• AllYouShouldKnow
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2021-09-29
  • จำนวนเรื่อง : 32
  • จำนวนผู้ชม : 13746
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
AllYouShouldKnow
รวมหลากเรื่องสุขภาพที่ทุกคนควรรู้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/AllYouShouldKnow
วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม 2565
Posted by AllYouShouldKnow , ผู้อ่าน : 319 , 16:15:03 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ฝากไข่ทางเลือกใหม่การวางแผนมีบุตรล่วงหน้า

การฝากไข่

 

ทางเลือกใหม่ การ ฝากไข่ สำหรับสาว ๆ ที่อยากจะมีลูกเป็นของตนเอง แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันทำให้ยังไม่พร้อมจะมีบุตร ไม่ว่าจะยังไม่มีคู่ชีวิต หรือมีคู่ชีวิตแล้วแต่สถานะทางการเงินไม่พร้อม หรือจะปัจจัยใด ๆ ก็แล้วแต่ กว่าทุกอย่างจะพร้อมสำหรับการมีบุตร แต่สภาพเซลล์ไข่ของสาว ๆ อาจจะเสื่อมลงไปมากแล้ว ทำให้มีบุตรได้ยาก ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน สามารถนำเซลล์ไข่ของสาว ๆ ในช่วงอายุที่เหมาะสมมาหยุดการเสื่อมของเซลล์ไข่ด้วยการแช่แข็ง ทำให้เมื่อพร้อมมีบุตรแล้วสามารถนำเซลล์ไข่นี้มาทำให้เกิดการปฏิสนธิด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว IVF หรือ ICSI ได้โดยที่เซลล์ไข่ยังมีสภาพดี ช่วยให้การตั้งครรภ์ประสบความสำเร็จสูงขึ้น

 

ฝากไข่ คืออะไร

การแช่ไข่

 

Egg Freezing หรือการฝากไข่ คือ การนำเซลล์ไข่ผู้หญิง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับการปฏิสนธิและการตั้งครรภ์ออกมาภายนอกร่างกาย และนำมาแช่แข็งที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียล ซึ่งอุณหภูมิต่ำระดับนี้สามารถทำให้เซลล์ไข่หยุดการเสื่อม ทำให้เซลล์ไข่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา หากในอนาคตมีความพร้อมสำหรับตั้งครรภ์แล้ว สามารถนำเซลล์ไข่ที่ถูกแช่แข็งเก็บไว้นี้มาทำการละลายและนำไปปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิด้วยกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว IVF หรือ ICSI ได้ โดยเด็กที่เกิดมาจากเซลล์ไข่อายุน้อย จะมีโอกาสเกิดมาสมบูรณ์ แข็งแรงมากกว่าเด็กที่เกิดจากเซลล์ไข่อายุมากนั่นเอง

 

ทำไมถึงต้องฝากไข่

ทำไมถึงต้องฝากไข่ ? ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าในเซลล์สืบพันธุ์ของเพศหญิงหรือเซลล์ไข่นั้นถูกสร้างมาตั้งแต่ในครรภ์ด้วยจำนวนมากถึง 1-2 ล้านเซลล์ เซลล์ไข่นี้จะไม่มีการสร้างเพิ่มอีก และเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ในแต่ละเดือนจะมีเซลล์ไข่จะโตและตกมาเพื่อรอการปฏิสนธิ และเซลล์ไข่ที่ฝ่อไป 

ในช่วงอายุที่เซลล์ไข่และสภาพร่างกายโดยรวมที่เหมาะสมกบการตั้งครรภ์คือช่วงอายุประมาณ 20-30 ปี หากเลยช่วงอายุดังกล่าวไป เซลล์ไข่ที่ติดตัวเรามาแต่กำเนิดก็จะมีอายุมากตามไปด้วย ในช่วงอายุที่มากขึ้นนั้น เซลล์ไข่จะมีการฝ่อหรือเสื่อมสภาพไปอย่างมาก ทำให้เหลือเซลล์ไข่ที่สภาพดีสามารถปฏิสนธิได้น้อย จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมสาว ๆ ที่อายุมากขึ้นจะเริ่มมีภาวะมีบุตรยาก

นอกจากนี้หากสาว ๆ ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่อาจส่งผลต่อเซลล์สืบพันธุ์ ไม่ว่าจะมะเร็งรังไข่ ซีสที่มดลูกหรือรังไข่ การฉายแสงหรือทำเคมีบำบัดเพื่อรักษาโรคมะเร็ง จะทำให้เซลล์ไข่นั้นเสื่อมสภาพได้ 

การฝากไข่จึงเป็นวิธีที่ช่วยให้เซลล์ไข่หยุดการฝ่อหรือเสื่อมสภาพไป ทั้งจากอายุที่มากขึ้นและไม่ว่าจะด้วยปัจจัยใด ๆ ก็ตาม และเมื่อพร้อมตั้งครรภ์ก็สามารถนำเซลล์ไข่ที่เก็บรักษาไว้นี้มาทำการปฏิสนธิในภายหลังได้

 

การเตรียมตัวก่อนฝากไข่

ถึงแม้การฝากไข่จะเป็นสิ่งที่ควรทำหากวางแผนการมีบุตรไว้แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าจะ walk-in เข้ามาให้แพทย์เก็บไข่ให้ได้เลย เพราะก่อนจะทำการเก็บไข่ผู้หญิงนั้นแพทย์จะต้องนัดเข้ามาทำการตรวจประเมินก่อนว่าสามารถทำการฝากไข่ได้หรือไม่ ดังนี้

  • ซักประวัติเบื้องต้น

แพทย์จะทำการซักประวัติสาว ๆ เบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก ส่วนสูง ความดันโลหิต ประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ประวัติการตั้งครรภ์ ประวัติรอบประจำเดือน และอื่น ๆ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการประกอบการรักษา

  • ตรวจสภาพของอวัยวะและเซลล์สืบพันธุ์

แพทย์จะทำการอัลตราซาวด์เพื่อประเมินลักษณะของรังไข่ ว่ามีสภาพปกติหรือไม่ เช็คจำนวนฟองไข่ และเช็คฮอร์โมน เพื่อใช้ประเมินถึงปริมาณยาฉีดกระตุ้นไข่

  • ตรวจคัดกรองโรคติดต่อ

แพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพื่อคัดกรองโรคติดต่อที่อาจแพร่จากแม่สู่ลูกได้ ไม่ว่าจะโรคระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง HIV ซิฟิลิส โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคไวรัสตับอักเสบซี เป็นต้น

  • ตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรม

นอกจากจะต้องตรวจโรคติดต่อที่สามารถแพร่จากแม่สู่ลูกได้แล้วยังต้องตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเซลล์ไข่นั้นจะไม่เป็นเซลล์ไข่ที่มีลักษณะผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น โรคทาลัสซีเมีย เป็นต้น

 

ขั้นตอนการทำ ฝากไข่

เตรียมตัวก่อนฝากไข่

 

เมื่อผ่านการประเมินสภาพร่างกายและเซลล์สืบพันธุ์แล้วว่าสามารถทำการฝากไข่ได้ จะมีขั้นตอนการเก็บไข่ดังนี้

  • ฉีดยากระตุ้นไข่

ในวันที่ 2 ของการมีประจำเดือน แพทย์จะให้ทำการฉีดยากระตุ้นรังไข่ ให้เซลล์ไข่โตในปริมาณมากกว่าปกติ โดยจำนวนเซลล์ไข่จะต้องเพียงพอสำหรับการเก็บไข่ และอาจมีการให้ยาป้องกันไข่ตกก่อนกำหนดขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อยากระตุ้นและสภาพร่างกาย โดยยากระตุ้นรังไข่นี้แพทย์จะจ่ายยาให้สาว ๆ ทำการฉีดยากระตุ้นไข่นี้ในเวลาเดียวกันทุกวันเป็นเวลา  8-12 วัน ในระยะเวลานี้แพทย์จะนัดทำการอัลตราซาวด์และตรวจเลือดเป็นระยะ เพื่อเช็คถึงระดับฮอร์โมน จำนวนและขนาดไข่ที่เหมาะสม เมื่อพบว่าเซลล์ไข่มีจำนวนและขนาดที่เหมาะสมแล้ว แพทย์จะฉีดยากระตุ้นไข่ตกเพื่อทำการเก็บไข่ถัดไป โดยไข่จะตกหลังฉีดยากระตุ้นไข่ตกไปภายใน 36 ชั่วโมง

  • การเก็บไข่

เมื่อเซลล์ไข่ตก พร้อมทำการเก็บไข่แพทย์จะทำการอัลตราซาวด์หาตำแหน่งของเซลล์ไข่ และใช้เข็มดูดเซลล์ไข่ออกมานอกร่างกายผ่านช่องคลอด ในขั้นตอนนี์จะทำในห้องผ่าตัด และให้ดมยาสลบเพื่อป้องกันความรู้สึกเจ็บปวดขณะทำการเก็บไข่ แต่ไม่ได้มีการผ่าตัดใด ๆ และในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงเท่านั้น 

  • การแช่แข็งไข่

เมื่อแพทย์เก็บไข่ออกมาแล้ว เซลล์ไข่นั้นจะถูกนำไปคัดแยกคุณภาพ และทำการเก็บรักษาในไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียสอย่างรวดเร็ว ซึ่งด้วยอุณหภูมิต่ำขนาดนี้จึงทำให้กระบวนการทำงานของเซลล์ไข่ถูกหยุดไปโดยที่เซลล์ไข่ยังสามารถ active ใช้งานได้เมื่อทำการละลายออกมา

 

ข้อดีของการฝากไข่

  • เป็นการหยุดการเสื่อมของเซลล์ไข่ ทำให้เซลล์ไข่นั้นยังมีคุณภาพ สามารถนำมาปฏิสนธิได้เมื่อพร้อม ดังนั้นทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้สูงแม้จะอายุมากก็ตาม

  • เซลล์ไข่ที่อายุมากนำไปสู่ความผิดปกติของทารกได้สูง การใช้เซลล์ไข่อายุน้อยด้วยการฝากไข้จึงทำให้ลดโอกาสเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์

  • สามารถคัดกรองถึงโรคติดต่อและโรคทางพันธุกรรมที่สามารถติดต่อจากแม่สู่ลูกได้ ทำให้เลี่ยงการให้กำเนิดทารกที่มีความผิดปกติ

  • สามารถวางแผนการมีบุตรได้ง่ายขึ้น

  • แก้ปัญหาภาวะมีบุตรยากได้อย่างตรงจุด

     

ข้อจำกัดการฝากไข่

  • ในผู้ที่สภาพร่างกายไม่พร้อม เช่น อยู่ในขณะการฉายแสงและการทำคีโมเพื่อรักษาโรคมะเร็ง การเป็นโรคติดต่อที่สามารถแพร่จากแม่สู่ลูกได้ ไม่สามารถทำการเก็บไข่ได้ จนกว่าจะรักษาตัวจนเป็นปกติ

  • ผู้หญิงที่อายุมากกว่า 35 ปี อาจมีจำนวนเซลล์ไข่น้อย ทำให้ต้องเก็บไข่มากกว่า 1 รอบ และในผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปีการเก็บไข่จะไม่ช่วยตอบโจทย์เรื่องปัญหาภาวะมีบุตรยากเพราะเซลล์ไข่คุณภาพไม่ดีและจำนวนน้อยมาก

  • มีค่าใช้จ่ายในการฝากไข่ในแต่ละปี

  • อาจเกิดภาวะรังไข่ตอบสนองต่อการกระตุ้นมากเกินไป ทำให้เกิดอาการท้องอืดได้

  • อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ จากขั้นตอนการเก็บไข่ เช่น การติดเชื้อในช่องท้องและช่องคลอด การกระทบไปถึงอวัยวะข้างเคียงเช่น ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

 

ขั้นตอนการปฏิบัติตัวหลังฝากไข่

  • งดการมีเพศสัมพันธ์หลังทำการฝากไข่

  • งดการออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก

อาการที่พบได้หลังฝากไข่

  • ปวดท้องเล็กน้อย สามารถทานยาพาราเซตามอลแก้ปวดได้

  • เลือดออกทางข่องคลอด เป็นอาการข้างเคียงของการฝากไข่ เลือดจะไหลออกมาเพียงเล็กน้อยและสามารถหยุดได้เองใน 3-4 วันหลังเก็บไข่

  • อาการท้องอืด รังไข่บวมจากการกระตุ้นไข่ สามารถทานไข่ขาวมาก ๆ วันละประมาณ 2-4 ฟองช่วยลดอาการท้องอืดได้

  • หากอาการปวดท้องรุนแรง หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดมากควรเข้ามาพบแพทย์

     

ค่าใช้จ่าย 

การฝากไข่มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงโดยประมาณ 100,000-200,000 บาทขึ้นกับสถานพยาบาลในแต่ละที่ และยังมีค่าเก็บรักษาที่จะต้องจ่ายในแต่ละปี แต่หากวางแผนการมีบุตรในอนาคตที่แน่นอนแล้วค่าใช้จ่ายจากการฝากไข่อาจไม่มากเกินไปเมื่อแลกกับการประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน