• AllYouShouldKnow
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2021-09-29
  • จำนวนเรื่อง : 32
  • จำนวนผู้ชม : 13746
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
AllYouShouldKnow
รวมหลากเรื่องสุขภาพที่ทุกคนควรรู้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/AllYouShouldKnow
วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม 2565
Posted by AllYouShouldKnow , ผู้อ่าน : 391 , 14:24:31 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผลัดเซลล์ผิว เพื่อผิวหน้าที่เรียบเนียน กระจ่างใส

การผลัดเซลล์ผิว เป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกายที่จะมีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นทดแทนเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป แต่กระบวนการนี้จะใช้เวลายาวนานขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น เลยทำให้มีการสะสมของเซลล์ผิวเก่าผสมรวมกับน้ำมันบนใบหน้า ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน แล้วก่อให้เกิดสิวในที่สุด 

ฉะนั้นจึงได้มีการคิดค้นหาวิธีที่จะช่วยให้วงจรการผลัดเซลล์ดำเนินได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการทำด้วยตนเอง หรือใช้ตัวช่วย เช่น สารเร่งผลัดเซลล์ผิว เป็นต้น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ เซลล์เกิดใหม่ที่มีความอวบอิ่มกว่า สวยงามกว่า ชุ่มชื้นกว่า ช่วยทำให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื้น ดูสดใส เรียบเนียน และชะลอกการเกิดริ้วรอยได้

ผลัดเซลล์ผิวหน้า เพื่อผิวกระจ่างใส

ผลัดเซลล์ผิวหน้า มีวิธีใดบ้าง

โดยธรรมชาติผิวหนังจะมีวงจรการผลัดเซลล์ผิวทุกๆ 28 วัน  กระบวนการนี้จะเป็นการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนที่ตายหลุดออกเป็นขึ้ไคล แล้วเผยผิวใหม่มาทดแทน แต่วงจรนี้ถูกขัดขวางจากหลายสาเหตุ เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น แสงแดด มลภาวะ การพักผ่อนน้อย และปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการสะสมของเซลล์ผิวชิ้นนอก เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ หยาบกร้าน อุดตัน รูขุมขนกว้าง ดังนั้นเรามี 2 วิธีหลักๆ ในการผลัดเซลล์ผิวหน้า

การผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีทางกายภาพ (Physical Exfoliator)

เป็นการจัดการเซลล์ผิวเก่าด้วยวิธีสครับผิว ขัดด้วยใยขัดผิว ซึ่งสามารถทำเองได้ แต่ในบางครั้งหรือคนที่ไม่ชำนาญ สามารถทำให้เกิดแผล หรือผิวหน้าระคายเคืองได้  วิธีนี้ไม่เหมาะกับผิวแห้ง ผิวไวต่อการกระตุ้นผิวระคายเคืองง่าย

การผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีกายภาพ

การผลัดเซลล์ผิวด้วยการใช้สารเคมี (Chemical Exfoliants)

เป็นการจัดการเซลล์ผิวเก่าด้วยวิธีการใช้กรดหรือสารที่มีสรรพคุณในการผลัดเซลล์ผิว วิธีนี้เป็นวิธีที่มีความอ่อนโยนต่อผิวมากกว่าวิธีทางกายภาพ  เพราะเป็นการเลือกใช้ครีมบำรุงผิวและเซรั่มที่มี AHA และ BHA บนผิวหน้าแทนการใช้อุปกรณ์มาขัดผิว วิธีนี้สามารถผลัดเซลล์ผิวได้ทั่วถึงและสม่ำเสมอ

การผลัดเซลล์ผิวด้วยการใช้สารเคมี

ข้อดี-เสีย ของการผลัดเซลล์ผิวหน้า

อย่างที่รู้ ๆ กันดีว่ากระบวนการผลัดเซลล์ผิวหน้าสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ เป็นวัฎจักรของร่างกาย แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่มีปัจจัยใด ๆ มาชะลอกระบวนการนี้  ก็จำเป็นต้องมีการใช้วิธีต่าง ๆ มาทำการผลัดเซลล์ผิวหน้าเอง ดังนั้นจึงควรศึกษาถึงทั้งข้อดีและข้อเสีย ก่อนที่จะทำการตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับเรา

ข้อดีของการผลัดเซลล์ผิวหน้า

  • มีเซลล์ใหม่ที่กระจ่างใสกว่าขึ้นมาทดแทนเซลล์เก่า

  • ผิวหน้าสะอาดขึ้นจากการขจัดเซลล์ที่ตายแล้วออกไป

  • ลดการอุดตันของรูขุมขนที่เกิดจากเซลล์ผิวเก่าผสมกับน้ำมันบนใบหน้า

  • ทำให้ผิวซึมซับสกินแคร์บำรุงผิวต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

ข้อเสียของการผลัดเซลล์ผิวหน้า

  • ทำให้ใบหน้าหมองคล้ำ

  • เกิดการสะสมของมลภาวะบนเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

  • อาจเกิดการอุดตันของรูขุมขน

  • ทำให้หน้าแห้งหยาบกร้านจากการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

  • ครีมบำรุงผิวที่ใช้ไม่สามารถทะลุชั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ 

สารประกอบที่เกี่ยวข้องในการผลัดเซลล์ผิวหน้า

การผลัดเซลล์ผิวหน้ามีการใช้สารประกอบที่ได้รับการรับรองจากงานวิจัยแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการลดสิวอุดตัน  สารที่นำไปใช้มี

  1. “BHA” ซึ่งได้แก่ Salicylic Acid เป็นสารผลัดเซลล์ที่ละลายในน้ำมันได้ สามารถซึมลงในรูขุมขน

เพื่อผลัดเซลล์ผิว ปรับสภาพรูขุมขน ลดการอุดตันได้ดี พร้อมฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ความเข้มข้นที่เหมาะสม คือ 1-2% และ

  1. “AHA” คือ Glycolic Acid และ Lactic Acid มีโมเลกุลเล็กจึงซึมลงสู่ผิวได้ดี ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ไม่ควรมีความเข้มข้นเกิน 10% สำหรับผิวหน้า และ 15% สำหรับผิวกาย

  2. นอกจากนี้ยังมีสาร “PHA” ที่ทำหน้าผลัดเซลล์คล้ายกับ AHAs แต่มีขนาดโมเลกุลใหญ่กว่า ก่อความระคายเคืองน้อยกว่า

“LHA” ทำหน้าที่คล้าย BHA แต่ระคายเคืองน้อยกว่า ช่วยรักษาสิว ลดการอุดตัน จึงเหมาะกับผิวที่มีรูขุมขนกว้าง ผิวมัน มีสิวอุดตันและมีริ้วรอย

สารประกอบที่เกี่ยวกับการผลัดเซลล์ผิวหน้า

สาร AHA และ BHA แตกต่างกันอย่างไร

สาร  Lactic Acid (AHA) มีประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่อ่อนโยนกว่า Glycolic Acid (AHA)  อย่างมีนัยสำคัญ และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว 

โดยตัวสารเองเป็นสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ(Natural moisturizer factor : Natural Acid) ที่มีอยู่ในผิวหนังอยู่แล้ว จึงช่วยให้กระบวนการผลัดเปลี่ยน เซลล์ผิวเกิดขึ้นอย่างอ่อนโยนตามธรรมชาติ ไม่ทำให้ผิวบาง เหมาะสำหรับผิวมันและคนที่มีผิวแพ้ง่ายถ้าใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

AHA มีโมเลกุลที่เล็กและซึมลงผิวได้ดีกว่า ละลายในน้ำ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังอีกด้วย แต่ต้องระวังความเข้มข้นตอนใช้ไม่ให้เกิน 10% มิฉะนั้นเทนที่จะช่วยลดเลือนรอยสิว จุดด่างดำและสิวอุดตันก็จะปลี่ยนเป็นทำร้ายผิวหนังแทนได้

สาร Salicylic Acid (BHA) มีประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวเหมือนกับ AHA แต่ละลายในน้ำมันได้ จึงสามารถเข้าไปทำความสะอาดรูขุมขนได้ล้ำลึกกว่า  ดังนั้น BHA จะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสิว ผิวธรรมดา-ผิวมันรูขุมขนกว้างมากกว่า

BHA เป็นสารที่มีเข้มข้นน้อยกว่า AHA และละลายได้ดีในน้ำมัน ช่วยให้การผลัดเซลล์ที่ตายแล้วให้เร็วขึ้นช่วยปรับรูขุมขนให้เล็กลง ลดการอุดตัน ควรใช้ที่ความเข้มข้นประมาณ 1-2% เท่านั้น และควรหยุดหาแพทย์ถ้าเกิดระคายเคือง ผิวแห้งงหลุดลอก

วิธีผลัดเซลล์ผิวสำหรับสภาพผิวแต่ละชนิด

การผลัดเซลล์ผิวหน้าที่มีสารเร่ง AHA และ BHA นั้น ควรต้องเลือกให้เหมาะกับผิวของเราที่สุด เพราะเมื่อผิวหน้าสูญเสียผิวหนังชั้นนอกที่คอยปกป้องผิวเอาไว้แล้ว อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายขึ้น และอาจเป็นต้นเหตุในการเกิดสิว ผด ผื่น รวมไปถึงการสูญเสียความชุ่มชื้นของชั้นผิว ทำให้เซลล์ผิวด้านล่างเกิดการหดตัวซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดริ้วรอยในอนาคนได้ด้วย

ข้อแนะนำในการใช้สารเร่งการผลัดเซลล์ ให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าแต่ละประเภทพ จะมีตามรายละเอียดที่จะได้กล่าวต่อไป

ในขณะเดียวกัน มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว 2 ตัว โดยยี่ห้อแนะนำ คือ

  • Sebium Lotion ของ Bioderma

เป็นโทนเนอร์น้ำตบ ที่มีส่วนช่วยในการปรับค่า pH บนผิว ลดการเกิดสิว หรือ อาการแพ้  ตัวโทนเนอร์มีส่วนผสมของ BHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวหน้าได้อย่างอ่อนโยน ให้ใช้ก่อนใช้สกินแคร์บำรุงผิวอื่น ๆ  เหมาะสำหรับผิวผสม - ผิวมัน

  • Sebium Pore Refiner ของ Bioderma

เป็นครีมบำรุงผิวสำหรับผิวมัน - ผิวผสม เป็นสิวง่าย ช่วยควบคุมมันและกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ตัวครีมมีส่วนผสมของ AHA และ BHA ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว

สำหรับผิวธรรมดา

สามารถใช้สารเร่งการผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA BHA ได้ หรือจะใช้สครับด้วยก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ควรใช้สารเร่งในการผลัดเซลล์ แล้วตามด้วยการใช้สครับพร้อมกัน

สำหรับผิวแห้ง

ควรใช้เฉพาะสารเร่งการผลัดเซลล์ผิว AHA เท่านั้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวให้รับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่น ๆ ได้ดีขึ้น  และห้ามใช้สครับเด็ดขาด เพราะจะก่อให้การระคายเคือง หรือบาดแผลได้

สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย

สามารถใช้สารเร่งการผลัดเซลล์ผิว BHA ที่มีความเข้มข้นน้อยลงและอ่อนโยนต่อผิว เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดระคายเคืองเป็นผื่น หรือเกิดอาการแพ้ได้ง่าย งดใช้สครับจะดีที่สุด

สำหรับผิวมัน

สามารถใช้สารเร่งการผลัดเซลล์ผิวได้ทั้ง AHA และ BHA และใช้สครับได้ด้วยเช่นกัน แต่ สาร BHA น่าจะดีกว่าเพราะละลายได้ดีในน้ำมัน และช่วยปรับรูขุมขนให้เล็กลง ควบคุมความมันได้ดีขึ้น แนะนำว่าไม่ควรใช้สารเร่งการผลัดเซลล์ผิวร่วมกับสครับพร้อมกัน

ผลิตภัณฑ์ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวหน้า Sebium Lotion ของ Bioderma

ผลิตภัณฑ์ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวหน้า Sebium Pore Refiner ของ Bioderma

คำถามที่พบบ่อย

  1. ควรผลัดเซลล์ผิวบ่อยครั้งแค่ไหน

ไม่ควรเกินสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งหากเราใช้วิธีขัดหรือสครับผิวหน้า เพราะเซลล์ผิวหน้าก็มีวงจรเวลาในการผลัดเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนเหมือนกัน อย่างไรก็ดีความถี่ในการใช้นั้นก็ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย ฉะนั้นควรทดลองใช้เองและปรับให้เข้ากับตัวเองมากที่สุด

  1. ผลัดเซลล์ผิวหน้า ห้ามใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์รักษาสิวใช่หรือไม่

ไม่ควรใช้ควบคู่กัน เพราะผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีส่วนผสมของเรตินอลหรือเบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ ไม่ควรใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวหน้า เนื่องจากจะทำให้ผิวระคายเคือง ผิวลอก หรืออาจทำให้สิวเห่อขึ้นได้

  1. ตั้งครรภ์ สามารถผลัดเซลล์ผิวหน้าได้ไหม

ไม่แนะนำให้ใช้ ถึงแม้จะยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารเคมีในการผลัดเซลล์ผิวจะมีผลกระทบต่อเด็กในครรภ์

สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่ม BHAs ที่สามารถซึมลึกเข้าสู่ผิวได้มากกว่า ไม่แนะนำให้ใช้เลย  แต่ผลิตภัณฑ์กลุ่ม AHAs ที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกเท่านั้น ก็ยังต้องปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนใช้เสมอ




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน