• อานานนนนน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anan@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-27
  • จำนวนเรื่อง : 95
  • จำนวนผู้ชม : 31561
  • จำนวนผู้โหวต : 99
  • ส่ง msg :
Anan
ข่าว ภาพและเรื่องทั่วไปที่น่าสนใจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Anan
วันพุธ ที่ 23 มกราคม 2551
การท่องเที่ยวโดยชุมชนช่วยลดโลกร้อน?
Posted by อานานนนนน , ผู้อ่าน : 255 , 20:59:10 น.  
พิมพ์หน้านี้


การท่องเที่ยวโดยชุมชนช่วยลดโลกร้อน?

พจนา   สวนศรี

โครงการจัดตั้งสถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

-------------------------------------------------------------

ภาวะโลกร้อน  เริ่มมีการพูดถึงกันหนาหูมากขึ้น  และการท่องเที่ยวก็เป็นอีกตัวการหนึ่งที่ทำให้โลกร้อนเร็วขึ้น  เพราะเมื่อคนเริ่มเดินทางท่องเที่ยวกระบวนการของการบริโภคที่ฟุ่มเฟือยก็เริ่มขึ้น  เปรียบเสมือนผีเสื้อขยับปีกก็สะเทือนถึงดวงดาว 

โลกเปื้อนมลพิษ

ว่ากันว่าการเดินทางโดยเครื่องบิน  ก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นภัยใหญ่หลวงต่อสภาพอากาศ  ยิ่งปัจจุบันมี Low cost airline ด้วยแล้ว  ยิ่งส่งเสริมให้คนตัดสินใจการเดินทางด้วยเครื่องบินกันง่ายขึ้น  หรือแม้แต่การใช้รถส่วนตัวขับไปเที่ยวแทนที่จะใช้รถโดยสารประจำทางก็เป็นการร่วมสร้างมลพิษเช่นกัน   สำหรับพวกชอบอาบน้ำในอ่างตามโรงแรม  ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ทรัพยากรน้ำสิ้นเปลือง  กระบวนการสูบน้ำ  การบำบัดน้ำเสีย  ก็ต้องใช้พลังงานอีกเหมือนกัน  การที่บ้านเราอากาศร้อนการเปิดแอร์ก็ยิ่งเป็นการเร่งการปล่อยความร้อนสู่โลกเพิ่มมากขึ้น   การไปกินหมูกะทะสักมื้อยังสร้างมลภาวะทางอากาศเลย 

ความงามมลายหาย

สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม   ก็กำลังหวั่นไหวต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงของโลก  แหล่งปะการังสวยงามในประเทศ  มีแนวโน้มจะลดความงามลงเพราะภาวะกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ  มีการพยากรณ์ว่าจากการที่โลกร้อนขึ้นกระแสน้ำในมหาสมุทรจะเพิ่มขึ้น  อีกไม่นานเกาะมัลดีฟ   เกาะสวรรค์ของนักเดินทางก็อาจจะจมลงได้ใน 20 ปีข้างหน้า   สำหรับผู้นิยมชมชอบการเล่นสกีในเทือกเขาแอลป์ในอีก 2 ทศวรรษหน้าก็อาจไม่มีที่ให้ไปโลดแล่นประลองความเร็วท่ามกลางความหนาว  เนื่องจากไม่มีหิมะตกหนาเพียงพอที่จะเป็นเล่นสกีได้  บ้านเราฤดูฝนก็อาจจจะยาวนานกว่าปกติ   ยากลำบากในการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น   ปรากฎการสึนามิที่แถบทะเลอันดามัน  ก็เป็นตัวชี้วัดหนึ่งว่าโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตมากขึ้นเรื่อย ๆ 

ไม่เที่ยว...ไม่ใช่

                        มีคนบอกว่าหากอยากช่วยให้โลกร้อนช้าลง  ต้องหยุดการท่องเที่ยว  ซึ่งในความเป็นจริงเป็นไปได้ยาก  เพราะการท่องเที่ยวเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของชีวิตของมนุษย์  คนที่ทำงานหนักย่อมต้องการพักผ่อน  และการท่องเที่ยวก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพักผ่อนของคนบนโลกนี้ไปแล้ว   การท้าทายให้หยุดเที่ยว  เป็นเรื่องน่าคิด  แต่ยากที่จะปฎิบัติ   ทางออกของวิกฤตที่อาจเป็นโอกาสของคนเล็กคนน้อย  ที่จะต่อเชื่อมกับกระแสความตื่นตัวของสังคม  เมื่อเลิกเที่ยวไม่ได้  ก็ให้เที่ยวอย่างห่วงใยต่อโลกและคนท้องถิ่น  ซึ่งการท่องเที่ยวโดยชุมชนอาจเป็นคำตอบของทางออกนี้ได้

ทำไมการท่องเที่ยวโดยชุมชนช่วยลดโลกร้อน

เก็บผักจากสวน  ใช้น้ำจากป่า  ใช้แสงแดดตากผ้า  จากปรากฏการณ์รูปธรรมเหล่านี้ก็พอจะบอกได้แล้วว่า  กระบวนการผลิตของคนในชุมชนไม่ซับซ้อน  และไม่ได้ใช้พลังงานแบบทวีคูณเหมือนกับโรงแรมหรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมท่องเที่ยวแบบสวนสนุก  หรือสถานบันเทิง  หากแต่ใช้ธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนเป็นฐานในการดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยว   เพียงแต่ต้องมีการจัดการให้มีการกระจายตัวของการท่องเที่ยว  ไม่ให้แออัดและเบียดขับชีวิตคนท้องถิ่นให้เบี่ยงเบนวิถีสู่การเอาใจนักท่องเที่ยวจนเกินงามเกินกว่าธรรมชาติจะรองรับ  หรือวุ่นวายจนวิถีชีวิตวัฒนธรรมเปลี่ยนไป

ปรับความร้อนสู่ความรู้

                        กระบวนการเรียนรู้จากความเรียบง่ายของการใช้ชีวิตของคนในท้องถิ่นที่อยู่กับฐานการผลิตที่อิงแอบกับทรัพยากรธรรมชาติ  เช่นชนเผ่าปกากญอที่มีชีวิตผูกพันกับป่า  สามารถสร้างความเข้าใจถึงความเรียบง่ายในการใช้ชีวิตที่อยู่อย่างพอเพียงและพึ่งพาธรรมชาติจากการพานักท่องเที่ยวไปเรียนรู้เรื่องการทำไร่หมุนเวียนว่าไม่ใช่การทำลายป่า  แต่เป็นการสร้างผืนป่าและผืนไร่ให้เป็นแหล่งอาหารที่มั่นคงแก่คนบนดอยมานับร้อยปี  เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชที่หลากหลายทั้งข้าว ข้าวโพด ถั่ว งา และผักต่าง ๆ มากกว่า 40 ชนิด  ให้คนบนดอยได้มีอาหารที่หลากหลายกินได้ทั้งปี  โดยไม่ต้องใช้สารเคมีเร่งการเพาะปลูก   นอกจากแหล่งผลิตแล้วยังมีแหล่งอนุรักษ์เพื่อยังความชุ่มชื้นและความอุดมสมบูรณ์สู่แหล่งผลิตนั่นคือการมีป่าอนุรักษ์เพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร  แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า  แหล่งอาหารทางเลือกและสมุนไพร  เป็นการอนุรักษ์ที่มีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน 

                        ชาวประมงพื้นบ้าน  ที่การอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งเพียง 3 กิโลเมตรจากชายฝั่งอย่างเข้มข้น  สามารถช่วยให้ทะเลคงความอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งทำมาหากินได้อย่างไม่ขาดแคลน  และสามารถสร้างแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำขนาดเล็กให้กับท้องทะเล  แบ่งปันให้กับชาวประมงในถิ่นอื่น  สร้างแนวกำบังคลื่นลมด้วยการรักษาป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งดูดซับน้ำเสียจากชายฝั่งไม่ให้ทำลายปะการังในท้องทะเล

จากความรู้สู่ความเข้าใจ

                        กระบวนการเรียนรู้ที่อยู่ร่วมและใช้ชีวิตสัมผัสกับคนท้องถิ่นในพื้นที่ที่มีการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน  เป็นกระบวนการที่ให้การศึกษา  เห็นปรัชญาในการใช้ชีวิต  สามารถสร้างให้คนตั้งคำถามเพื่อนำสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องทัศนคติต่อคนท้องถิ่น  การมองธรรมชาติอย่างเข้าใจในมิติที่ลึกซึ้ง  เชื่อมโยง และไม่ซับซ้อน  การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคนที่ผ่านการหล่อหลอมแบบวิถีเมืองให้เข้าใจวิถีชนบท วิถีป่า และวิถีธรรมชาติ  จะเป็นแนวร่วมที่สำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงเริ่มจากข้างใน   เริ่มจากความคิด  ความรู้ สู่ทัศนคติและเปลี่ยนพฤติกรรม 

ไม่ใช่เฉพาะการท่องเที่ยวโดยชุมชน....แต่กลไกต้องขับเคลื่อน

                        การท่องเที่ยวโดยชุมชนไม่ใช่เป็นคำตอบสุดท้ายหรือคำตอบเดียวสำหรับแก้ปัญหาโลกร้อน  แต่เป็นแสงแห่งความหวังจากการมองท่องเที่ยวเป็นตัวการร้าย  เป็นการส่งเสริมให้คนรู้จักเที่ยวเพื่อเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตชนบทที่อยู่อย่างพึ่งพาธรรมชาติและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ   เป็นเครื่องมือในการลดโลกร้อนได้อีกช่องทางหนึ่ง   แต่มาตรการอื่น ๆ ที่ต้องทำไม่ว่าจะเป็นมาตรการด้านภาษีสิ่งแวดล้อมสำหรับสายการบินราคาถูก   การแซงชั่นประเทศที่ไม่มีมาตรการในการลดการปล่อยสารพิษที่ก่อนให้เกิดภาวะเรือนกระจก  การสร้างมาตรการให้ผู้ผลิตมลภาวะต้องรับผิดชอบในการบำบัดหรือจัดการกับของเสีย  ก็ต้องทำควบคู่กันไปอย่างเข้มข้นเช่นกัน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
เด็กบ้านนอก วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 22.23 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-nork

ไปไหนดีอ่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31