พิมพ์หน้านี้
|
การท่องเที่ยวโดยชุมชนช่วยลดโลกร้อน? พจนา สวนศรี โครงการจัดตั้งสถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ------------------------------------------------------------- ภาวะโลกร้อน เริ่มมีการพูดถึงกันหนาหูมากขึ้น และการท่องเที่ยวก็เป็นอีกตัวการหนึ่งที่ทำให้โลกร้อนเร็วขึ้น เพราะเมื่อคนเริ่มเดินทางท่องเที่ยวกระบวนการของการบริโภคที่ฟุ่มเฟือยก็เริ่มขึ้น เปรียบเสมือนผีเสื้อขยับปีกก็สะเทือนถึงดวงดาว โลกเปื้อนมลพิษ ว่ากันว่าการเดินทางโดยเครื่องบิน ก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นภัยใหญ่หลวงต่อสภาพอากาศ ยิ่งปัจจุบันมี Low cost airline ด้วยแล้ว ยิ่งส่งเสริมให้คนตัดสินใจการเดินทางด้วยเครื่องบินกันง่ายขึ้น หรือแม้แต่การใช้รถส่วนตัวขับไปเที่ยวแทนที่จะใช้รถโดยสารประจำทางก็เป็นการร่วมสร้างมลพิษเช่นกัน สำหรับพวกชอบอาบน้ำในอ่างตามโรงแรม ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ทรัพยากรน้ำสิ้นเปลือง กระบวนการสูบน้ำ การบำบัดน้ำเสีย ก็ต้องใช้พลังงานอีกเหมือนกัน การที่บ้านเราอากาศร้อนการเปิดแอร์ก็ยิ่งเป็นการเร่งการปล่อยความร้อนสู่โลกเพิ่มมากขึ้น การไปกินหมูกะทะสักมื้อยังสร้างมลภาวะทางอากาศเลย ความงามมลายหาย สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ก็กำลังหวั่นไหวต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงของโลก แหล่งปะการังสวยงามในประเทศ มีแนวโน้มจะลดความงามลงเพราะภาวะกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ มีการพยากรณ์ว่าจากการที่โลกร้อนขึ้นกระแสน้ำในมหาสมุทรจะเพิ่มขึ้น อีกไม่นานเกาะมัลดีฟ เกาะสวรรค์ของนักเดินทางก็อาจจะจมลงได้ใน 20 ปีข้างหน้า สำหรับผู้นิยมชมชอบการเล่นสกีในเทือกเขาแอลป์ในอีก 2 ทศวรรษหน้าก็อาจไม่มีที่ให้ไปโลดแล่นประลองความเร็วท่ามกลางความหนาว เนื่องจากไม่มีหิมะตกหนาเพียงพอที่จะเป็นเล่นสกีได้ บ้านเราฤดูฝนก็อาจจจะยาวนานกว่าปกติ ยากลำบากในการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ปรากฎการสึนามิที่แถบทะเลอันดามัน ก็เป็นตัวชี้วัดหนึ่งว่าโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เที่ยว...ไม่ใช่ มีคนบอกว่าหากอยากช่วยให้โลกร้อนช้าลง ต้องหยุดการท่องเที่ยว ซึ่งในความเป็นจริงเป็นไปได้ยาก เพราะการท่องเที่ยวเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของชีวิตของมนุษย์ คนที่ทำงานหนักย่อมต้องการพักผ่อน และการท่องเที่ยวก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพักผ่อนของคนบนโลกนี้ไปแล้ว การท้าทายให้หยุดเที่ยว เป็นเรื่องน่าคิด แต่ยากที่จะปฎิบัติ ทางออกของวิกฤตที่อาจเป็นโอกาสของคนเล็กคนน้อย ที่จะต่อเชื่อมกับกระแสความตื่นตัวของสังคม เมื่อเลิกเที่ยวไม่ได้ ก็ให้เที่ยวอย่างห่วงใยต่อโลกและคนท้องถิ่น ซึ่งการท่องเที่ยวโดยชุมชนอาจเป็นคำตอบของทางออกนี้ได้ ทำไมการท่องเที่ยวโดยชุมชนช่วยลดโลกร้อน เก็บผักจากสวน ใช้น้ำจากป่า ใช้แสงแดดตากผ้า จากปรากฏการณ์รูปธรรมเหล่านี้ก็พอจะบอกได้แล้วว่า กระบวนการผลิตของคนในชุมชนไม่ซับซ้อน และไม่ได้ใช้พลังงานแบบทวีคูณเหมือนกับโรงแรมหรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมท่องเที่ยวแบบสวนสนุก หรือสถานบันเทิง หากแต่ใช้ธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนเป็นฐานในการดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยว เพียงแต่ต้องมีการจัดการให้มีการกระจายตัวของการท่องเที่ยว ไม่ให้แออัดและเบียดขับชีวิตคนท้องถิ่นให้เบี่ยงเบนวิถีสู่การเอาใจนักท่องเที่ยวจนเกินงามเกินกว่าธรรมชาติจะรองรับ หรือวุ่นวายจนวิถีชีวิตวัฒนธรรมเปลี่ยนไป ปรับความร้อนสู่ความรู้ กระบวนการเรียนรู้จากความเรียบง่ายของการใช้ชีวิตของคนในท้องถิ่นที่อยู่กับฐานการผลิตที่อิงแอบกับทรัพยากรธรรมชาติ เช่นชนเผ่าปกากญอที่มีชีวิตผูกพันกับป่า สามารถสร้างความเข้าใจถึงความเรียบง่ายในการใช้ชีวิตที่อยู่อย่างพอเพียงและพึ่งพาธรรมชาติจากการพานักท่องเที่ยวไปเรียนรู้เรื่องการทำไร่หมุนเวียนว่าไม่ใช่การทำลายป่า แต่เป็นการสร้างผืนป่าและผืนไร่ให้เป็นแหล่งอาหารที่มั่นคงแก่คนบนดอยมานับร้อยปี เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชที่หลากหลายทั้งข้าว ข้าวโพด ถั่ว งา และผักต่าง ๆ มากกว่า 40 ชนิด ให้คนบนดอยได้มีอาหารที่หลากหลายกินได้ทั้งปี โดยไม่ต้องใช้สารเคมีเร่งการเพาะปลูก นอกจากแหล่งผลิตแล้วยังมีแหล่งอนุรักษ์เพื่อยังความชุ่มชื้นและความอุดมสมบูรณ์สู่แหล่งผลิตนั่นคือการมีป่าอนุรักษ์เพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แหล่งอาหารทางเลือกและสมุนไพร เป็นการอนุรักษ์ที่มีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ชาวประมงพื้นบ้าน ที่การอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งเพียง 3 กิโลเมตรจากชายฝั่งอย่างเข้มข้น สามารถช่วยให้ทะเลคงความอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งทำมาหากินได้อย่างไม่ขาดแคลน และสามารถสร้างแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำขนาดเล็กให้กับท้องทะเล แบ่งปันให้กับชาวประมงในถิ่นอื่น สร้างแนวกำบังคลื่นลมด้วยการรักษาป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งดูดซับน้ำเสียจากชายฝั่งไม่ให้ทำลายปะการังในท้องทะเล จากความรู้สู่ความเข้าใจ กระบวนการเรียนรู้ที่อยู่ร่วมและใช้ชีวิตสัมผัสกับคนท้องถิ่นในพื้นที่ที่มีการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นกระบวนการที่ให้การศึกษา เห็นปรัชญาในการใช้ชีวิต สามารถสร้างให้คนตั้งคำถามเพื่อนำสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องทัศนคติต่อคนท้องถิ่น การมองธรรมชาติอย่างเข้าใจในมิติที่ลึกซึ้ง เชื่อมโยง และไม่ซับซ้อน การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคนที่ผ่านการหล่อหลอมแบบวิถีเมืองให้เข้าใจวิถีชนบท วิถีป่า และวิถีธรรมชาติ จะเป็นแนวร่วมที่สำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงเริ่มจากข้างใน เริ่มจากความคิด ความรู้ สู่ทัศนคติและเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ใช่เฉพาะการท่องเที่ยวโดยชุมชน....แต่กลไกต้องขับเคลื่อน การท่องเที่ยวโดยชุมชนไม่ใช่เป็นคำตอบสุดท้ายหรือคำตอบเดียวสำหรับแก้ปัญหาโลกร้อน แต่เป็นแสงแห่งความหวังจากการมองท่องเที่ยวเป็นตัวการร้าย เป็นการส่งเสริมให้คนรู้จักเที่ยวเพื่อเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตชนบทที่อยู่อย่างพึ่งพาธรรมชาติและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเครื่องมือในการลดโลกร้อนได้อีกช่องทางหนึ่ง แต่มาตรการอื่น ๆ ที่ต้องทำไม่ว่าจะเป็นมาตรการด้านภาษีสิ่งแวดล้อมสำหรับสายการบินราคาถูก การแซงชั่นประเทศที่ไม่มีมาตรการในการลดการปล่อยสารพิษที่ก่อนให้เกิดภาวะเรือนกระจก การสร้างมาตรการให้ผู้ผลิตมลภาวะต้องรับผิดชอบในการบำบัดหรือจัดการกับของเสีย ก็ต้องทำควบคู่กันไปอย่างเข้มข้นเช่นกัน |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||