พิมพ์หน้านี้
![]() กลุ่มสัจจานุภาพและหมอแวบนเส้นทางการเมืองไทย หลังจากที่หมอแวและพวกชนะคดีดังกล่าว เขาก็ได้ประกาศอุทิศตนให้กับสังคมโดยการจะเป็นตัวแทนเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เขาได้เปิดฉากการเป็นตัวแทนระดับชาติโดยการที่ได้รับเลือกเข้ามาเป็นวุฒิสมาชิกจากจังหวัดนราธิวาสด้วยคะแนนเสียงที่ท่วมท้น แม้จะมีการปฏิวัติเกิดขึ้นเขาก็ยังได้รับการคัดเลือกเข้ามาเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและจากภาพที่ฉายผ่านสื่อต่างๆ ทำให้เขาเป็นผู้ที่ฉายแววเปี่ยมล้นด้วยอุดมการณ์ในการต่อสู้เพื่อสิทธิของประชาชนสมดังที่เขาได้ลั่นวาจาหลังจากการที่ได้รับความยุติธรรมจากศาลในคดีที่เขาโดนกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเจไอ(กลุ่มญามีอะฮ์อิสลามมียะฮ์ที่มาจากอินโดนีเซีย) แม้จะมิได้ฟ้องร้องรัฐในฐานะผู้ละเมิดสิทธิของเขา เขาได้เลือกเส้นทางการต่อสู้ตามแนวทางแห่งประชาธิปไตยเพื่อพิทักษ์สิทธิของประชาชนโดยผ่านทางรัฐสภา เขาใช้เวลาไม่นานนักในการที่ทำให้ปณิทานของเขาเป็นจริง จนครั้งล่าสุดเขาก็ได้รับเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนในการมาเป็นตัวแทนของพวกเขาในรัฐสภาภายใต้ร่มธงของพรรคเพื่อแผ่นดิน และในนามของกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีนามว่า "สัจจานุภาพ" แม้จะไม่ได้โด่งดังหรือมีชื่อเสียงในท้องถิ่นเท่ากับรุ่นพี่อย่างกลุ่มวะดะฮ์ กลุ่มประชาธิปัตย์หรือกลุ่มอื่นๆที่เคลื่อนไหวในภาคใต้ก็ตาม การแจ้งเกิดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้นั้นย่อมเป็นเรื่องที่พิสูจน์เจตจำนงค์ของประชาชนได้อย่างดีว่าพวกเขาคิดอย่างไร(ขอให้ย้อนดูผลการเลือกตั้งที่ผ่านๆมาได้ครับ) กลุ่มนี้ย่อมเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างปฎิเสธไม่ได้ และคงเป็นคำตอบอย่างดีว่าพวกเขาต้องการแนวทางการแก้ไขที่ใหม่และได้ผล ตังนั้นตัวเลือกใหม่จึงเป็นทางออกของพวกเขา กลุ่มสัจจานุภาพเกิดจากแนวคิดของหมอแวและคณะครั้งเมื่อยามที่พวกเขายังเป็นสนช พวกเขาได้ดึงกลุ่มสนชในพื้นที่และผู้สนใจมาร่วมหาทางออกในเรื่องวิกฤตชาติโดยเฉพาะปัญหาชายแดนภาคใต้ โดยมีแนวคิดว่าการเมืองระบบเลือกตั้งต้องเชื่อมโยงกับการเมืองภาคพลเมือง ในท้ายที่สุดได้มีการรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มสัจจานุภาพขึ้นมาโดยมี อดีตสวห้าคนได้แก่ นายแวมาฮาดี แวหามะ นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ อดีตสว นคนศรีธรรมราช นายนิมุกตา วาบา อดีตสว ปัตตานี นายสุรินร์ ปาลาเล่ อดีตสว สงขลา และนายสุริยา ปันจอร์เป็นแกนนำตั้งกลุ่ม นอกจากนี้ยังได้รวบรวมนัการเมืองท้องถิ่น ผู้นำศาสนา กลุ่มเยาวชน รวมทั้งนักวิชาการเข้ามาด้วย เป้าหมายหลักที่จะเข้ามาแก้ไขนั้นมิใช่มีเพียงประเด็นเฉพาะเรื่องของภาคใต้เท่านั้น แต่จะเน้นประเด็นปัญหาที่สำคัญๆที่มีต่อบ้านเมือง ส่วนในเรื่องปัญหาภาคใต้นั้นที่เน้นพิเศษในช่วงนี้เพราะเป็นปัญหาระดับชาติ และกลุ่มมีความรู้ ความเข้าใจประเด็นปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างดี ทั้งนี่เพราะสมาชิกของกลุ่มคลุกคลีกับปัญหาภาคใต้มายาวนาน และการที่กลุ่มจะเข้าร่วมกับพรรคการเมืองใดนั้นต้องดูกระแสความต้องการของประชาชนเป็นหลัก และพรรคนั้นต้องยอมรับข้อเสนอของกลุ่มด้วย จากบทสัมภาสน์หมอแวกล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้เคยมาชักชวนตนไปอยู่ด้วยแต่ติดขัดในเรื่องเขาไม่ต้องการทั้งกลุ่ม และคนในพื้นที่ยังเรียกร้องให้ตั้งกลุ่มเพื่อถ่วงดุลกับพรรคกระแสหลักในภาคใต้อย่างประชาธิปัตย์ด้วย แม้ในอดีตกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือกลุ่มวะดะห์ซึ่งเคยเป็นตัวถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพและได้รับการสนับสนุนมาก่อน แต่หลังกรณีย์ตากใบ และกรือเซะ กลุ่มนี้ไม่มีสส ในพื้นที่แม้แต่คนเดียว ดังนั้นกลุ่มของหมอแวจึงต้องเกิดขึ้นมาเพื่อสร้างความสมดุลในมิติทางการเมืองดังกล่าวที่หายไป ท้ายที่สุดก็มาลงเอยกับพรรคที่ประกาศตนเป็นกลาง(ที่เลือกข้าง)อย่างพรรคเพื่อแผ่นดิน การที่พรรคเพื่อแผ่นดินได้ตัวหมอแวเป็นโลโก้ชูโรงแข่งขันในสนามเลือกตั้งที่มีแชมป์ไร้พ้ายอย่างประชาธิปัตย์ หรือแม้แต่กลุ่มทางการเมืองที่มีฐานเสียงสนับสนุนอย่างล้นหลามอย่างกลุ่มวะดะห์ ที่แม้ครั้งที่ผ่านมาจะสอบตกทั้งชุดถึงกับต้องขุดปรามาจารย์อย่างนายเด่น โต๊ะมีนาอดีตแกนนำกลุ่มที่ทำท่าว่าจะยุติบทบาทไปแล้วเข้ามากุมบังเหียนแทนนายวันมูหัมมัดนอร์ มะทาผู้ซึ่งโดนพิษบ้านร้อยสิบเอ็ดจนไม่สามารถเข้ามานำหน้าที่ในครั้งนี้ได้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่น้อยหน้าถึงแม้ไม่สามารถได้ตัวหมอแวไปก็ตามก็ยังต้องการรักษาฐานที่มั่นของตนเอาไว้หลังจากได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในสมรภูมิเลือกตั้งครั้งผ่านมา ได้ส่งผู้นำตัวจริงเสียงจริงของพรรคอย่างนายชวนมาลงพื้นที่เพื่อมิให้เม็ดเสียงตกหล่นไปอยู่ในมือผู้อื่นให้ได้ แต่แล้วในที่สุดกระแสของหมอแวก็แรงจริงๆ จนทำให้กลุ่มนี้แจ้งเกิดในสมรภูมิหฤโหดอย่างสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สำเร็จ แม้ได้มาเพียงสี่ที่นั้ง ซึ่งมันอาจจะดูน้อยในเชิงปริมาณ แต่มันมากด้วยคำตอบเชิงสัญลักษณ์ ส่วนกลุ่มวะดะห์ก็สามารถพื้นชีพขึ้นมาได้อีกครั้งแม้ครั้งที่แล้วจะเรียกว่าแทบสูญพันธ์ุไปเลยก็ได้ เพราะไม่มีสสเขตแม้แต่เขตเดียวที่สอบได้ แต่โชคยังดีที่ยังมีนายวันมูหัมมัดนอร์ที่เป็นปาร์ตี้ลิสทอปไฟว์ของพรรคติดเข้าไปด้วย ในครั้งนี้แม่ทัพผู้เก๋าศึกอย่างนายเด่นต้องปราชัยให้กับการรบที่สนามหน้าบ้านของเขาเองโดยลำดับผลคะแนนที่ได้ย่อมไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นกับเขาหากเป็นเมื่อสิบปีก่อน การสอบตกในครั้งนี้ได้แสดงถึงเจตจำนงบางอย่างของพี่น้องในพื้นที่ต่อเขาเป็นอย่างดี ส่วนพรรคประชาธิปัตย์แชมป์เก่าต้องเสียรูปมวยในครั้งนี้เมื่อเก้าอี้หดหายไปจำนวนมากแม้นายชวนจะมาร่วมลงสนามเองก็ตาม และนี่ก็เป็นอีกข้อความหนึ่งที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ จากผลงานการนำกลุ่มสัจจานุภาพเข้าสู่เวทีทางการเมืองระดับชาติได้ในครั้งนี้ของหมอแวย่อมทำให้เขาได้รับการยอมรับจากทุกกลุ่มการเมืองต่างๆ และเขาเองก็จะเป็นที่ถูกจับตามมองของทุกผ่ายมากขึ้น รวมถึงบุคลิกที่ดูจะเป็นผู้ที่มีเป้าหมายชัดเจนและจริงจังทำให้เขาเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ฉายแววเจิดจรัสในเวทีระดับนี้ทันที แต่จาการที่เขาแสดงท่าทีและจุดยืนต่อสื่อจนทำให้มันผูกมัดตนเองจนเกินไปทำให้ภาพที่ดูจะสดใสจะดูหมองมัวไปทันที และจากเหตการที่พรรคเข้าร่วมกับพลังประชาชนและการโหวดนายกที่ผ่านมาทำให้สื่อมองว่าหมอแวเรียนรู้ทางการเมืองได้เร็ว(ด้านมืด) และอาจเป็นแค่นักการเมืองกระแสหลักเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือนักการเมืองแน่นอนที่สุดว่าคำพูดจะเป็นนายเราเสมอ และปลาหมอตายเพราะปาก(แต่บางกรณีย์ก็อาจตายในคอ) นักการเมืองก็ตายเพราะบากฉันนั้น และหากระยะทางยังพิสูจน์ม้าได้ การที่หมอแวและกลุ่มจะสามารถมาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่เลือกเขามาได้ดีแค่ไหนนั้นก็ต้อใช้เวลางรอดูกันต่อไป สนต้นที่เก้า อ่านบทสัมภาษณ์หมอแวเพิ่มเติมได้ที่ http://news.buddyjob.com/politic/show_news-6765-3.html ภาพประกอบจาก http://www.tnewsonline.net/politic/pics/20070923618_02.jpg |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||