พิมพ์หน้านี้
มัวแต่ไปเที่ยวดูบล็อกของเพื่อนบ้านเสียเพลินเกือบจะลืมไปแล้วว่าตนเองก็มีบล็อกต้องรับผิดชอบอยู่ด้วยเหมือนกัน..จากการที่ได้ทำงานกับเด็กเล็กๆมานานนับสิบๆ ปี ก็ได้เกินความคิด ความเห็นที่แตกแขนงไปเรื่อยๆ ดังนั้นในยุคสมัยนี้จำเป็นอย่างยิ่งครับที่จะให้ครูและ เจ้าหน้าที่ๆ ทำงานกับเด็กเล็กไปรับการอบรม ฝึกฝน เรียนรู้วิทยาการใหม่ๆ อยู่เสมอๆ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนคลองจั่น ก็เช่นกันครับ เราพร้อมที่จะพัฒนาคณะครูควบคู่ไปด้วย ต้องขอขอบคุณมูลนิธิพัฒนาและสงเคราะห์ชุมชน สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 2 และสำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการกรุงเทพ 5(คลองจั่น) ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอบรมครูพี่เลี้ยง 3 วัน กับการไปดูงานตามโรงเรียนต้นแบบอีกหนึ่งวัน(เริ่ม 7 ก.ย. นี้) ก็คงจะได้อะไรดีๆ สำหรับการนำมาพัฒนาศูนย์ฯ ของเราได้อีกเยอะครับ ดังนั้นวันนี้ก็ขอเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางการอบรมสักเล็กน้อยธรรมชาติและลักษณะของเด็กปฐมวัยเมื่อเด็กเติบโตจากวัยทารกมาสู่วัยเด็กตอนต้น จะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทั้งในส่วนที่มองเห็นจากรูปร่างภายนอกที่ปรากฎ และจากสิ่งที่แฝงเร้นอยู่ภายในตัวเด็กได้แสดงออกหรือถ่ายทอดออกมาในรูปของการกระทำ จากเด็กที่ช่วยตัวเองไม่ได้เลยก็จะเปลี่ยนมาเป็นเด็กที่ช่วยตนเองได้ พัฒนาความสามารถต่างๆ ได้ พูดคุยได้ ช่วยตัวเองได้ ดังนั้นเมื่อเด็กโตขึ้นสภาพสังคมของเด็กจึงกว้างขวางขึ้นเช่นกัน เช่น สังคมเล็กๆ ภายในบ้าน สังคมบ้านญาติมิตร เพื่อนบ้าน โรงเรียน ชุมชน เป็นต้น นอกจากจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ แล้วสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนในช่วงวัยนี้ก็คือเด็กจะสนใจเลียนแบบบุคคลที่ใกล้ชิด ดังนั้นทำให้เด็กวัยนี้ต้องการคำแนะนำจากผู้ใหญ่เพื่อฝึกฝนทักษะอย่างง่ายๆ เช่นเริ่มเรียนรู้ในเรื่องเพศของตน โดยการเลียนแบบจากพ่อแม่ จดจำพฤติกรรมของผู้ที่อยู่ใกล้ชิด โดยจะมีลักษณะมีการยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง(Egocentrism) ลักษณะที่เด็กไม่สามารถจะนำตนเองเข้าไปแทนผู้อื่น ทั้งในด้านการคิด การรับรู้ทางสายตา ทางอารมณ์และความรู้สึก เด็กจะยึดติดอยู่กับความคิดของตน จะไม่รับรู้ถึงความคิด ความรู้สึกของบุคคลอื่น ไม่เข้าใจระหว่างความรู้สึกของตนเองและคนอื่น ด้วยเหตุนี้แหละเด็กจึงจะแสดงออกด้วยการดื้อรั้น พูดถึงเรื่องของตนเองมากว่าเรื่องของคนอื่น พูดโอ้อวดจะคิดหรือจะกระทำในสิ่งที่ตนเองพึงพอใจเท่านั้น และต้องการให้ผู้อื่นสรรเสริญ ชมเชยการกระทำของตนเอง หวงของ เห็นแก่ตัว ต้องการให้คนอื่นเห็นด้วยกับสิ่งที่ตนเองสนใจ นี่แหละครับที่เขาเรียกว่าเป็นธรรมชาติของเด็กๆ ดังนั้นนักวิชาการจึงเรียกขานเด็กวัยนี้ออกเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้.- 1. เป็นวัยชอบสำรวจ (The Exploratory Age) คือวัยอยากรู้ อยากเห็น อยากลอง อยากสำรวจ และอยากถาม 2. เป็นวัยที่ชอบเล่นของเล่น (The Toy Age) 3. เป็นวัยที่ก่อให้เกิดปัญหา (Problem Age or Troublesome Age) เป็นวัยที่เขาต้องการอิสระ ซึ่งบางครั้งก็เกินขอบเขตที่ตนเองจะช่วยตัวเองได้ หรือเป็นวัยที่สอนอยาก ดื้อรั้น ขัดขืน ไม่เชื่อฟัง โมโหโทโส อิจฉาริษยา ฯลฯ 4. เป็นวัยแห่งการเลียนแบบ (Imitation Age) คือเป็นวัยที่ชอบเลียนแบบผู้ที่โตกว่า 5. เป็นวัยสร้างสรรค์ (Creative Age) จะสังเกตุได้จากการแสดงความคิดที่สร้างสรรค์ในขณะที่เด็กกำลังเล่น จะเห็นได้ว่าเด็กวัยปฐมวัยนั้นมีธรรมชาติที่เฉพาะตัวบางประการที่ผู้ดูแลจะต้องเข้าใจโดยเฉพาะการยึดตนเองเป็นศูนย์กลางเนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กแสดงออก ซึ่งการกระทำบางอย่างอันจะมีผลต่อการพัฒนาการโดยรวมของเด็กในวัยนี้ จึงอยากให้คณะครูทุกคน ได้นำแนวคิดพื้นฐานนี้ไปเป็นแนวทางในการอบรมต่อไปด้วย .. |