที่จะเช็คชื่อว่า มีใครยังยืนอยู่ข้างพันธมิตรอยู่บ้าง เห็นโม้เหลือเกิน ความจริงตอนท้ายของพันธมิตรก็เหลือไม่เท่าไหร่แล้ว หลังไปเสนอ นายกพระราชทาน ม.7

ให้เขาชุมนุมไปเถอะครับ ดูว่า พอออกมาเคลื่อนไหว แล้วไปเดินตลาดได้หรือเปล่า

ทางที่ดี ให้เอาออกทีวีด้วย ไปคุยกันบนเวทีสาธารณะด้วย จัดเอาทุกฝ่ายมาพูดคุยกัน ให้ความเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
เที่ยวไปตามคะวัน วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 21.21 น.
http://www.oknation.net/blog/garmo
เพลงหนึ่งเพลงช่วยให้โลกนี้มีสีสรรจริงๆๆชีวิต..ขาดรสหวาน..แวะมาที่นี่..หวานหวาน..มีให้เติม...เที่ยวไปตามตะวัน..เหนื่อยนัก..แวะพัก..เพื่อเจอสาว..ที่รู้ใจสักคน.. 

ครป.
ย่อมาจา
คนร่วมสร้าความปั่นป่วน
หรือ
คางครกป่วนน่ะ..
ต้องเจอกันแน่ๆๆเร็วๆๆนี้กับ
นปก..
ย่อมาจาก
นักปราบแก็งกวนเมือง..

สงสัยเจ้าเพี้ยนห้าตัวนี้มันคง..
นึกว่าเป็นเจ้าของปรเทศไทยมั้ง..
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน