• AllYouShouldKnow
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2021-09-29
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 12969
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
AllYouShouldKnow
รวมหลากเรื่องสุขภาพที่ทุกคนควรรู้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/AllYouShouldKnow
วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม 2565
Posted by AllYouShouldKnow , ผู้อ่าน : 315 , 23:52:54 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อาการปวดหลัง บ่งบอกถึงอะไร? มีวิธีแก้อย่างไรบ้าง?

อาการปวดหลังนับว่าเป็นอาการที่แทบทุกคนจะต้องเคยผ่านประสบการณ์กันทั้งนั้น สำหรับอาการปวดหลัง เป็นการพูดแบบรวม ๆ แต่จริง ๆ แล้วอาการปวดหลังมีหลายแบบ ไม่ว่าจะปวดหลังส่วนล่างผู้หญิง ปวดหลังช่วงเอว ปวดหลังช่วงบน ปวดหลังช่วงล่าง ปวดหลังจุกกลางอก และอาการปวดหลังอื่น ๆ ซึ่งอาการปวดหลังนั้นมีทั้งจากกล้ามเนื้อหลังอักเสบ หรือเกิดความผิดปกติขึ้นจากร่างกาย อาการมีทั้งปวดหลังเฉียบพลันและปวดหลังเรื้อรัง ซึ่งในบางรายมีอาการปวดหลังที่รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ ในบทความนี้จะมาเล่าถึงอาการปวดหลังแบบต่าง ๆ ปวดหลังเกิดจากอะไร ปวดหลังบอกโรคอะไรได้บ้าง รวมไปถึงวิธีแก้ปวดหลังในแบบต่าง ๆ กันค่ะ

อาการปวดหลัง เกิดจากอะไร?

อาการปวดหลัง เป็นอาการที่ทำให้รู้สึกไม่สบายหรือรู้สึกผิดปกติบริเวณไหนก็ได้ตามแนวกระดูกสันหลัง ซึ่งอาการมีทั้งระดับเบาจนไปถึงระดับรุนแรงจนรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน อาการปวดหลังสามารถแบ่งสาเหตุของอาการปวดหลังได้จากตำแหน่งที่ปวด ดังนี้

อาการปวดหลังส่วนบน

มักมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการแบกของหนัก หรือการก้มเล่นโทรศัพท์มือถือนาน ๆ รวมไปถึงผู้ที่ประกอบอาชีพที่จำเป็นต้องแบกของหนัก หรือต้องก้มหัวนานบ่อย ๆ ทำให้กล้ามเนื้อหลังส่วนบนทำงานหนัก โดยผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนบนมักมีอาการปวดคอเข้ามาร่วมด้วย 

อาการปวดหลังส่วนล่าง

อาการปวดหลังส่วนล่างอาจมีสาเหตุมาจากภาวะน้ำหนักตัวมาก และการนั่งหรือยืนนาน ๆ หรือการปวดประจำเดือนของผู้หญิงก็ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังได้เช่นกัน

อาการปวดหลังด้านซ้าย

อาการปวดหลังด้านซ้ายอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พฤติกรรมท่านั่งและท่ายืนที่ไม่ถูกต้อง การปวดหลังจากอายุที่มากขึ้น ปวดหลังจากการตั้งครรภ์ ปวดหลังจากภาวะน้ำหนักเกิน หรือการปวดหลังจากอาการป่วยหรือการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท

อาการปวดหลังข้างขวา

อาการปวดหลังข้างขวาอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเกิดจากการนั่งนาน การใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ มีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป รวมไปถึงความผิดปกติของอวัยวะและโครงสร้างร่างกาย เช่น โรคไต โรคนิ่ว การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นต้น

นอกจากตำแหน่งที่เกิดอาการปวดหลังแล้ว ยังสามารถแบ่งได้จากลักษณะการปวดหลังได้อีกด้วย ดังนี้

  • ปวดหลังร่วมกับอาการชา หรืออ่อนแรง อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท

  • ปวดหลังร้าวลงขา ปวดหลังเมื่อไอหรือจาม อาจเกิดจากกระดูกสันหลังเคลื่อน หรือหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท

  • ปวดหลังช่วงเอวก้มไม่ได้ อาจเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบ หรือกระดูกสันหลังเสื่อม

  • ปวดหลังแบบเมื่อยล้า อาจเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบ กล้ามเนื้อทำงานหนัก

  • ปวดหลังร้าวแบบไฟฟ้าช็อต อาจเกิดจากเส้นประสาทถูกกดเบียด

อาการปวดหลังสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ไม่จำเป็นจะต้องเกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น ในเด็กหรือวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือมีความผิดปกติด้านโครงสร้างหรืออวัยวะหรือมีโรคทางกายก็สามารถเกิดอาการปวดหลังได้เช่นกัน หรือในผู้ที่ประกอบอาชีพบางประเภทที่ทำให้การใช้งานสรีระผิดไป หรือใช้ร่างกายเกินขีดจำกัด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดอาการปวดหลัง อาชีพที่ต้องนั่งอยู่กับที่นาน ๆ อาชีพที่ต้องใช้แรงงานมาก ๆ รวมไปถึงนักกีฬา เป็นต้น

พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอาการปวดหลังมี ดังนี้

  • การนอนผิดท่าปวดหลัง การนอนด้วยเตียงหรือหมอนที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

  • การนั่ง การยืน การเดิน และการนอนที่ไม่เหมาะสม

  • การเล่นกีฬา

  • บุคลิคไม่ถูกต้อง เช่น หลังงอ หลังค่อม

  • ภาวะน้ำหนักตัวมาก

  • การเกิดอุบัติเหตุ

อาการปวดหลังบอกโรค อะไรได้บ้าง ?

บางคนอาจคิดว่าแก้อาการปวดหลังด้วยการกินยาแก้ปวดหลังเดี๋ยวก็หาย แต่เพราะอาการปวดหลังอาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติของร่างกาย ซึ่งนำไปสู่โรคได้ ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยปะละเลย ควรสังเกตถึงอาการปวดหลัง ดังนี้

  • อาการปวดหลังแบบกว้าง ๆ ระบุตำแหน่งที่ปวดได้ไม่ชัดเจน

อาการปวดหลังแบบนี้อาจเกิดได้จากกล้ามเนื้อหลังอักเสบเฉียบพลัน จากการที่ใช้งานกล้ามเนื้อหนักเกินไป หรือการเกิดอุบัติเหตุบริเวณหลัง อาการทั่วไปคือปวดหลังเฉียบพลัน ปวดหลังเกร็ง ปวดหลังมากจนก้มหรือแอ่นไม่ได้ มีความคล้ายคลึงกับหมอนรองระดูกทับเส้นประสาท แต่จะไม่มีอาการร้าวลงขา

  • อาการปวดหลังเรื้อรัง

เกิดได้จากการนั่ง การยืนที่ไม่เหมาะสมมาเป็นเวลานาน จนกล้ามเนื้ออักเสบ ทำให้มีอาการปวดหลังและปวดคอ ซึ่งนำไปสู่ภาวะออฟฟิศซินโดรมได้

  • อาการปวดหลังหายใจไม่สะดวก

มักเกิดอาการปวดหลังช่วงบนโดยมีความสัมพันธ์กับปอดและกระดูกซี่โครง อาจเกิดภาวะปอดติดเชื้อ ปอดอักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ หรือกระดูกซี่โครงอ่อนอักเสบ เป็นต้น

  • อาการปวดหลังเหนือเอว

อาจเกิดจากความผิดปกติของอวัยวะ ซึ่งส่งสัญญาณเตือนในรูปแบบอาการปวดหลัง และอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย เช่น โรคไต โรคนิ่ว โรคกระเพาะ ซีสต์ที่รังไข่ มดลูกอักเสบ การติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

ปวดหลังขนาดไหน จำเป็นต้องไปพบแพทย์

 

อาการปวดหลังมักเป็นอาการที่คอยกวนใจและทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง แล้วอาการปวดหลังแบบไหนจึงต้องไปพบแพทย์กันล่ะ? สามารถพิจารณาจากอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดหลังเฉียบพลันจากอุบัติเหตุ ยกของหนังปวดหลัง

  • ปวดหลังต่อเนื่องเป็นเวลานาน ปวดหลังเรื้อรัง

  • ปวดหลังมากจนส่งผลกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน

  • ปวดหลังมากนอนไม่ได้

  • ปวดหลังร่วมกับอาการชาและอ่อนแรง

  • จุกกลางอกปวดหลัง

  • ปวดหลังหายใจไม่สะดวก 

วิธีแก้ปวดหลัง เบื้องต้น

หากอาการปวดหลังไม่ได้รุนแรงมากหรือมีอาการเสี่ยงที่จำเป็นต้องพบแพทย์ สามารถบรรเทาอาการปวดหลังที่ทำได้เอง และไม่เป็นอันตราย ด้วยวิธีแก้อาการปวดหลังได้ดังนี้

  • รับประทานยาแก้ปวดหลัง ทายาแก้ปวดหลัง หรือใช้แผ่นแปะบรรเทาปวดหลัง โดยหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป

  • ประคบเย็นเมื่อเกิดอาการปวดหลังเฉียบพลัน เพื่อลดบวมหรือการอักเสบ

  • ประคบร้อนเพื่อคลายกล้ามเนื้อ

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ไม่นั่งหรือยืนนนานเกินไป ให้มีการลุกขึ้นยืนสลับกับการนั่ง พยายามปรับสรีระร่างกายให้เหมาะสม ไม่ยืนหรือนั่งหลังค่อม หลังงอ ไม่ยกของหนักด้วยตัวคนเดียว หากจำเป็นควรหาเครื่องมือช่วย

  • ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น การปรับโต๊ะและเก้าอี้ให้มีความสูงที่เหมาะสมกับสรีระของเรา การใช้รองเท้าที่ช่วยซัพพอร์ต

  • สำหรับผู้หญิง แก้อาการปวดหลังล่างจากการมีประจำเดือนได้ด้วยการประคบร้อน หรือการรับประทานยาแก้ปวด

  • ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลัง 

  • วิธีแก้ปวดหลังด้านซ้าย และด้านขวา อาจใช้การบริหารเพื่อยืดกล้ามเนื้อได้

วิธีรักษาอาการปวดหลัง



แนวทางการรักษาอาการปวดหลังโดยแพทย์สามารถแบ่งได้ตามระยะและอาการของโรค มีตั้งแต่การรักษาอาการปวดหลังแบบไม่ต้องผ่าตัด และการรักษาอาการปวดหลังแบบผ่าตัด ดังนี้

  1. การรักษาอาการปวดหลังแบบไม่ต้องผ่าตัด

โดยส่วนมากแพทย์มักจะเลือกการรักษาอาการปวดหลังวิธีนี้ โดยสามารถแบ่งวิธีรักษาอาการปวดหลังได้อีก เช่น 

  • การทำกายภาพบำบัดปวดหลัง โดยจะมีการบำบัดด้วยการใช้เครืองมือกายภาพบำบัด หรือ/และการใช้ท่าบริหารแก้ปวดหลัง รวมไปถึงการจัดกระดูกโดยนักกายภาพบำบัด

  • การฉีดยา ผู้ที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง และได้รับวินิจฉัยว่าควรทำการรักษาอาการปวดหลังด้วยการฉีดยา แพทย์จะจ่ายยาสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบเรื้อรังของกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท

  1.  การรักษาอาการปวดหลังแบบผ่าตัด

การรักาาด้วยการผ่าตัด แพทย์จะต้องวินิจฉัยแล้วว่ามีความจำเป็นจะต้องผ่าตัดเท่านั้น โดยอาจรับการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วไม่ได้ผล หรือมีอาการปวดหลังที่รุนแรงขึ้น

ท่าบริหารหลังง่าย ๆ ที่คุณก็ทำได้

อีกหนึ่งสาเหตุของอาการปวดหลังคือการที่มีกล้ามเนื้อหลังที่ไม่แข็งแรง จึงทำให้เกิดการบาดเจ็บหรืออักเสบได้ง่าย จะมาหาวิธีรักษาอาการปวดหลังก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ดังนั้นวิธีแก้ปวดหลังที่ต้นเหตุคือการสร้างกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง เพื่อลดโอกาสอาการปวดหลังได้ โดยมีท่าบริหารหลังแนะนำเบื้องต้น ดังนี้

  1. นอนหงายราบไปกับพื้น และชันเข่าขึ้นทั้งสองข้างเข้าหาตัว โดยใช้มือค่อย ๆ ดึงเข่าเข้ามาจนรู้สึกตึงบริเวณสะโพก แล้วค้างท่านี้ไว้ประมาณ 10 วินาทีก่อนปล่อยแล้วกลับมาที่การนอนหงายราบไปกับพื้นเช่นเดิม ทำทั้งหมด 5 รอบ

  2. นอนหงายราบไปกับพื้น ยกเข่าขึ้น 1 ข้างและใช้มือค่อย ๆ ดึงเข่าเข้าหาตัวให้ได้มากที่สุด ทำท่านี้ค้างไว้ 10 วินาที ก่อนที่จะสลับเข่าอีกข้าง ทำข้างละ 10 รอบ

  3. นอนหงายราบไปกับพื้น เหยียดขาตรงทั้งสองข้าง และขยับข้อเท้าขึ้นลงให้รู้สึกตึงบริเวณสะโพกประมาณ 10 ครั้ง

  4. นอนหงายราบไปกับพื้นที่มีความแข็งไม่มากและไม่นุ่มจนเกินไป เหยียดแขนทั้งสองข้างไว้ข้างลำตัว และเกร็งหน้าท้องไว้ 10 วินาที พัก และเกร็งต่อ 10 วินาที ทำทั้งหมด 2-3 รอบ

  5. นั่งขัดสมาธิ แล้วขันเข่าขวาขึ้น มือซ้ายจับที่ท้ายทอย ส่วนมือขวาวางที่พื้น และบิดตัวไปทางขวา เมื่อรู้สึกตึงให้ค้างไว้ประมาณ 8 วินาที เมื่อครบเวลาให้สลับโดยมือด้านซ้ายแตะพื้น มือด้านขวาจับท้ายทอย และบิดตัวไปทางซ้าย เมื่อครบเซ็ตนี้ให้สลับมาชันเข่าซ้ายแทน ท่าบริการนี้จะช่วยแก้อาการปวดหลังล้างได้

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับอาการปวดหลัง

  • นอนแล้วปวดหลังเกิดจากอะไร

ตอบนอนแล้วปวดหลังอาจเกิดจากเตียงนอนที่แข็งหรือนุ่มจนเกินไป นอกจากเตียงแล้วอาจเกิดจากหมอนที่ไม่รองรับสรีระที่ถูกต้อง การนอนหมอนที่สูงไปหรือต่ำไปก็ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังเช่นกัน

  • นอนแล้วปวดหลัง ทำไงดี

ตอบอย่างที่กล่าวไปในสาเหตุของการนอนแล้วปวดหลัง การแก้ไขปัญหาคือการใช้เตียงนอนที่มีความแข็งระดับพอดี ไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป หมอนที่ใช้ควรจะมีความสูงที่พอดี ไม่สูงหรือต่ำเกินไป รวมไปถึงท่านอนของตนเองว่านอนผิดท่าหรือไม่ จัดท่านอนให้เหมาะสมเพื่อเลี่ยงกายนอนแล้วปวดหลัง

  • ยกของหนักปวดหลัง แก้ยังไง

ตอบปวดหลังยกของหนัก สาเหตุก็ตรงตัวเลยว่าการปวดหลังที่เกิดจากการยกของหนัก ดังนั้นวิธีแก้ปวดหลังคือการยกของที่ถูกวิธี คือไม่ควรยกของหนังด้วยตัวคนเดียว และการยกของต้องไม่ก้มหลังขาตรงแล้วยกของหนักขึ้น ควรย่อขา ลำตัวตรงก่อนจะยกของ 

  • ทําไมเป็นประจําเดือนต้องปวดหลัง

ตอบปัญหาใหญ่สำหรับผู้หญิงที่กำลังมีประจำเดือนต้องพบเจอคืออาการปวดหลังส่วนล่าง ซึ่งมีสาเหตุจากมดลูกหดตัวจนไปกดเส้นเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปได้ จนเกิดอาการปวดหลัง

  • นอนผิดท่าปวดหลัง แก้ยังไงดี

ตอบการนอนด้วยท่าที่ไม่ถูกต้องส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังได้ ดังนั้นต้องแก้โดยการปรับเปลี่ยนท่านอนที่ถูกต้อง ก่อนนอนควรจัดท่านอนให้เหมาะสม เช่น หากนอนหงาย ควรนอนโดยที่ช่วงศีรษะ คอ หลังช่วงบนอยู่ในระนาบเดียวกัน และขาควรสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยการใช้หมอนหนุนใต้เข่า เพื่อให้หลังแนบชิดไปกับเตียง ช่วยลดอาการปวดหลังได้ หากนอนตะแคง ควรนอนงอเข่าเล็กน้อยและใช้หมอนหนุนระหว่างขา

สรุป

อาการปวดหลัง สามารถแบ่งจากตำแหน่งที่ปวดหลังได้หลายตำแหน่ง เช่น อาการปวดหลังช่วงบน การปวดหลังส่วนล่างผู้หญิง ปวดหลังช่วงเอว ปวดหลังด้านซ้าน ปวดหลังข้างขวา และสามารถแบ่งได้โดยอาการปวดหลังระดับไม่รุนแรง และอาการปวดหลังแบบรุนแรง มีทั้งแบบปวดหลังเฉียบพลันและปวดหลังเรื้อรัง สาเหตุของอาการปวดหลังอาจมาจากอุบัติเหตุทำให้กล้ามเนื้อหลังอักเสบ หรือโรคทางกายภาพที่ส่งผลกระทบต่อหลัง หรืออาจเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นวิธีแก้ปวดหลังจึงจำเป็นต้องทราบสาเหตุ และระดับความรุนแรงของอาการปวดหลัง หากปวดหลังไม่มาก สามารถใช้ยาแก้ปวดหลัง หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก้อาการปวดหลังได้ แต่หากมีปัจจัยเสี่ยง หรือระดับความรุนแรงของอาการปวดหลังหนักขึ้นควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาอาการปวดหลังอย่างถูกต้อง

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน