พิมพ์หน้านี้
![]() ขอสวัสดีเพื่อนพี่น้องชาวบล็อคทุกท่าน นานแล้วที่สนต้นนี้ได้ห่างหายไปจากบล็อคนี้ อันเนื่องจากมีภาระหน้าที่เพื่อขึ้นจนแทบที่จะต้องปรับตัวกับชีวิตเสียใหม่ และเมื่อไม่นานมานี้มีกลุ่มเพื่อนๆได้มาต่อว่าในเรื่องการไม่อับเดทบลอก วันนี้ก็เลยขอมาแก้ตัวสักหน่อย(จริงๆเริ่มเขียนตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาแล้ว แต่ไม่มีเวลามาอัพเดทเท่านั้นเอง) หวังว่าเพื่อนๆชาวบล็อคคงให้อภัยในการครั้งนี้ด้วย และหวังว่าจะเข้ามาเพื่อเติมบล็อคอย่างสมำ่เสมอ เมื่อต้นอาทิตย์ได้รับการบอกเล่าประสบการณ์จากนักการเมืองในระดับท้องถิ่นที่มีเขตแดนติดกับประเทศมาเลเซีย จึงพบว่าทั้งเราและเค้า(หมายถึงทางมาเลย์และทางประเทศไทย)ยังไม่รู้จักกันมากเท่าที่ควร ซึ่งนักการเมืองที่ได้พูดคุยด้วยนั้นเป็นนักการเมืองในระดับท้องถิ่นที่มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซีย พวกเขาเล่าให้ฟังว่าส่วนใหญ่เวลาที่ผู้นำในระดับท้องถิ่นของมาเลเซียมาเยี่ยมเมืองไทยพวกเขามักจะเข้าพบนายอำเภอ หรือไม่ก็ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อื่นๆ ซึ่งจริงๆแล้วยังมีหน่วยงานในระดับท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่ของตนโดยตรงและที่สำคัญพวกเขาเหล่านั้นมาจากการเลือกตั้ง เรื่องนี้จริงๆแล้วหากเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องการปกครองของประเทศมาเลเซียก็คงจะเข้าใจในเรื่องนี้ได้ไม่ยาก วันนี้ผมก็เลยจะนำเรื่องนี้มาเล่าไว้ในบลอกก็แล้วกัน ก่อนที่จะไปกล่าวถึงระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศมาเลเซีย ขอเกริ่นถึงประวัติการปกครองของประเทศนี้เคร่าๆก่อนครับ ประเทศมาเลเซียมีการปกครองแบบสหพันธ์รัฐ โดยมีรัฐทั้งหมด 13 รัฐด้วยกันประเทศมาเลเซียประกอบด้วยดินแดนสองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือส่วนที่เป็นแผ่นดินซึ่งตั้งอยู่ปลายแหลมมาลายูมีเนื้อที่ประมาณ 131,582 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วย รัฐด้วยกันดังนี้ เกอลันตัน เตอเริงกานู ปาหัง โยโฮร์ เมอละกา เนอเกอรีเซิมบิลัน เซอลังงอร์ เปรัก เกอดะห์ ปีนัง และเปร์ลิส และอีกส่วนหนึ่งเป็นส่วนที่เป็นเกาะซึ่งตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียวเรียกกันว่ามาเลเซียตะวันออก มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 198,154 ตารางกิโลเมตร 2 สองรัฐด้วยกันคือ รัฐซาบาห์และรัฐซาราวัค ว่ากันว่าขนาดของประเทศมาเลเซียจะเท่ากับประเทศพม่าเลย แต่หากเปรียบเทียบกับประเทศไทยแล้วประเทศมาเลเซียมีขนาดเพียงสองในสามของประเทศไทยเท่านั้น ประเทศมาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ปี 1957 โดยประกาศเป็นประเทศที่มีรัฐธรรมนูญแบบสาธารณรัฐ การรวมตัวกันของซาบะห์ ซาราวัคและสิงค์โปรในปี 1963 ทำให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเวลานั้น ต่อมาสิงค์โปรก็ต้องแยกตัวออกไปในปี 1966 การปกครองของประเทศมาเลเซียประกอบไปด้วยสามระดับด้วยกัน ระดับแรกก็คือระดับสหพันธ์รัฐ ระดับต่อมาก็คือระดับรัฐ และระดับที่สามก็คือระดับท้องถิ่น ระดับแรกนั้นกล่าวง่ายๆก็คือระดับประเทศนั้นเอง รัฐสภาของประเทศมาเลเซียประกอบไปด้วยสองสภาเหมือนกับประเทศไทย กล่าวคือมีทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา และที่สำคัญรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญของประเทศมาเลเซียยังประกอบไปด้วยสมเด็จพระราชาธิบดีหรือดาคงด้วย แต่ท่านจะไม่เป็นผู้นำในรัฐสภายกเว้นเฉพาะในช่วงเวลาที่จำเป็นแลำสำคัญเท่านั้น ตามมาตรา 32 (2) ตามรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธ์รัฐ สมเด็จพระราชาธิบดีมีวาระในตำแหน่ง 5 ปี ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวได้รับการแต่งตั้งโดยสภาผู้ปกครองจากทั้งเก้ารัฐที่มีผู้ปกครอง(สุลตาน)จากทั้ง 9 รัฐด้วยกัน ส่วนสี่รัฐที่ไม่มีสุลตาลปกครองก็คือรัฐปีนัง รัฐมะละกา รัฐซาบะห์และรัฐซาราวัค แม้ไม่มีสุลตานปกครองรัฐเหล่านี้ก็ยังมีผู้ว่าการรัฐที่ได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาธิบดีโดยจะมีวาระในตำแหน่ง 4 ปี หลังจากได้ทราบเรื่องราวเบื่องต้นของการปกครองแบบระดับประเทศแล้วเรามาดูการปกครองในระดับรัฐกัน ในรัฐผู้นำสูงสุดของรัฐแต่ละรัฐคือสุลตาน ท่านจะปฏิบัติตามคำแนะนำของสภาผู้บริหารรัฐซึ่งนำโดย Menteri Besar หรือมุขมนตรี แต่หากเป็นรัฐที่ไม่มีสุลตานก็จะมีผู้ว่าการรัฐที่ได้รับการแต่งตั้งโดยอากงเพื่อที่จะทำหน้าที่ในทางพิธีกรรมต่างๆ คล้ายๆกับสุลตานเหมือนกับในรัฐอื่นๆ แต่ไม่มีอำนาจเท่ากันเป็นเพียงผู้นำตามพิธีการเท่านั้น ในการปกครองระดับรัฐนั้นจะมีสภาแห่งรัฐเหมือนกันกับสภาของประเทศ แต่จะต่างกันตรงที่สภาแห่งรัฐนั้นจะมีเพียงสภาเดียวไม่เหมือนกับสภาแห่งสหพันธ์ที่มีสองสภา สภารัฐเหล่านี้จะมีการเลือกตั้งกันทุก 5 ปี สภาแห่งรัฐจะมีอำนาจในการออกกฎหมายได้เต็มที่ตราบใดที่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธ์ สภาผู้บริหารแห่งรัฐจะเป็นคณะผู้บริหารรัฐเรียกกันสั้นๆว่าเอ็กโค จะดำเนินกิจกรรมทืุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับรัฐ ซึ่งผู้นำของเอ็กโคก็คือหัวหน้าพรรคที่ชนะการเลือกตั้งในระดับรัฐเรียกว่าเมินตรีเบอซานั้นเอง สุดท้ายเราก็มาดูกันถึงระดับการปกครองล่างสุดของประเทศมาเลเซีย นั้นก็คือในระดับท้องถิ่นนั้นเอง ตามกฎหมายการปกครองท้องถิ่นมองประเทศมาเลเซียปี 1976 ประเทศมาเลเซียได้มีการแบ่งการปกครองท้องถิ่นออกเป็น 6 ชนิดด้วยกันคือ - กรุงกัวลาลัมเปอร์ - สภาเทศบาล - สภาเมือง - คณะเมือง - คณะเขตชนบท - สภาท้องถิ่น จากการมาตรา 171 มีผลทำให้มีเพียงสองหน่วยการปกครองท้องถิ่นคือ สภาเทศบาล และสภาเขต และจากกฎหมายการปกครองท้องถิ่นปี 1976 หน่วยงานปกครองท้องถิ่นมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ - หน้าที่วางแผนท้องถิ่น - หน้าที่ในการออกใบอนุญาติ - อำนาจในการเก็บภาษีบางชนิด - อนุญาติในการสร้างบ้านที่อยู่อาศัยหรือพวกห้างร้านต่างๆ - อำนาจในการวางแผนเมืองและหน้าที่ด้านการจัดการ - การจัดการจราจรและการควบคุมระบบขนส่งมวลชน - อำนาจในการวางแผนและการสนับสนุนสิ่งสาธารณะต่างๆ หน้าที่หลักๆของหน่วยงานท้องถิ่นสามารถแบ่งออกเป็นด้านต่างๆได้ดังนี้ ด้่านสิ่งแวดล้อม ด้านงานสาธารณะ ด้านสังคม และด้านการพัฒนา วึ่งหากมองเผินๆก็คล้ายๆกับบ้านเรานั้นเอง แต่จุดที่สำคัญที่นำมาซึ่งความสับสนของทางมาเลเซียที่กล่าวไว้ข้างต้นก็คือประเทศนี้ไม่มีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น ทำให้เวลาระดับผู้บริหารท้องถิ่นของมาเลเซียมาเยี่ยมเยือนหรือมาติดต่อธุระต่างๆก็จะตรงเข้าไปหาข้าราชการดังที่กล่าวไปแล้ว เพราะผู้นำเหล่านี้ของประเทศมาเลเซียสวมหมวกสองใบ คือเป็นทั้งนายอำเภอและนายกเทศมนตรีในเวลาเดียวกัน และก่อนหน้านี้บ้านเราก็ให้หัวหน้าส่วนข้าราชการดูแลหรือเป็นประธานในหน่วยงานท้องถิ่นด้วย เหตุนี้จึงทำให้ทางมาเลเซียจึงไปเข้าพบกับข้าราชการ เช่นนายอำเภอแทนที่จะเข้าพบกับผู้ที่มีอำนาจโดยตรงกับผู้บริหารท้องถิ่นอย่าง อบต หรือ เทศบาล จริงๆแล้วการเลือกตั้งท้องถิ่นของประเทศมาเลเซียนั้นเมื่อก่อนก็เคยจัดขึ้นมาแล้ว แต่ต้องถูกยกเลิกไปเมื่อปี 1970 นั้นเอง หลังจากนั้นเป็นต้นมาเทศมนตรีหรือผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องะถิ่นก็มาจากการแต่งตั้งของ Menteri Besar โดยตรง และชื่อที่ถูกเสนอขึ้นไปจะมาจากการเสนอของพรรคการเมืองที่ได้รับชัยชนะในรัฐนั้นๆ หากมองในแง่นี้เทศมนตรีหรือผู้นำในระดับท้องถิ่นเหล่านี้ก็จะไม่มีอิสระในการบริหารเท่าที่ควร พวกเขาจะขึ้นตรงต่อผู้ที่แต่งตั้งเขามาเท่านั้น หากมองในเรื่องของประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว การเลือกตั้งที่มีในระดับท้องถิ่นเป็นสิ่งที่ดีซึ่งประเทศมาเลเซียเองนับว่ามีการพัฒนาล่วงหน้าประเทศไทยไปมาก แต่แล้วทำไมประเทศนี้ต้องยุติการเลือกตั้งตัวแทนในระดับท้องถิ่นเสีย มีสิ่งดีๆอยู่แล้วทำไมต้องยกเลิก เรื่องนี้มีคำตอบครับ อย่าลืมว่าประเทศมาเลเซียเป็นประเทศแบบสหพันธ์รัฐซึ่งในที่นี้หมายถึงรัฐต่างๆของมาเลเซียเองก็ยังมีกฎหมายเป็นของตนเองด้วย และแต่ละรัฐก็มีผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งเหมือนดังที่เกิดขึ้นในระดับประเทศทั่วไป รวมไปถึงในระดับท้องถิ่นประเทศนี้ยังเปิดโอกาศให้มีการเลือกตั้งในระดับล่างสุดด้วย แล้วทำไมอยู่ดีดีประเทศมาเลเซียต้องระงับไม่ให้มีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น เรื่องนี้มีอยู่ว่าเราคงทราบดีว่าเมื่อครั้งหนึ่งหลังจากที่มาลายาได้รับเอกราชมีการชวนรัฐต่างๆเข้าร่วมกับมาลายาเพื่อก่อดังสหพันธ์รัฐมาเลเซียผู้ที่ได้รับชวนเข้าร่วมได้แก่ ซาบะห์ ซาราวัค บรูไน และสิงค์โปร ท้ายที่สุดบรูไนไม่ยอมเข้าร่วม แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่บรูไน การที่สิงค์โปรเข้าร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับมาเลเซียนั้นมีประเด็นหนึ่งซึ่งชาวจีนที่อยู่ในสิงค์โปรไม่เห็นด้วยคือเรื่องของการให้สิทธิพิเศษแก่ชนเชื้อชาติมาลายู ซึ่งทำให้เกิดการจราจลจนทำให้มีผู้เสียชีวิต เหตนี้ทำให้สิงค์โปรต้องแยกตัวออกไปในที่สุด ซึ่งความไม่พอใจในเรื่องดังกล่าวยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน การเกิดการจราจลระหว่างชาติพันธุ์หลังจากการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในปี 1969 ซึ่งมีพรรคการเมืองหนุนหลัง ทำให้มาเลเซียตระหนักว่าหากปล่อยให้พรรคการเมืองก้าวลงไปถึงในระดับรากหญ้าแล้ว(การปกครองส่วนท้องถิ่น)อาจจะทำให้เกิดการต่อต้านแนวคิดหรือความต้องการในระดับชาติได้ รัฐบาลกลางมีความกังวลเป็นอย่างมากในการที่จะป้องกันการแตกหักของประชาชนที่อาจมีขึ้นในอนาคตได้หากปล่อยให้มีการแข่งขันกันในระดับท้องถิ่นขึ้นอีก (กลัวประวัติศาสตร์ซำ้รอย) ซึ่งปัจจุบันก็มีความพยายามให้การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นกลับมาอีกครั้ง จากเรื่องที่นำมาเสนอนี้ทำให้เห็นถึงจุดอ่อนของเราและเพื่อนบ้านที่ขาดความเข้าใจกันในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่อาจทำให้การประสานงานหรือการร่วมมือใดๆเป็นไปอย่างไม่ราบรื่นอันเนื่องมาจากการไม่เข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเราไม่ค่อยที่จะทำความรู้จักในเชิงลึกกับประเทศเพื่อนบ้านเท่าที่ควร บางครั้งเราอาจรู้จักกับเพื่อนบ้านเหล่านี้ผ่านทางปรนะเทศที่สามที่อยู่ห่างไกลด้วยซำ้ ซึ่งจริงๆแล้วเราน่าจะรู้จักเพื่อนบ้านเหล่านี้ดีที่สุดเพราะเขาอยู่ใกล้กับเรามากที่สุด แต่นั้นแหละบางครั้งเรามักจะมองข้ามความสำคัญของคนที่ใกล้เสมอ ซึ่งจริงๆแล้วผู้ที่ใกล้อาจเป็นผู้ที่มีประโยชน์กับเรามากที่สุดก็เป็นได้ สนต้นที่เก้า ไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.citymayors.com/politics/malaysia_locdem.html ภาพประกอบจาก http://www.solarnavigator.net/geography/geography_images/Malaysia_city_of _kuala_lumpur.jpg |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||