• AllYouShouldKnow
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2021-09-29
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 12970
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
AllYouShouldKnow
รวมหลากเรื่องสุขภาพที่ทุกคนควรรู้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/AllYouShouldKnow
วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน 2565
Posted by AllYouShouldKnow , ผู้อ่าน : 278 , 11:27:53 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อาการปวดบริเวณฝ่าเท้าอาจจะเป็นสัญญาณที่บ่กบอกว่าคุณกำลังเป็นรองช้ำซึ่งมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันไม่ใช้น้อยเพราะการยืน การเดินเป็นสิ่งที่ไม่สาราถจะเลี่ยงได้ แต่อาการรองซ้ำสามารถรักษาได้โดยบทความนี้จะมาอธิบายถึงอาการที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรและการรักษาต่างๆว่ามีขั้นตอนหรือมีวิธีไหนบ้างเพื่อทำให้อาการรองช้ำหายขาด

รองช้ำหรือ โรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ คืออะไร

รองช้ำ คือ? 

อาการรองช้ำ หรืออีกชื่อเรียกว่าโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ(plantar fasciitis) เกิดจากที่เส้นเอ็นบริเวณใต้ฝ่าเท้ามีการอักเสบจนไปถึงเอ็นร้อยหวาย โดยมีสาเหตุอยู่หลายอย่างแต่โดยมากมักพบในผู้ที่มีอาชีพต้องยืนและเดินอยู่เป็นประจำ อีกทั้งการใส่ร้องเท้าที่ไม่ถูกประเภทต่อการใช้งาน ผู้เป็นรองช้ำจะมีอาการเจ็บบริเวณส้นเท้า เมื่อต้องยืนขึ้นหรือเดินจะมีอาการออกให้เห็นออกชัดเจนอย่างในตอนเช้าจะเป็นช่วงที่เส้นเอ็นยังยึดอยู่ การลงน้ำหนักไปยังเท้าจะมีอาการเจ็บมาก และสำหรับผู้ที่เป็นรองช้ำมาเป็นเวลานานแต่ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม เมื่อเอกซเรย์จะพบว่ามีหินปูนงอกบริเวณกระดูกส้นเท้า



อาการของโรครองชํ้า

อาการที่พบเห็นได้เป็นโดยมากคืออาการเจ็บที่ส้นเท้าแล้วลามไปทั่วทั้งฝ่าเท้า โดยจะมีลักษณะเป็นแบบปวดจี๊ดขึ้นมาและแบบปวดอักเสบที่ความเจ็บปวดจะค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละน้อย อาการปวดจะรุนแรงที่สุดก็ต่อเมื่อเริ่มมีการลงน้ำหนักที่ส้นเท้าในก้าวแรก นอกจากนี้อาจมีอาการปวดเกิดขึ้นได้ในระหว่างวันเช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยงโรครอช้ำ ใครที่มีโอกาสเสี่ยงเป็นรองช้ำ ?

อาการรองช้ำเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่ทำให้เกิดอาการรองช้ำ ดังนันแล้วควรหาวิธีป้องกันหรือหลีกเลี่ยงจากภาวะรองช้ำว่ามีอะไรกันบ้าง

 

  • ผู้หญิง : โดยมากแล้วผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายเพราะมีไขมันบริเวณส้นเท้าที่บางกว่า นอกจากนี้เอ็น กล้ามเนื้อน่อง และฝ่าเท่ายังไม่แข็งแรงน้อยกว่า 

  • ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องยืนหรือเดินเป็นประจำ : การใช้เท้าติดต่อกันเป็นเวลานานโดยมีเวลาให้พักที่ไม่มีเพียงพอ ในนักวิ่งหรือพนักงานที่ต้องมีการยืนขายของติดต่อกันเป็นเวลานานๆ พังผืดบริเวณฝ่าเท้าของคนกลุ่มนี้จะตึงมาก ถ้าหากไม่มีการรักษาหรือการดูแลที่ถูกต้องจะกลายเป็นรองช้ำในที่สุด 

  • ผู้สูงอายุ : ยิ่งมีอายุที่มากขึ้นจะทำให้พังผืดบริเวณฝ่าเท้ามีความยืดหยุ่นที่น้อยลงเรื่อยๆ มีผลให้เกิดเป็นรองช้ำได้

  • ผู้ที่มีน้ำหนักมาก : น้ำหนักตัวที่มากจะทำให้ฝ่าเท้าต้องรับน้ำหนักมากตามและจะส่งผลให้เส้นเอ็นบริเวณเท้าทำงานหนักจนทำให้เกิดอาการรองช้ำ

  • ผู้ที่มีอุ้งเท้าสูงหรือแบนผิดปกติ : ด้วยรูปทรงที่ผิดปกติจะส่งผลให้การรับน้ำหนักที่เท้าได้ไม่ดี จะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่ออาการรองช้ำ

  • ผู้ที่ใส่รองเท้าพื้นแข็งหรือพื้นบางเกินไป : การใส่รองเท้าพื้นที่ไม่ช่วยรับน้ำหนักบริเวณเท้าได้ก็ส่งผลให้บริเวณฝ่าเท้าต้องทำงานหนักกว่าปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการรองช้ำได้




สาเหตุของโรครองช้ำ

หน้าที่สำคัญของพังผืดใต้ฝ่าเท้าคือการรองรับอุ้งเท้าและรองรับแรงกระแทกของฝ่าเท้า โดยระหว่างที่เรายืนหรือเดิน น้ำหนักตัวจะตกลงบนฝ่าเท้าทั้งหมดทำให้อุ้งเท้าแบนราบกับพื้นมากขึ้น แรงที่ตกลงมายังฝ่าเท้าจะกระจายไปทั่วบริเวณหน้าเท้าและส้นเท้าไปส่งผลให้พังผืดมีความตึงตัวมากขึ้น ถ้าหากแรงตึงมีมากเกินกว่าปกติจะสามารถรับได้ จะทำให้พังผืดตรงนั้นได้รับความเสียหาย ซึ่งอาการของโรคนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะเป็นค่อยๆสะสมทีละเล็กทีละน้อยจากอาการบาดเจ็บจนกลายเป็นการอักเสบเกิดขึ้น ในกรณีที่รุนแรงอาจถึงขึ้นเกิดการฉีกขาดในที่สุด

 

ท่าบริการสำหรับอาการรองช้ำ

การรักษาอาการรองช้ำไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัด แต่สามารถใช้วิธีบำบัดรักษาอาการรองช้ำด้วยตนเองอย่างง่ายๆได้ที่บ้าน โดยการทำกายภาพบำบัดจะช่วยยืดเส้นบริเวณเท้า เพื่อลดอาการตึงของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายจากการทำงานหนักๆที่ผ่านมา โดยมี 7 ท่าบริหารอาการรองช้ำ ดังนี้

ท่าที่ 1

นั่งเหยียดขาทั้ง 2 ข้างไปข้างหน้าแล้ว ใช้ผ้าคล้องบริเวณปลายเท้า จากนั้นดึงเข้าหาตัวจนรู้สึกว่าน่องด้านหลังตึง ยืดค้างทิ้งไว้ประมาณ 15 - 20 วินาทีต่อครั้ง ทำซ้ำ 5 - 10 ครั้ง

 

ท่าที่ 2 

ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง โดยใช้มือยันกำแพงไว้ ถอยเท้าข้างที่ต้องการยืดไว้ข้างหลังประมาณ 2 ก้าว จากนั้นย่อเข่าขาด้านหน้าลงโดยที่เข่าต้องไม่เลยปลายเท้า จนกว่าขาด้านหลังเหยียดตึงและส้นเท้าต้องติดพื้นตลอดเวลา ยืดจนรู้สึกว่าน่องตึง ทำค้างไว้ 15 - 20 วินาทีต่อครั้ง โดยทำสลับทั้งขาซ้ายและขวา ข้างนึงจะทำอยู่ที่ 5 - 10 ครั้ง

ท่าที่ 3  

ท่านี้ควรใช้อุปกรณ์เสริมมาประกอบ คือ ที่วางเท้าแบบมีปุ่มให้เราเหยียบ โดยจะเรานั่งอยู่บนเก้าอี้ และให้เท้าวางบนที่วางคลึงบริเวณฝ่าเท้าจนรู้สึกพังผืดบริเวณใต้ฝ่าเท้าคลายตัว

 

ท่าที่ 4 

นั่งห้อยขาลงพื้น โดยนำฝ่าเท้าข้างที่มีอาการปวดมาวางพาดบนหน้าตักอีกข้าง จากนั้นจึงใช้มือยืดนิ้วเท้าโดยดึงให้กระดกขึ้นจนกว่าจะรู้สึกว่าตึงบริเวณฝ่าเท้า ทำค้างไว้ 15 - 20 วินาที ทำซ้ำ 5 - 10 ครั้ง

 

ท่าที่ 5 

นั่งห้อยขาลงพื้น จากนั้นกระดกข้อเท้าขึ้น-ลง 20 ครั้ง/ 1 เซท ทำเป็นจำนวน 3 เซท

 

ท่าที่ 6

ยืนโดยหาที่จับให้มั่นคงไว้ ป้องกันไม่ให้ล้มขณะทำกายภาพบำบัดท่านี้ กระดกปลายเท้าขึ้นในขณะที่ส้นเท้ายังติดพื้นอยู่ จากนั้นเปลี่ยนเป็นกระดกส้นเท้าขึ้นโดยให้ปลายเท้าติดพื้น ทำทีละข้าง ซ้ายขวาสลับกัน ข้างละ 20 ครั้ง/ 1 เซท ทำเป็นจำนวน 3 เซท

  

 

ท่าที่ 7

ใช้ฝ่าเท้าเหยียบผ้าขนหนู จากนั้นขยุ้มนิ้วเท้าแล้วปล่อย โดยทำ 20 ครั้ง/ 1 เซท ทำเป็นจำนวน 3 เซท

 

 

การรักษารองช้ำด้วยเครื่องมืออื่น

 แม้ว่าการทำกายภาพบำบัดรองช้ำจะสามารถทำง่ายๆได้ที่บ้านก็ตาม แต่ถ้าหากเราปล่อยให้อาการรองช้ำเป็นเวลานานจนอาการเรื้อรัง การทำกายภาพบำบัดรองช้ำด้วยตัวเองอาจไม่เห็นผล ดังนั้นแล้วการมองหาการรักษาด้วยวิธีอื่นเป็นเรื่องที่สมควรทำ แต่การรักษาอาการรองช้ำก็ยังคงเป็นการทำใรรูปแบบกายภาพบำบัดเพีนงแต่จะเป็นการรักษาที่ควบคู่กับการใช้อุปกรณ์โดยมีนักกายภาพบำบัดเป็นผู้ดูแล โดยเครื่องมือที่ใช้ร่วมกับการกายภาพบำบัดรองช้ำจะมีดังนี้

คลื่นกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้า (Peripheral Magnetic Stimulator หรือ PMS) เป็นอุปกรณ์ที่จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อไปช่วยกระตุ้นเส้นประสาท ลดอาการชา หรืออาการปวด  และรักษาการทำงานที่ผิดปกติของปลายประสาทอีกด้วย

คลื่นเหนือเสียง (Ultrasound Therapy) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูง เพื่อลดอาการปวดและอักเสบของส่วนเนื้อเยื่อ และช่วยคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งอยู่

เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Electrical Stimulation) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นให้กล้ามเนื้อมีการหดตัวและคลายตัว ลดกอาการตึงของกล้ามเนื้อ และช่วยลดอาการปวด

ครื่องคลื่นกระแทก (Shock wave) เป็นอุปกรณ์ที่จะสร้างคลื่นกระแทกไปบนพังผืดของฝ่าเท้า เพื่อไปกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อ อีกทั้งยังช่วยลดอาการปวดบริเวณฝ่าเท้าอีกด้วย

เครื่องเลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser) เป็นอุปกรณ์ที่ยิงแสงเลเซอร์กระตุ้นบริเวณฝ่าเท้าเพื่อหลั่งสารลดปวด ซึ่งจะช่วยลดอาการอักเสบเฉียบพลันของเส้นเอ็นและยังช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมของเส้นเอ็นบริเวณนั้น

โดยอุปกรณ์เหล่านี้ นักกายภาพจะเป็นผู้พิจารณาว่าอาการรองช้ำของแต่ละบุคคลควรใช้อุปกรณ์อันไหนเพื่อช่วยเสริมการทำกายภาพบำบัด และไม่ควรซื้ออุปกรณ์เหล่านี้มาใช้เองเพราะการกายภาพบำบัดรองช้ำควบคู่กับอุปกรณ์เหล่านี้ ควรทำโดยอยู่ใต้การดูแลควบคุมของนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สรุป

อาการรองช้ำนั้นเกิดจากความเสียดายที่สะสมมาเป็นเวลานาน ดังนั้นแล้วควรทำการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อรู้ตัวว่าตนเองมีอาการปวดบริเวณฝ่าเท้าหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นรองช้ำก็สามารถเริ่มทำกายภาพบำบัดรองช้ำเองที่บ้านได้เลย หรือแม้ว่าจะไม่ได้มีอาการรองช้ำก็สามารถทำกายภาพบำบัดรองช้ำ เพราะการทำกายภาพจะเป็นการช่วยยืดเส้น ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน หากการทำกายภาพบำบัดรองช้ำที่บ้านด้วยตนเองแล้วไม่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดที่เกิดขึ้นได้ ควรเข้ารับการรักษาจากแพให้เร็วที่สุด

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน