พิมพ์หน้านี้
|
โย ยศวดี หัสดีวิจิตร....ข้อมูลจากเว็ปไซด์ผู้จัดการ.... นางแบบสาวเล่าย้อนกลับไปถึงชีวิตช่วงเป็นเด็กๆ ว่าเมื่อนึกถึงตอนนั้นแล้วก็ไม่คิดว่าตนเองจะมายืนอยู่ตรงนี้เลย เพราะตอนเด์กนั้นขี้เหร่มาก ตอนเด็กโยขี้เหร่มาก ดำ ขายาว หน้าเป็นเหลี่ยม และคิดว่าผู้หญิงที่สวยที่สุดคือ พี่สาว ชอบแอบดูเวลาที่พี่อาบน้ำแต่งตัวหรือซื้อเสื้อผ้าและเป็นห่วงพี่สาวมาก เวลาที่มีคนมาจีบจะไม่ชอบจึงกลายเป็นคนแก่น ซน เหมือนผู้ชาย แต่ก็ยังรักสวยรักงาม และรักพี่สาวคนนี้มาก เมื่อพี่ประกวดสยามเซ็นเตอร์ ยังสตาร์ก็ไปเชียร์ พอพี่ไม่ได้รางวัลเราก็โวยวาย ร้องไห้ เพราะโยคิดว่าพี่เอสวยที่สุด จากนั้นก็มีโมเดลลิ่งมาติดต่อให้ไปประกวดเค้าบอกว่าเรามีแวว ตัวสูงขายาว น่าจะลองดู และในที่สุดก็เข้าประกวดและได้รางวัลที่ 1 อาจจะเป็นเพราะว่าเรามีความกล้า ซึ่งครั้งนั้นนับว่าเป็นการเดินแบบครั้งแรก ตอนนั้นเราไม่ได้ดีใจกับตำแหน่งที่ได้ แต่ดีใจตรงเงินรางวัล เพราะเขาประกาศว่า เงินที่ได้ คือ 1 แสนบาท พอได้ยิน ร้องไห้เลย พอได้รับตำแหน่งก็เริ่มมีคนมาติดต่อให้ถ่ายแบบ และได้เป็นนักร้อง เข้าวงการได้เพียงปีกว่า คุณพ่อก็เสีย เราก็เสียศูนย์เพราะโยเป็นคนที่รักพ่อมากจะติดพ่อ และ พ่อค่อนข้างจะตามใจ คุณแม่จะเลี้ยงเป็นแบบเข้มงวด เมื่อไม่มี คุณพ่อ คุณแม่จึงต้องคอยดูแลเรามากขึ้น ห้ามโน่น ห้ามนี่ ซึ่งตอนนั้นเราเป็นเด็กเรารู้สึกอึดอัด เริ่มเกเร ไม่มีความรับผิดชอบ เบี้ยวงาน ไม่ไปทำงาน ไม่มีสัมมาคารวะ แม่ก็เตือนแต่ไม่ฟัง หยิ่งมาก นานๆ เข้าพี่ๆ นางแบบก็แบนโยจนในที่สุดก็ไม่มีงานทำ และครอบครัวก็ต้องแบกรับภาระหนี้ที่ไม่ได้สร้างขึ้น ครอบครัวจึงลำบากพี่เอก็เริ่มมารับงานแสดงมากขึ้นเพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัวจนต้องดร็อปเรียน..และมาเรียนอีกครั้งตอนโยเข้ามหา'ลัยมาเรียนด้วยกันหลังจากที่โยไม่มีงาน โยก็เข้ามหา'ลัย ตกงานอยู่ 2 - 3 ปี เป็นช่วงที่แย่มากๆ และลำบากมาก ช่วงนั้นก็เริ่มคิดได้และโชคดีที่มีพี่เขาอยากได้คนที่พอเดินแบบได้มาเดินแบบ เพราะตอนนั้นวงการแฟชั่นเมืองไทยเริ่มบูม เมื่อมีโอกาสนั้นโยเริ่มสำนึกได้ ตาสว่าง ตั้งใจอยากเปลี่ยนภาพทันที จากสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำก็เริ่มทำ ง่ายคือ การไหว้ จากแต่ก่อนไม่เคยยกมือไหว้ใคร ก็ต้องทำเพราะนั่นแสดงความเคารพและให้เกียรติกับทุกคน ซึ่งโยได้เจอกับใครก็ยกมือไหว้กราบขอโทษ และพูดว่าไม่ต้องเชื่อว่าโยจะกลับมาตั้งใจทำงานเหมือนเดิม แต่ขอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความตั้งใจมากว่า โยกลับมาเป็นคนที่มีความเคารพมากขึ้น รู้จักมีมนุษยสัมพันธ์มากขึ้น งานก็คืองาน ส่วนตัวต้องแยกแยะให้ออก ซึ่งตอนนี้ก็กลับมาทำงานได้ 4 - 5 ปีแล้ว โยเดินทางไปแคสติ้งเองทุกอย่าง ลำบากมาก อย่างช่วงแฟชั่นที่ปารีส จะมีแฟชั่นโชว์เป็น 100 โชว์ โยต้องเดินทางไปแคสติ้งเองอย่างน้อย 40-50 โชว์ ถ้าได้ 3-4 โชว์ก็นับว่าโชคดีที่สุดแล้วก็ต้องศึกษาว่าแบรนด์นี้ต้องการนางแบบสไตล์นี้ เราต้องจับจุดของเขาให้ได้ การทำงานในระดับอินเตอร์เราต้องอาศัยเอเจนซี่ เราจะได้เงินจากเอเจนซี่อาทิตย์ละ 4,000 บาท ซึ่งหากจะต้องใช้ในยุโรปมันไม่พอแน่นอน เราก็ต้องประหยัดรู้จักใช้ เงินไม่พอโยไม่เคยโทร.มาขอเงินแม่เลย เราต้องต่อสู้กับแรงกดดันให้ได้ เพราะมีคนเคยพูดดูถูกไว้ โยจึงเอาคำพูดของพวกเรานำมาเป็นแรงฮึดฝ่าฟันอุปสรรคให้ได้ โยเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ โยยอมรับว่าเป็นคน....บริโภคความพยาบาทเป็นของหวาน..... เพราะเราจะต้องเอาชนะความพยาบาทของพวกเขาได้ พิสูจน์ให้เขารู้ให้ได้ว่าเราทำได้ |
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||