• Yoi
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-23
  • จำนวนเรื่อง : 179
  • จำนวนผู้ชม : 12034
  • จำนวนผู้โหวต : 28
  • ส่ง msg :
ห้อง 6/8 (All site contents are privacy Copyright 2007. All Rights Reserved)
Blog สำหรับเพื่อนๆ ห้อง 6/8 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รุ่น 15
Permalink : http://www.oknation.net/blog/6tab8
วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน 2551
บุคคลไม่สำคัญของโลก บทที่ ๗ อนุสาวรีย์ของพี่ล่ำสัน
Posted by Yoi , ผู้อ่าน : 91 , 15:26:30 น.   | หมวดหมู่ : Reunion  
พิมพ์หน้านี้


บทที่ ๗ อนุสาวรีย์ของพี่ล่ำสัน

          โลกเราหมุนเร็วจนตามไม่ทัน

วันนี้ขออนุญาติขึ้นต้นแบบคนสูงวัยสักหน่อยนะครับ เพราะมันหาคำเปรียบเปรยที่ได้ใจความ แต่ดูอ่อนวัยกว่านี้ไม่ได้จริงๆ

ผมว่าคนวัยใกล้สี่สิบ เป็นคนที่เกิดอยู่ในยุคสุกๆดิบๆครับ มันจะเก่าก็ไม่เก่านัก แต่ก็ไม่ใหม่แล้ว เขาว่ากันว่า ช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา โลกเราหมุนเร็วกว่าแต่ก่อนมากๆ อันนี้เป็นคำเปรียบเปรยนะครับ ไม่ได้ว่ากันด้วยความเร็วจริงๆ แต่ว่ากันถึงการพัฒนา และความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมมนุษย์

ฮีโร่ของคนรุ่นผม ถ้าเป็นตัวละครก็ประมาณ หน้ากากเสือ ไอ้มดแดง ซุปเปอร์แมน หรือถ้าเป็นดาราในยุคเก่า ก็ต้องประมาณ มิตร ชัยบัญชา สมบัติ เมทะนี สรพงษ์ ชาตรี ที่ล้วนแต่ต้องมีบทบาทเป็น ร้อยตำรวจเอกปลอมตัวมา นายอำเภอ ปลัดจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อะไรทำนองนั้น ออกแนวแมนๆ บู๊ๆ ให้สาวๆยุคนั้นคลั่งไคล้ในบทบาท และมัดกล้าม

ศิลปินนักร้องยอดนิยมในรุ่นผม ก็ต้องแนวร๊อคมือขวาอย่าง ไมโคร ถ้าเป็นฝรั่งก็เป็นวงร๊อคผมยาว ปากคาบบุหรี่ ทำตัวดูอันธพาลสุดเดช หลากหลายวง แต่ทั้งไทยและเทศ ล้วนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นแมน ยิ่งพี่หนุ่ย ไมโคร ยิ่งโคตรจะแมน สังเกตุได้จากอาการกำหมัดขวา ชูขึ้นเหนือหัว และคำพูดห้วนๆ พร้อมสรรพนามแทนตัวว่าเราและนาย ยุคนั้นเขานิยมกันแบบนั้น

เผลอแผล็บเดียว ฮีโร่ยุคนี้กลับหน้ามือเป็นหลังตีนไปแล้วครับ เคยสังเกตุไหมครับ ว่าสาวๆยุคนี้เขาคลั่งผู้ชายแบบไหน

สูตรสำเร็จของหนุ่มๆยุคนี้คือ ตัวขาวๆซีดๆ ยิ่งซีดยิ่งเซ็กซี่ กล้ามเนื้อไม่มี อรชรอ้อนแอ้น ผอมเกร็งเป็นไม้เสียบผียิ่งแมน ผมยุ่งๆ ชี้ตวัดไปมา สั้นๆยาวๆไม่เท่ากันสักข้าง ยิ่งปัดมาบังลูกตาให้มองอะไรยากๆยิ่งเท่ห์ ลักษณะคล้ายช่างตัดผม เมาสุราขณะตัด คิ้วที่หนาๆก็กันมันออกซะ ให้เรียวๆยาวๆเส้นเล็กๆ หนักข้อถึงขั้นเขียนคิ้วทุกครั้งก่อนออกจากบ้านก็มี ส่วนลูกกะตาก็ต้องเขียนขอบตาให้มันเข้มๆ ทาปากสีหม่นๆ พร้อมลงแป้งให้หน้าขาวเกินปกติ บางรายนอกจากเจาะหูแล้ว มันธรรมดาไป เลยเริ่มหันมาเจาะจมูก เจาะปาก เจาะคิ้ว รวมถึงเจาะอะไรๆที่ไม่เปิดเผยให้ชาวบ้านเห็น ยกเว้นคนรู้ใจ

ถ้าเมื่อตอนที่ผมเป็นวัยรุ่น แล้วมีหมอดูคนไหนมาฟันธงบอกผมว่า ในอนาคตอันใกล้ วัยรุ่นไทยจะมีสภาพแยกเพศแทบไม่ออก แมนก็ไม่แมน สาวก็ไม่สาวอย่างที่ว่ามา และพากันออกมาเดินเพ่นพ่านทั่วไป ผมคงหัวเราะยกใหญ่ และอาจเลิกคบหมอดูไปตลอดชาติก็เป็นได้ ใครมันจะบ้าแต่งตัวสภาพอย่างนั้น แค่แต่งเล่นที่บ้านยังบ้าแล้วเลย เห็นไหมล่ะครับ ว่าโลกหมุนเร็วแค่ไหน

ลองนั่งนึกเล่นๆดูว่า ถ้ายกเอาเพื่อนๆผมในยุคนั้น หายตัวมาอยู่ในยุคนี้ จะมีหน้าตาเป็นยังไงกันบ้าง นึกไปก็อมยิ้มไปคนเดียว

หลายคนก็พอจะกล้อมแกล้มเข้ายุคเข้าสมัยกับเขาได้ครับ เพราะเพื่อนๆของผมจำนวนไม่น้อย ที่เข้าข่ายพอจะพัฒนาเป็นแนวนิยมของยุคนี้ได้ ขาวๆซีดๆ ตัวผอมๆเล็กๆ บอบบาง

แต่บางคนก็ไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็พัฒนามาเป็นแบบสมัยนิยมนี้ไม่ได้ เพราะลักษณะรูปร่างหน้าตา จัดอยู่ในประเภท สมัยไม่นิยม

หยอย เป็นคนนึงในนั้น ที่ไม่สามารถพัฒนามาเป็นวัยรุ่นยุคนี้ได้เลยครับ ถูกแล้วที่เขาเป็นวัยรุ่นยุคผม เพราะ หยอย ออกแนวชายไทยล่ำสัน บู๊ๆให้สาวแก่แม่ม่ายได้น้ำลายหกน้ำหมากเปียกไปตามๆกัน

หยอย เดินทางข้ามจังหวัดมาเรียนกับพวกเราจาก ชลบุรี ครับ เขามาอยู่กับญาติแถวๆคลองตัน ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก

ลักษณะของ หยอย ตอนนั้น เขาเป็นเด็กหนุ่มตัวโต ผิวคล้ำ มีมัดกล้ามเหมือนนักกีฬา ดูแข็งแรงบึกบึน แต่ยิ้มง่าย เรามักจะเห็น หยอย ยิ้มเสมอๆ ยิ่งเวลาฟันขาวๆของ หยอย ตัดกับสีผิว ยิ่งทำให้รอยยิ้มเขาดูเด่นจนเห็นมาแต่ไกล

อีกอย่างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ หยอย ก็คือ สิ่งที่งอกออกมาจากผิวหนังของเขา ตั้งแต่เส้นผมบนหัว ไปจนถึงเส้นขนบนลำตัวและหน้าแข้ง ที่หยิกหยอยยุ่งเหยิง จนกลายมาเป็นชื่อเรียกของเขาไปในที่สุด

ผมสะดุดกับคำพูดของ หยอย ตั้งแต่คราวแรกๆที่เรารู้จักกัน เขามีวรรณยุกต์แปลกๆจนผมจำขึ้นใจมานาน

อย่างถ้าจะบอกว่า “ เมื่อสักครู่นี้ “ ผมเคยแต่ใช้คำพูดว่า “ เมื่อตะกี๊นี้ “ หรือ “ เมื่อตะกี้นี้ “ (ลองอ่านออกเสียงตามวรรณยุกต์ดูนะครับ) แต่ถ้าเป็น หยอย เขาจะออกเสียงว่า “ เมื่อตะกี๋นี้ “ จนมันฝังเป็นความทรงจำแรกๆของผมที่เกี่ยวกับ หยอย

อีกอย่างคือ หยอย เป็นนักกีฬาครับ เขาเป็นคนแข็งแรง ชอบเล่นกีฬาหลากหลายประเภท ในช่วงงานกีฬาสี หยอย มักจะลงแข่งขันกรีฑา ทั้งประเภทลู่และลาน ไม่ธรรมดานะครับ เพราะ หยอย เคยขึ้นแท่นรับเหรียญทองมาครองเป็นมิ่งขวัญแก่ห้องของเรามาแล้ว ผมจำไม่ได้แล้วว่าในประเภทใดบ้าง แต่ที่จำได้คือเหรียญทองกีฬากระโดดสูง เพราะคราวนั้นผมก็ลงแข่งกับเขาด้วย แต่แพ้ขาดลอย ไม่ได้เหรียญใดๆติดไม้ติดมือมาเลย

เวลาเราเล่นกีฬากันยามว่าง ผมมักอุ่นใจทุกครั้งที่มี หยอย ร่วมทีมอยู่ด้วย เพราะนั่นเป็นการการันตีชัยชนะได้เกินครึ่งแล้ว ยิ่งเป็นกีฬาที่ใช้กำลังร่างกายด้วยแล้ว ยิ่งมั่นใจ

ครั้งนึงทางโรงเรียนเรา จัดการแข่งขันฟุตบอลภายในขึ้น เพื่อนๆในห้องก็พากันรวมตัวเพื่อส่งทีมเข้าแข่งขันในครั้งนั้น เราส่งทีมที่มีชื่อพิกลว่า “ ชเวดากอง โปรเจ็ค “ เข้าร่วม โดยมี หยอย ยืนเฝ้าเสาโกล์ ในตำแหน่งผู้รักษาประตู สร้างความอุ่นใจให้เพื่อนๆได้ไม่น้อย

ผลงานของทีมน่าประทับใจ เราแข่งแบบแพ้ตกรอบ สองนัดแรกเราเอาชนะได้จากการดวลลูกจุดโทษตัดสิน โดยฝากความหวังไว้ที่นายทวารอย่าง หยอย ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ด้วยการเพ่งกระแสจิต จนคู่ต่อสู้ยิงนกตกปลา ข้ามคานชนเสา จนเราเอาชนะมาแบบได้ลุ้นทุกวินาที

นัดที่สาม เราก็ต้องโคจรมาพบกับทีมรุ่นน้อง ที่ฝีมือเหนือกว่ามาก ด้วยความที่เราเป็นรุ่นพี่ ทำให้ทีมเราปราณีเด็ก โดยยอมให้ทีมเด็กไล่ถลุงตกรอบไปอย่างน่าภูมิใจ จนทีมนั้นก้าวไปคว้าแชมป์ได้ในที่สุด

ในความเข้มแข็งมาดแมนของ หยอย นั้น ก็มีมุมที่อ่อนไหว นุ่มนวลอยู่นะครับ และเด็กวัยรุ่นอย่างเราๆในตอนนั้น มันก็ไม่พ้นเรื่องหัวใจ และสาวๆ ที่ทำให้หนุ่มน้อยบึกบึนอย่าง หยอย กลายเป็นลูกกระต่ายน้อยในกำมือของใครบางคน

เพื่อนสาวในห้องที่มีอิทธิพลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ หยอย ก็คือ น้ำ ครับ เธอเป็นสาวสวยผิวสีน้ำผึ้ง ยิ้มสวย คุยสนุก และออกแนวห้าวๆบ้าง

สิ่งที่ หยอย พยายามทำให้ น้ำ เห็นเกือบจะตลอดเวลา นั่นคือ ยิ้ม ครับ มันยิ้มตลอด จนลืมไปว่าต้องพูดต้องคุยกับเขาบ้าง คนนะครับ ไม่ใช่ปลากัด จะได้ยืนยิ้มใส่อยู่อย่างนั้น

แต่ หยอย ก็ยึดมั่นแนวทาง อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ อยู่ร่ำไป โดยปฏิบัติตัวคล้ายกับ น้ำ เป็นอนุสาวรีย์ ที่ต้องคอยวนเวียนอยู่รอบๆเสมอ และแสดงความเคอะเขินทุกครั้งที่อยู่ใกล้ จนเพื่อนๆเห็นใจว่าเดี๋ยวหัวใจจะวายเสียก่อน

เมื่อครั้งที่เราตั้งวงดนตรีของห้อง เพื่อแสดงเก็บคะแนนสอบ หยอย รับหน้าที่เล่นเบสในวง ความจริงแล้วเขาก็เพิ่งจะหัดเล่นได้ไม่นาน ความคล่องแคล่วยังไม่มี เรียกว่าต้องใช้สมาธิกับการเล่นพอสมควร  แต่ หยอย ก็ทำได้น่าพอใจมาตลอด จนกระทั่ง น้ำ รับหน้าที่เป็นนักร้องของวง

แม้ว่าจะเป็นนักร้องนำแค่เพียงเพลงเดียว แต่ น้ำ ก็มีอานุภาพรุนแรง จน หยอย เล่นเบสไม่ได้ เพราะสมาธิขาดสะบั้น หัวใจเต้นผิดจังหวะ จนเกือบหน้ามืด ผมว่าในความรู้สึกของ หยอย ตอนนั้น คงคล้ายกับบนเวทีมีเพียงสองคน รายล้อมไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ เสียงดนตรีรอบข้างสอดรับกับความรู้สึกอันซาบซึ้งของเขา ถึงแม้ว่า น้ำ จะร้องเพลง สาวรำวง ที่มีจังหวะสามช่าร่าเริงเมามัน เกินกว่าจะมาทำซึ้งได้ แต่กระบี่อยู่ที่ใจฉันใด บรรยากาศซาบซึ้งของ หยอย ก็อยู่ที่ใจฉันนั้น

แปลกดีนะครับ ที่คนแข็งแรงจนดูเข้มแข็งอย่าง หยอย ที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรทำให้เขาล้มได้ ผมว่าต่อให้เพื่อนๆช่วยกันจับ หยอย ทุ่มลงกับพื้นยังยากเลย แต่รอยยิ้มจางๆของใครบางคน กลับทำให้ หยอย ล้มคว่ำคมำหงายได้ขนาดนั้น

อย่างน้อยก็สองครั้งที่ผมอยู่ในเหตุการณ์ ที่ หยอย นั่งลงละลายความในใจไปกับ โซดา น้ำแข็ง และเหล้าไทยที่ดีกรีรุนแรง ไอ้ตอนนั่งกินอยู่ดีๆก็ไม่เท่าไหร่ครับ แต่พอลุกขึ้นยืนเท่านั้น ร่างล่ำๆของ หยอย ก็มีอันล้มครืนจนน่าตกใจ ลุกๆล้มๆกันอยู่นาน บางครั้งเขาก็พาตัวเองเดินหกล้มหกลุกไปไหนต่อไหน จนเพื่อนๆต้องคอยเดินตาม ความที่เป็นห่วงว่าจะเดินตกกระได ตกท่อ หรือพลาดไปจนอันตรายถึงบาดเจ็บ

แต่เพราะ หยอย เป็นคนแข็งแรงหรือไงก็ไม่ทราบได้ ขนาดเมาๆอย่างนั้น เขายังออกเดินไปเดินมาให้เพื่อนๆเดินตามจนเหนื่อย นับเป็นระยะทางคงจะหลายกิโล ใครที่มีประสบการณ์การเดินตาม หยอย เวลาเมานั้น คงเข้าใจดี ว่ามันเหนื่อยขนาดไหน จนเพื่อนๆพากันลงความเห็นว่า คราวหน้าคราวหลัง ให้มันนั่งกินในตู้โทรศัพท์ แล้วปิดประตูเอาไว้ จะได้ไม่เดินเพ่นพ่านจนเพื่อนเหนื่อย

น้ำ เป็นอนุสาวรีย์ของ หยอย มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และคงเป็นอนุสาวรีย์อยู่อย่างนั้นตลอดไป ตราบเท่าที่ หยอย ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่า วนเวียนอยู่รอบๆ เหมือนมีแรงดึงดูดลึกลับทำให้ หยอย ไม่เคยได้ห่างไปไหน เป็นหนึ่งในตำนานที่เล่าขานมาจนทุกวันนี้เลยทีเดียว 

เรื่องการเรียนนั้น หยอย ไม่เป็นรองใครครับ เขาขยันและตั้งใจหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอด ผมมักจะเห็นหยอยถือหนังสือสรุปบทเรียนและแบบฝึกหัด ของวิชาต่างๆอยู่เป็นประจำ รวมถึงความตั้งใจทำการบ้าน อ่านหนังสือของเขา ที่เป็นที่พึ่งพาของเพื่อนๆยามเช้า ที่ต้องรีบลอกการบ้านของ หยอย ก่อนเข้าเรียนเป็นประจำ

ใครจะคิดล่ะครับ ว่าคนขยันอย่าง หยอย จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ในขณะที่เพื่อนๆจอมขี้เกียจบางคน กลับสอบได้ หนึ่งในนั้นคือผมเอง

จะเป็นเพราะความเป็นนักกีฬาของ หยอย หรือความตั้งใจอันเต็มเปี่ยมของเขา ที่ทำให้ หยอย ตั้งหน้าตั้งตาเตรียมตัวสอบใหม่ในปีถัดไป พร้อมกับลงทะเบียนเรียนที่รามคำแหงไปพร้อมๆกัน

ผมยังได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยมเยียนเขาที่หน้ารามคำแหงอยู่บ่อยๆ แม้ว่าจะมีสังคมมากขึ้น เมาบ่อยขึ้น แต่ หยอย ก็ยังคงตั้งใจเตรียมตัวสอบใหม่เหมือนเดิม

แต่จะด้วยอะไรก็ตามแต่ หยอย ก็พลาดหวังจากการสอบในปีถัดมาอีกครั้ง ผมมีโอกาสเจอเขาน้อยลง เพราะสังคมมันออกห่างกันไปไกลขึ้น เพียงแต่ได้ข่าวที่บอกต่อๆกันมาว่า หยอย สอบไม่ติดอีกเป็นครั้งที่สอง และผมเชื่อว่าหลายคนคงคิดว่า นั่นจะเป็นการสอบครั้งสุดท้ายของ หยอย

ความคิดที่จะยอมแพ้ และเลิกล้มความตั้งใจในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้น ใช้ไม่ได้กับ หยอย ครับ เขามุ่งมั่นใหม่อีกครั้ง แม้จะพลาดหวังมาสองปีซ้อนๆก็ตาม นับเป็นความตั้งใจที่น่าชื่นชมมากทีเดียว

แต่มองอีกมุมนั้นก็ไม่น่าแปลกใจหรอกครับ ขนาดอดทนยิ้มให้ใครบางคนมาได้ตั้งสามปีโดยไม่มีสิ่งตอบแทน กะอีแค่สอบไม่ได้สองครั้ง มันไม่เห็นน่าท้อใจตรงไหน ว่าแล้ว หยอย ก็มุ่งมั่นไล่ล่าความฝันของเขาต่อไป

ข่าวดีมาถึงหูผมในปีถัดมา เพราะว่า หยอย สอบได้ตามใจปรารถนาเสียที แต่ที่น่ายินดีไปกว่านั้นคือ หยอย จะได้มาเป็นน้องใหม่ร่วมสถาบันกับผมด้วย แต่ไหนฐานะ พี่ปีสามอย่างผม และน้องใหม่ปีหนึ่งอย่าง หยอย

ในความดีใจนั้น มีเรื่องให้ตะขิดตะขวงใจนิดๆ เพราะ หยอย สอบติดคณะที่ว่ากันว่า เป็นไม้เบื่อไม้เมากับคณะของผมมายาวนาน ตั้งแต่รุ่นดึกดำบรรพ์ ที่รุ่นพี่ๆของคณะผมกับคณะหยอย พากันมีเรื่องมีราวกันเป็นประจำ หนักหนาถึงขั้นเลือดตกยางออกกันประปราย

แม้จะลดความดุเดือดลงมากแล้วเมื่อมาถึงรุ่นผม แต่ก็ยังมีกลิ่นไอของความมึนตึงเย็นชาอยู่ในสายตารุ่นพี่ๆอยู่ แต่สำหรับรุ่นผมนั้นไม่มีปัญหา เพราะโดยมากเป็นนักรักมากกว่านักรบ

ผมจำวันรับน้องของมหาวิทยาลัยในปีนั้นได้ดี เพราะในฐานะรุ่นพี่ ผมก็ฉวยโอกาสทอง กลั่นแกล้ง หยอย ต่างๆนาๆ ให้ทำอะไรบ้าๆ ให้ได้อาย รวมทั้งแถมโบนัสความบ้าบอเล็กๆน้อยๆ ในฐานะคนรู้จักกัน ซึ่ง หยอย ก็ดูจะเข้าใจ และเคียดแค้นอยู่พอดู แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะในทางเทคนิคแล้ว ผมอาวุโสกว่า ห้ามปีนเกลียว เล่นเอาผมแกล้ง หยอย จนเพลินไปเลยล่ะครับ

หลังจากนั้น เราก็เดินสวนกัน ทักทายกันฉันเพื่อนมาตลอด เพราะเอาเข้าจริงแล้ว มันก็เพื่อนกันนี่ครับ จะเรียนช้าไปบ้างก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร และดีแค่ไหน ที่มีเพื่อนร่วมเรียน มาเป็นเพื่อนร่วมสถาบันกันอีกที มีอะไรได้คุยรำลึกความหลังกันได้อีกยาวๆ

วันนี้ เพื่อนหนุ่มนักกีฬาอย่าง หยอย กลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขา อย่างนึงที่เห็นได้ชัดเจนก็คือเรื่องไอที และเป็นต้นเหตุให้เราๆท่านๆได้มาพบปะกันบนจอคอมพิวเตอร์เป็นประจำแบบนี้

ผมเชื่อของผมเองว่า หยอย เป็นคนตั้งใจอะไรแน่วแน่ และจริงจัง หลักฐานเท่าที่เล่ามาคงพอจะยืนยันความคิดอันนี้ได้บ้างไม่มากก็น้อย นั่นน่าจะทำให้เรื่องต่างๆที่เขารับผิดชอบอยู่ทุกวันนี้ น่าเบาใจ และคงจะมั่นคงแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นการงานหรือครอบครัว

หลักฐานความมั่นคงแน่วแน่ของ หยอย นั้นมีให้เห็นอยู่จนทุกวันนี้ เพราะหลังจากไปอยู่อเมริกาหลายปี น้ำ ก็มีช่วงเวลาสั้นๆเพื่อพบกับเพื่อนๆ ในโอกาสที่กลับมาทำธุระที่กรุงเทพ ในรูปถ่ายบนโต๊ะอาหารวันนั้น เพื่อนๆหลายคนนั่งเรียงเป็นแถวไปตามความยาวของโต๊ะ แม้เกือบทั้งหมดจะเป็นเพื่อนๆผู้หญิง แต่ปลายสุดของโต๊ะ กลับมีรูป หยอย นั่งยิ้มเห็นฟันขาวอยู่ลิบๆ

อนุสาวรีย์นั้นยังอยู่ และคงแรงดึงดูดมาต่อเนื่องยาวนานเกินยี่สิบปี.. ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

 


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30