พิมพ์หน้านี้
|
ที่ประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดภาคใต้ อนุมัติแผนพัฒนา 5 จังหวัดชายแดน กำหนดกรอบยุทธศาสตร์ 5 ข้อครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และความปลอดภัย ชูแต่ละจังหวัดเป็นศูนย์กลาง 5 ด้าน พร้อมมาตรการช่วยเหลือนักลงทุนในพื้นที่ และดึงนักลงทุนจากข้างนอกเข้าไปทำธุรกิจ นายกรัฐมนตรีปิ๊งไอเดียให้ทหารร่วมลงทุนตั้งโรงงานกับภาคเอกชนในรูปแบบคล้ายรัฐวิสาหกิจ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2551 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกรกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดภาคใต้ (กพต.) ครั้งที่ 1/2551 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วมประชุมอย่างคึกคัก อาทิเช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหมาดไทย นายพระนาย สุวรรณรัฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.ท.วิโรจน์ บัวจรญ แม่ทัพภาคที่ 4 เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้แทนจากสำนักจุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ผู้แทนจากหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย เป็นต้น ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม ทีมงานโฆษกรัฐบาลได้สรุปผลการประชุมเป็นเอกสารให้กับสื่อมวลชน สรุปได้ว่า ที่ประชุมได้มีการรายงาน ประเมิน และวิเคราะห์สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง โดยนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบนโยบายพร้อมแนวทางปฏิบัติ ตลอดจนข้อสั่งการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งในระยะสั้นและระยะยาวหลายประการ
ในการนี้ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ตามที่สภาพัฒน์เสนอ โดยให้ความสำคัญกับการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการกำหนดมาตรการพิเศษเพื่อรักษารากฐานการลงทุนเดิม และจูงใจให้เกิดการลงทุนใหม่ที่มีศักยภาพ จะพัฒนาจังหวัดสตูลเป็นพื้นที่กันชนและเฝ้าระวังการลุกลามของเหตุการณ์ความไม่สงบ และเป็นพื้นที่ตัวอย่างการพัฒนาบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงสู่ฐานเศรษฐกิจหลักและประเทศเพื่อนบ้าน และให้พัฒนาจังหวัดสงขลาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับนานาชาติ รวมทั้งส่งทอดความเจริญและผลการพัฒนาสู่พื้นที่อื่นใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยกำหนดบทบาทของแต่ละจังหวัดตามศักยภาพพื้นฐานและโอกาสของการพัฒนาพื้นที่ เอกสารระบุตอนหนึ่ง พัฒนา5จังหวัดเป็นศูนย์กลาง5ด้าน ทั้งนี้ ในส่วนของการกำหนดบทบาทของแต่ละจังหวัด ที่ประชุม กพต.มีข้อสรุปดังนี้ ให้ปัตตานีเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ศูนย์กลางอิสลามศึกษานานาชาติ ให้ยะลาเป็นศูนย์กลางการเกษตรและตลาดสินค้าเกษตร และให้นราธิวาสเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงกับพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ด้านตะวันออก (ECER) ของมาเลเซีย กำหนดกรอบยุทธศาสตร์ 5 ประการ สำหรับกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาดังกล่าว ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์หลักคือ 1.การคุ้มครองความปลอดภัย การอำนวยความเป็นธรรม เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐและสร้างภูมิคุ้มกันแก่กลุ่มเสี่ยง โดยเน้นหนักการบูรณาการแผนงานพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมกับแผนการรักษาความปลอดภัย การพัฒนาประสิทธิภาพงานยุติธรรมตามหลักนิติธรรม การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบ การปรับความคิดความเชื่อกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบ และการป้องกันการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด 2.การแก้ไขปัญหาความยากจนและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ในการพึ่งพาตนเอง โดยเน้นหนักการพัฒนาความมั่นคงในอาชีพ รายได้และความมั่นคงในการดำรงชีวิตของกลุ่มเป้าหมายยากจนและผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งการสนับสนุนกระบวนการชุมชนเข้มแข็ง การฟื้นฟูและการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3.การพัฒนาคุณภาพคน เพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยเน้นหนักการปฏิรูปการศึกษาเชิงบูรณาการกับวิถีชีวิต อัตลักษณ์ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม การพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข การพัฒนาความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวและเสริมสร้างศักยภาพกลุ่มคน โดยเฉพาะสตรี เยาวชน การพัฒนาด้านทักษะฝีมือแรงงาน และการจัดหาตลาดรองรับ 4.การเสริมสร้างความเข้มแข็งฐานเศรษฐกิจของพื้นที่ และการพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ มีแนวทางหลักในการขยายฐานการผลิตด้านการเกษตรให้หลากหลาย เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการแปรรูปและการตลาด โดยเน้นหนักการพัฒนาผลไม้ พัฒนายางพาราครบวงจร พัฒนาจังหวัดปัตตานีเป็นฐานการผลิตอาหารฮาลาลและแหล่งผลิตพลังงานจากลม พัฒนาจังหวัดนราธิวาสเป็นแหล่งผลิตไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมัน
ขณะเดียวกันจะมีการสร้างโอกาสใหม่ในการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยการเปิดประตูทางทะเลสู่นานาชาติผ่านสะพานเศรษฐกิจสตูล-สงขลา รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจที่ดีกับต่างประเทศ
5.การบริหารจัดการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ โดยเน้นหนักการปรับปรุงและการจัดทำกฎระเบียบเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนการบูรณาการแผนงาน โครงการ งบประมาณให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้มอบหมายให้ ศอ.บต.บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแผนงาน/โครงการและกรอบประมาณ เพื่อดำเนินการให้เป็นตามกรอบยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ประการให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน อนุมัติมาตรการอุ้มนักลงทุนในพื้นที่ ที่ประชุม กพต.ยังได้พิจารณาให้ความเห็นชอบมาตรการ แผนงาน โครงการ เพื่อตอบสนองการแก้ปัญหาตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลอีกหลายประการ อาทิเช่น ขณะเดียวกันก็ให้เร่งแก้ไขปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล การพัฒนาเมืองชายแดนเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน การเพิ่มประสิทธิภาพยางพารา และการพัฒนาปาล์มน้ำมันเพื่อทำพลังงานทดแทน ด้านการศึกษาและสังคม ให้เร่งรัดการแปลงยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม การเพิ่มสมรรถนะในโครงการส่งเสริมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถานศึกษาปอเนาะ และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด การสร้างโรงพยาบาลกรงปินัง จังหวัดยะลา และการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนในภาวะวิกฤติ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เร่งการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกรในเขตอุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโด-สุไหงปาดี การจัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลจังหวัดปัตตานี การจัดทำปะการังเทียมเพิ่มเติมเพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ทรัพยากรชายฝั่ง ด้านการบริหารจัดการ ให้จัดตั้งศูนย์สันติประชาธรรมเพื่อพัฒนาทักษะและการสร้างความเข้าใจแก่กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ รวมทั้งการพัฒนาประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ของรัฐ กำลังประจำถิ่น และกองกำลังภาคประชาชน การพัฒนาศูนย์นิติวิทยาศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ การจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด การกำหนดมาตรการชดเชยรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ลดลงเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบ รวมทั้งการเร่งรัดมาตรการเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดเป็นรูปธรรมภายใน 60 วัน อนึ่ง กพต.มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับ เร่งรัด และอำนวยการดำเนินการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา คือ สะบ้าย้อย เทพา จะนะ และนาทวี ให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลเพื่อให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่ โดยครอบคลุมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา การสาธารณสุข ทรัพยากรและเทคโนโลยี การต่างประเทศ การปฏิบัติการเชิงจิตวิทยา และการบริหารจัดการ รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี สำหรับกรอบยุทธศาสตร์ทั้งหมด คาดว่าจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติอีกครั้งในวันอังคารที่ 25 มีนาคม "สมัคร"ปิ๊งทหารร่วมลงทุนกับเอกชน ภายหลังการประชุม นายสมัคร ให้สัมภาษณ์ว่า การทำงานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบันจะมี 2 ส่วน คือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคนภายใน ( กอ.รมน.) กับกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) ที่ประชุมจึงเสนอให้มีการพัฒนาในส่วนของพลเรือนโดยเฉพาะ เนื่องจากที่ผ่านมาภาคเอกชนไม่กล้าเข้าไปลงทุน "ผมจึงขอให้กำหนดรูปแบบเป็นลักษณะอุตสาหกรรมทหาร เช่น ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานอาหารกระป๋อง การก่อสร้างถนน โดยทหารจะเข้าไปถือหุ้น 51% ภาคเอกชนถือหุ้น 49% คล้ายๆ กับรัฐวิสาหกิจ แต่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งภาคเอกชนพร้อมที่จะดำเนินการทันที" นายสมัคร กล่าว จาก http://www.tjanews.org/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=3319&Itemid=47 ภาพประกอบจาก http://www.sapasupsip.com/uploads/people/samak01.jpg |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||