เหมืองทองคำเมืองเลย กว่า30,000 ไร่ กำลังยื่นขอประทานบัตร คำถามคือพอคนเมืองเลยรู้แล้วจะยังไงต่อไป เหมืองทองคำจะค่อยๆ รุกไล่ ตีวงล้อมโอบเราเขามา เราจะกอดอกนั่งทำตาปริบๆ รับผลกระทบและชะตากรรม ที่เราไม่ได้ก่อกระนั้นหรือ
ขอเรียนว่าไม่เป็นความจริงและใคร่ขอเรียนเชิญทางมูลนิธิฯเข้ามาดูเอกสาร ( 6 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 1,290 ไร่ )เพื่อจะได้มาร่วมกันป้องกันผลกระทบที่จะมีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมรวมกัน คนเมืองเลยทำส้วมไว้บนทองคำ ถ้าไม่ห่วงเรื่องผลกระทบเราเจาะและขุดได้ทุกตารางนิ้วของพื้นแผ่นดินเมืองเลย คือคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งของอุตสาหกรรมจังหวัดเลย จากเหตุการณ์การตั้งคำถามของกลุ่มสื่อรักษ์เมืองเลย กรณีตรวจสอบเหมืองทองทุ่งคำ หลังจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 9 อุดรธานี แจ้งผลการตรวจคุณภาพลำน้ำฮวย ว่าพบไซยาไนด์เกินค่ามาตรฐาน เรื่องนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการการมีส่วนร่วมเข้ามาตรวจสอบซึ่งมีการประร่วมกันถึง 4 ครั้ง ใน 13 ประเด็น ทางบริษัทฯได้ปรับปรุงแก้ไขตามที่ประชุมเป็นที่พอใจและถูกต้องตามมาตรฐาน ทางมูลนิธิฯโดยคุณยุทธนา วงศ์โสภา ก็มาร่วมประชุมด้วย  แต่จนแล้วจนรอดเหมืองทองคำเมืองเลยยังเดินหน้าทำงานต่อไป ระเบิด ขุด เจาะ บด แยกแร่ ปริมาณไซยาไนด์มหาศาลบนภูทัพฟ้า วิกฤตและระเบิดเวลาที่รอวันถึงจุดระเบิด ส่อเค้าสร้างปัญหา ข้าวในไร่นาชาวบ้านล้มตายเก็บเกี่ยวผลผลิตลดน้อยลง เนื่องจากเมล็ดข้าวลีบ ยางพาราน้ำยางลดลง ชาวบ้านรอบเหมืองขวัญผวา ไม่กล้ากินน้ำฝน และปูปลาอาหารในลำน้ำฮวย ข้อเท็จจริงทางบริษัทฯได้รับสัมปทานการสำรวจแร่ตั้งแต่ปี 2534 โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ในเดือนตุลาคม 2544 ได้รับประทานบัตรจำนวน 6 แปลง พื้นที่ 1,290 ไร่ เท่านั้น ในปัจจุบันกำลังดำเนินการอยู่เพียง 2 แปลง ไม่ได้คิดเข้าไปทำในพื้นที่ถึง 30,000ไร่ เพราะทางราชการให้ทำได้แปลงละไม่เกิน 300 ไร่ ส่วนไซยาไนด์ที่ใช้ในเหมืองทองคำเป็นระบบปิด คือไซยาไนด์ที่ใช้จะไม่มีการไหลซีมออกมาข้างนอก กรณีผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้เกี่ยวกับทางเหมืองทองคำ หรือไซยาไนด์ที่มีค่าเกินค่ามาตราฐานก็มาจากสาเหตุอื่น ซึ่งทางคณะกรรมการ การมีส่วนร่วมได้ไปทำการตรวจสอบแล้ว ใครอนุญาติให้ทำเหมืองทองคำบนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล กว่า 300 เมตรขนาดนั้น เขาต้องสติเสียแน่ๆ เป็นคำบอกเล่าของวิศวกรบริษัททำเหมืองแร่ ผู้ดำเนินกิจการเหมืองแร่ทองคำที่จังหวัดพิจิตร กล่าวไว้เมื่อครั้งชาวเมืองเลยเข้าไปเยี่ยมชมเหมืองชาตรีที่จังหวัดพิจิตร บ่อไซยาไนด์บนภูเขา คนเมืองเลยเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ คนเมืองเลยทำอะไรอยู่ ภาพที่ทางมูลนิธิฯมานำเสนอก็ไม่ใช่ภาพที่เหมืองทองคำ บริษัททุ่งคำจำกัด ส่วนที่บอกว่าท่านอนุญาติต้องเสียสติแน่ๆ คงไม่น่าจะเป็นความจริง เพราะว่าต้องผ่านเรื่องการขออนุมัตินั้นต้องผ่านหลายหน่วยงาน จากวันที่ได้เข้าสำรวจถึงปัจจุบันใช้เวลาไปกว่า 10 ปี ที่สำคัญต้องผ่าน EIA ก่อน โดย มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ สผ. ให้ความเห็นชอบ 
เกิดอะไรขึ้นที่นี่ บนแผ่นดินเมืองเลย แผ่นดินเกิด แผ่นดินแม่ของเรา เราคงต้องออกเดินทางค้นหาคำตอบร่วมกันในฐานะ ผู้ร่วมชะตากรรม ผู้ที่จะได้รับมรดก หลุมขนาดยักษ์ บ่อไซยาไนด์ปริมาณมหาศาล ซากภูเขาที่ถูกระเบิด ขุดเจาะทำลายเอาทองคำไป เอาขยะสารพิษปริมาณมหาศาลทิ้งไว้ให้ ทางเหมืองคงทำอย่างที่ทางมูลนิธิฯว่ามานั้นไม่ได้ เพราะว่าทางราชการมีกฎหมายและระเบียบบังคับให้ทางเหมืองต้องฟื้นฟูและปรับสภาพคืนให้ วันที่เราลุกขึ้นมาพูดเรื่องนี้ เขาระเบิดภูเขา ไปแล้วเป็นพื้นที่ประมาณ 1,300 ไร่ เราเคยคิดว่า 1,300 ไร่ ขุด3-5 ปี ก็หมด หมดแล้วเขาก็จะกลับไป เราคิดผิดถนัด ขอบคุณเทวดาที่ดลใจ ให้ลุกขึ้นมาซอกซอนหาข้อมูลทิศทางของการดำเนินกิจการกิจกรรมเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดเลย เพราะทำให้เราพบข้อมูลที่น่าตระหนกที่สุด เราพบว่าพวกเขามีแผนดำเนินการกิจกรรมเหมืองแร่ทองคำในบ้านของเราเป็นพื้นที่กว่า 30,000 ไร่ ใหญ่โตมโหฬารกว่าที่เราเคยคิดไว้มากมายเหลือคณา จริงๆแล้วเป็นการเข้าใจผิด ในข้อเท็จจริงทางราชการให้ทางบริษัทฯสำรวจในพื้นที่ 300,000 ไร่ เมื่อสำรวจแล้ว พิจารณาว่าที่พื้นที่อยู่ประมาณ 30,000ไร่เท่านั้น ที่พอจะทำได้ แต่ที่บริษัทฯขอประทานบัตรไว้เพียง 6 แปลง(เนื้อที่ประมาณ 1,290 ไร่) และทำได้แล้ว 2 แปลง กำลังขออนุญาติทำอีก 4 แปลงเท่านั้น ภาพเหตุการณ์บทเรียนของการจัดการเหมืองที่ดีที่บริษัทกล่าวอ้างเพื่อให้ได้ทำการ แต่กลับสร้างปัญหาคุณภาพชีวิต สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม หลอกหลอนเราทันที ภาพประสบการณ์ความเจ็บปวดของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองทองคำในประเทศต่างๆ เป็นตัวอย่างที่น่าจะทำให้เราทุกคนที่ได้รับข้อมูลขนหัวลุกได้พอๆ กัน สำหรับเหมืองทองคำที่จังหวัดเลย เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ ทุกๆคนมีสิทธิเป็นเจ้าของได้โดยการซื้อหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ บริษัทฯยึดหลักบรรษัทภิบาล(Good Corporate Governance)และหลักจรรยาบรรณทางธุระกิจ(Code of Best Practice) 
คนเมืองเลยรู้อะไรมากน้อยแค่ไหนเกี่ยวกับเหมืองทองคำจังหวัดเลย เราเคยร้องเพลงหนูไม่รู้ในเวทีสัมมนาสุขภาวะคนไทยเชิงประเด็นกับนโยบายอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ที่กรุงเทพมหานคร อีกคราวหนึ่ง ดอกเตอร์ท่านหนึ่งจากมหิดลถามเราว่า เมืองเลยมีเจ้าของไหม พร้อมตั้งขอสังเกตว่าสงสัยคงไม่มีเจ้าของ เพราะถ้ามีเจ้าของ เหมืองแร่ทองคำที่มีการแยกแร่ด้วยสารเคมีอันตรายปริมาณมหาศาลคงเปิดเดินเครื่องดำเนินการไม่ได้แน่ เพื่อให้ทุกท่านที่ต้องการจะทราบข้อเท็จจริง ทางบริษัทฯพร้อมและยินดีต้อนรับทุกท่านที่มีจิตใจและเจตนาที่ดี ที่จะมาร่วมกันทำความจริงให้ปรากฎต่อสังคม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ติดต่อมาได้ตลอดเวลาที่ พลเอก กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ กรรมการบริหาร บริษัททุ่งคาฮาเบอร์จำกัด (มหาชน) โทร 081 481 9701 หรือ r.kittisak@yahoo.com ดิฉันตั้งคำถามในหัวทันทีว่า แล้วเจ้าของเมืองเลยคนไหนที่เขาอนุญาตให้ตั้งเหมืองแร่และโรงแยกแร่ทองคำบนภูทับฟ้า อำเภอวังสะพุง ปัจุบันบริษัทเขาระเบิดภูเขา ขนส่ง บด แยกแร่ สร้างบ่อไซยาไนด์ บนยอดเขา ทำไมคนเมืองเลยไม่รู้ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ? เรื่องนี้เขาเริ่มกันมาตั้งแต่ปี 2503-2532 โดยรัฐบาล และต่อมาปี 2534 กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจเข้ามาทำเหมืองทองคำ บริษัททุ่งคาฮาเบอร์จำกัด(มหาชน)จึงได้เข้าประมูล และได้รับสัปทานในพื้นที่แปลงที่ 4 และตั้งบริษัททุ่งคำจำกัด เข้ามาดำเนินการเมื่อปี 2544 เปิดเหมืองได้เมื่อปี 2549 นี้เอง ประเด็นปัญหาหลักคือดูเหมือนเหมืองทองคำเป็นเรื่องใหญ่ในแง่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและสุขภาพผู้คนเหลือเกิน แต่ภาพปัญหากับความเป็นจริงสวนทางกัน ปรากฏการณ์คือในขณะที่ปัญหาใหญ่ การมีส่วนได้รับรู้และตัดสินควรเป็นเรื่องสาธารณะ ควรเป็นเรื่องของคนเมืองเลย แต่พวกเราไม่เคยมีส่วนร่วมรับรู้ในกระบวนการตัดสินใจเลยแม้แต่น้อยนิด เรื่องนี้บริษัทฯมีหลักการในการป้องกันผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดังนี้ 1.ต้องปฏิบัติตามตัวบทกฎหมายและระเบียบของทางราชการ 2.ยึดหลักกติกาสากลและนานาชาติ 3.ยึดหลักการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้เกิดความเป็นธรรม 4.ต้องสามารถให้ตรวจสอบได้ 5.หลักของความโปร่งใส 6.หลักสิทธิมนุนยชน 7.หลักของความหลากหลาย คนเมืองเลยไม่รู้ อะไรเกี่ยวกับเหมืองทองคำซักเท่าไหร่ เหมืองแร่ทองคำที่เมืองเลย อย่างไร ที่ไหน เมื่อไหร่ กระทบกับอะไรบ้าง ใหญ่โตมโหฬารแค่ไหน การไม่ได้รับรู้เรื่องเหมืองทองคำที่ตำบลเขาหลวงอำเภอวังสะพุง ยังไม่แปลกเท่าไหร่เพราะ ดูเหมือนปัญหาถูกบดบังไว้ด้วยระยะทางและพื้นที่ว่าห่างไกลเหลือเกิน เราส่วนมากคิดว่าอย่างมากผลกระทบทั้งปวงก็ตกอยู่กับ หมู่บ้านโดยรอบเพียง 6 หมู่บ้าน เท่านั้น คนที่จะได้รับผลกระทบ ก็ประมาณ 3,226 คน เท่านั้น เล็กน้อย เรื่องนี้ทางบริษัทฯขอเรียนเชิญเข้าไปรับรู้รับทราบร่วมกัน ไม่มีปัญหา ยิ่งคนที่บอกว่าฉันอยู่ในอำเภอเมือง ยิ่งรู้สึกว่าปัญหาห่างไกลตัวเหลือเกิน ดังนั้นเหมืองทองไม่ใช่ปัญหาของฉัน เป็นเรื่องผิดพลาดที่ประเด็นพื้นที่การทำเหมืองทองทำให้เรารู้สึกอย่างนั้น ผิดถนัด ผิดทันที ผิดมหันต์ ผิดใหญ่หลวง เพราะวันนี้เราพบว่า แผนการขอประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดเลยคือพื้นที่ 30,000 กว่าไร่ ทองแดงอีก 15,000 กว่าไร่ภาพรวมเหมืองทั้งหมดในเมืองเลยคือรวมประมาณ60,000 ไร่ สถานการณ์ คือบริษัทบริษัทรุกเปิดพื้นที่ไปเรื่อยๆ ขอเปิดเป็นจุดๆ จุดที่ขอประทานบัตรไว้อย่างมากไม่เกินจุดละ 300ไร่ ซื้อที่และขอเปิดไปเรื่อยๆ เป็นจุดๆ ตีวงล้อมเข้าสู่อำเภอเมืองเลย พื้นที่อยู่ในเขต อบต. ไหน ก็ขออนุญาตว่ากันไปเป็นจุดๆ เป็นแปลงๆ ทีละแปลงสองแปลง เอาเงินฟาดลงไปจัดสรรผลประโยชน์ ว่ากันเป็นโซนๆ
ถ้ากางแผนที่ชี้จุด เชื่อมต่อจุดต่างๆ ที่เขาขอประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำไว้ ปรากฏเป็นพื้นที่ใหญ่โตมโหฬาร 30,000 ไร่ หรือ 93 ตารางกิโลเมตร และที่สำคัญ พื้นที่ตามแผนขยายประทานบัตรนั้นอยู่ในอำเภอเมืองเสียส่วนมาก ประเด็นปัญหาคือผลกระทบด้านๆ ต่างๆ ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น แบบเงียบเชียบสะสม รุกราน ไล่บี้ อย่างแยบคาย และถ้าวันนี้เราไม่ลุกขึ้นมาพูดเรื่องนี้ เราจินตนาการได้เลยว่า เมืองเลย เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู จะกลายเป็น เหมืองแห่งซากภูเขา สุดหนาวไซยาไนด์ ฝุ่นละอองและสารพิษ โรคภัยไข้เจ็บและคุณภาพชีวิตที่เสื่อมโทรม พังทลายหมดสิ้นกัน วิถีชีวิตแสนงามของผู้คนและธรรมชาติเมืองเลย
วันนี้เราคงต้องใช้จินตนาการอย่างมากร่วมกันถึงพื้นที่ 93 ตารางกิโลเมตร หรือ 30,000 ไร่ให้ออก เราคงต้องอาศัยจิตนาการในการเห็นปัญหาในมิติต่างๆ ร่วมกัน เพื่อที่จะได้พบจุดยืนของเราเองในการพูดถึงเรื่องนี้ อย่างน้อยวันนี้ก้าวแรกของเรา คนเมืองเลยขอมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรของแผ่นดินแม่แผนดินเหมืองเลย เราขอลุกขึ้นมาเลือกการจัดการทรัพยากรและการพัฒนาในมิติที่เป็นไปเพื่อความอย่างยั่งยืนเท่านั้น
คำถามวนกลับมาที่พอคนเมืองเลยรู้แล้วจะยังไงต่อไป เหมืองทองคำจะค่อยๆ รุกไล่ ตีวงล้อมโอบเราเขามา เราจะกอดอกนั่งทำตาปริบๆ รับผลกระทบและชะตากรรม ที่เราไม่ได้ก่อกระนั้นหรือ
วันนี้เราช่วยกันภาวนาให้พวกเรามีพลังปัญญาและพลังกายมากพอที่จะทำให้คนเมืองเลยตื่นรู้ขึ้นมาทัน รับสถานการณ์ และมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรบนแผ่นดินบ้านเกิดของตัวเองอย่างมีส่วนร่วม คนเมืองเลยจะต้องมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนแผ่นดินแม่ของตัวเอง เราต้องลุกขึ้นมาเปล่งเสียงและแสดงพลังร่วมกัน เพื่อที่จะบอกกล่าวว่าเราต้องการทิศทางการจัดการทรัพยากรและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเท่านั้นบนแผ่นดินเมืองเลย

|