• สราลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : Khunaunchit@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 547
  • จำนวนผู้ชม : 37131
  • จำนวนผู้โหวต : 100
  • ส่ง msg :
อนุชิต อินทรนุ่ม ประธานยุวประชาธิปัตย์ จ.พัทลุง
ยุวประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์
Permalink : http://www.oknation.net/blog/AnuchitIntranum
วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม 2550
จัดมหกรรมยำระบอบ"ทักษิณ" ลบหลู่สถาบัน ชูคมช.ฮีโร่-คืนประชาธิปไตย
Posted by สราลี , ผู้อ่าน : 90 , 09:07:24 น.  
พิมพ์หน้านี้


จัดมหกรรมยำระบอบ"ทักษิณ" ลบหลู่สถาบัน ชูคมช.ฮีโร่-คืนประชาธิปไตย
 
ร่วมมือ : พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ,พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช., ,นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธาน สสร., นายอภิชาต สุขัคคานนท์ กกต. พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ รองประธาน สนช.จับมือชูร่วมกัน ภายหลังร่วมลงนามปฎิญาณการเมืองไทย เมื่อวันที่3 สิงหาคม

"สุรยุทธ์"นำทีม5ผู้นำประกาศปฏิญญาพัฒนาการเมือง
ปลุกระดมคนไทยแทนคุณแผ่นดินลงประชามติ19สิงหา
ดีเบทร่างรัฐธรรมนูญเดือดม็อบฝ่ายต้านบุกโห่ฝ่ายหนุน
"มีชัย"ขวางออกกม.ลูกห้าม111ถูกตัดสิทธิขึ้นเวทีปราศรัย

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 สิงหาคม ที่ อิมแพคเมืองทองธานี รัฐบาลได้งาน "มหกรรมประชาธิปไตย" : ปฏิญญาพัฒนาการเมืองไทย 2550 โดยมีบุคคลสำคัญมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ,พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ,นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.), นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติคนที่ 1 (สนช.) พร้อมด้วยรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ นายตำรวจ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักเรียน นักศึกษา พระสงฆ์ ประชาชนและอาสาพัฒนาประชาธิปไตยร่วมงานหลายพันคน

เปิดเวทีถล่มรัฐบาลทักษิณอ่วม
ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการฝ่ายจัดงานได้ฉายภาพวีดีโอแสดงความจำเป็นของการจัดงานครั้งนี้ให้กับผู้ร่วมงานได้ชมโดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า รัฐบาลที่แล้วมีการแทรกแซงองค์กรอิสระ และมีการลบหลู่สถาบันเบื้องสูง การกระทำดังกล่าวนับวันได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น กระบวนประชาธิปไตยกลางรัฐสภาต้องหยัดชะงัก เนื่องจากรัฐบาลชิงความได้เปรียบทางการเมืองด้วยการยุบสภาฯ เพื่อหลบหลีกข้อซักถามที่ค้างคาใจคนไทยทั้งประเทศ
รวมทั้งมีการปิดกั้นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ อีกทั้งยังใช้สื่อของรัฐโหมกระหน่ำผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกับผู้นำรัฐบาล จนประชาชนได้รวมตัวกันประท้วงและเดินขบวนขับไล่รัฐบาลในที่สุด แต่รัฐบาลในขณะนั้นไม่รับฟังเสียงของประชาชน ยังคงเดินหน้าให้กกต.จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)เป็นการทั่วไปทั้งที่การจัดการเลือกตั้งดังกล่าวมีปัญหาเรื่องความไม่บริสุทธิ์และไม่เป็นธรรม

ชูคปค.เข้ามากอบกู้วิกฤติบ้านเมือง
" วันที่ 19 ก.ย. 2549 เป็นวันแห่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทย เมื่อคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(คปค.) ได้เข้ามากอบกู้สถานการณ์ของประเทศ โดยการยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลในขณะนั้น โดยมีประชาชนให้การสนับสนุนอย่างกว้างขวาง หลังจากนึดอำนาจคปค.ได้คืนอำนาจให้กลไกการเมืองตามปกติภายใน 12 วัน โดยการประกาศรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พ.ศ.2549 และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยทั้งประเทศและชาวโลกโดยการเดินหน้าขับเคลื่อนประชาธิปไตยด้วยการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทยฉบับถาวร จากการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกหมู่เหล่า บัดนี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรอยู่ในมือของประชาชนทั่วประเทศเพื่อรอการลงประชามติในวันที่ 19 ส.ค." เนื้อหาในวีดีโอระบุ

ประกาศปฎิญาพัฒนาการเมืองไทย
ต่อมา พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้นำกล่าวคำประกาศปฏิญญาพัฒนาการเมืองไทยฯว่า ราชอาณาจักรไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงประมุข เป็นศูนย์รวมจิตใจของปวนชนชาวไทย ซึ่งเป็นเสรีชนด้วยจิตวิญญาณตั้งแต่บรรพกาล โดยมีพระบูรพกษัตริยาธิราชเจ้าและองค์พระประมุขทรงเป็นธรรมาภิบาลปกป้องคุ้มครองขจัดผองภัย ธำรงไว้ซึ่งเอกราชของชาติไทยและความเป็นไทยตลอดมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง
ภายใต้พระบารมีและพระบรมโพธิสมภารแห่งองค์พระประมุขปัจจุบันได้สร้างความร่วมเย็นเป็นปึกแผ่น ปวงชนชาวไทยทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ต่างมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการบ้านเมืองทุกระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติทุกคนดำรงชีวิตโดยตั้งปณิธานและสำเหนียกแห่งวัฒนธรรมประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่สามารถธำรงไว้ซึ่งความเป็นประชาชาติอย่างมีเกียรติ์และมีศักดิ์ศรี เป็นที่ยอมรับโดยดุษฎีในสังคมนานาชาติสืบมาตราบเท่าทุกวันนี้ การเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย ดังนั้นการพัฒนาการเมืองจึงเป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทยทุกคนที่จะช่วยกันพัฒนาวิถีชีวิตประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในผืนแผ่นดิน

ตอกย้ำถึงสิทธิความเป็นชาวไทย
ด้วยพันธะดังกล่าว ปวงชนชาวไทยทั้งผองขอประกาศปฏิญญาพัฒนาการเมืองไทย 2550 ซึ่งเป็นหลักการสูงสุดทางการเมืองที่ปวงชนชาวไทยจะต้องยึดถือเป็นเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาการเมืองไทยว่า
1. ปวงชนชาวไทยมีสิทธิความเป็นชาวไทย สิทธิขั้นมูลฐาน ศักดิ์ศรีของความเป็นมุนษย์ สิทธิอยู่ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สิทธิครอบครัวและการดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศแห่งวงศ์ตระกูล สิทธิที่มีโอกาสประกอบอาชีพสุจริต สิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิในการรักษาขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น ตลอดจนสิทธิในการปกครองตนเองในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
2. ปวงชนชาวไทยมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้มีการบริหารแผ่นดินที่ยึดหลักนิติธรรม ภายใต้นิติรัฐ พัฒนา ประชาธิปไตยบนพื้นฐานความเชื่อมั่นที่ว่าทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ ที่จะดำรงชีวิตอยู่ภายใต้ระบอบการปกครองอย่างเสมอภาคกัน และยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตย ด้วยหลักแห่งอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนและมีกระบวนการยุติธรรมอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากลใช้ครรลองแห่งหลักการบริหาร โดยยึดหลักธรรรัฐาภิบาล หลักการถ่วงดุลอำนาจระหว่างนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ ตลอดจนการยอมรับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อดำรงไว้ซึ่งความสามัคคีของคนในชาติ

ต้องร่วมใจตอบแทนคุณแผ่นดิน
3. ปวงชนชาวไทยจะร่วมแรงร่วมใจตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด ส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย ให้เกิดความถูกต้อง เป็นธรรม เป็นไทย โดยสันติวิธี เน้นกระบวนการการเรียนรู้ร่วมกันทุกภาคส่วน และมีแผนพัฒนาการเมืองที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
จากนั้น พล.อ.สุรยุทธ ยังได้ กล่าวสุนทรพจน์ เปิดงาน "ในวโรกาสแห่งปีมหามงคล 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในนามของรัฐบาลผมขอเชิญชวนให้คนไทยทั้งประเทศร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอเชิญชวนคนไทยทุกคน ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ได้ลงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม นี้โดยพร้อมเพรียงกัน" พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าว
ขณะที่พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ประธานคมช.ร่วมกล่าว ขอเชิญชวนให้ประชาชนทุกคน ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ร่วมกันสร้างความสมานฉันท์ในชาติ เพื่อให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข เน้นการสร้างสังคมไม่ทอดทิ้งกัน เสริมสร้างประชาชนให้เข้มแข็งและยึดมั่นคุณธรรมนำการเมือง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"นรนิติ"เผยข้อดีรธน.4ประการ
ส่วนด้านนายนรนิติ เศรษบุตร ประธานสสร กล่าวตอนหนึ่งว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีสาระแห่งเจตนารมณ์สำคัญ 4 ประการ คือ 1.การคุ้มครองส่งเสริม และขยายสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่ 2.การลดอำนาจผูกขาดอำนาจรัฐและขจัดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม 3.การทำการเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรมและจริยธรรม 4.การทำให้ระบบตรวจสอบมีความเข้มแข็งและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่นายอภิชาต กล่าวสุนทรพจน์ว่า ขอยืนให้ทุกท่านมั่นใจว่า กกต.เป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระในการทำงาน ปราศจากการชี้นำหรือแทรกแซง จากบุคคลหรือองค์กรใด ๆ ตนและกกต.ทุกคนทำงานโดยยึดมั่นในหลักกฎหมาย ซื่อสัตย์ สุจริต และมีความเป็นกลางทางการเมือง

5ผู้นำคนสำคัญร่วมลงนามร่วมกัน
ผู้สี่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายกรัฐมนตรี, ประธานคมช., ประธานกกต. ,ประธานสสร. และรองประธานสนช. ได้ร่วมกันลงนามในปฏิญญาและจับมือกันชูขึ้นแสดงความสำเร็จในการประกาศปฏิญญาฯครั้งนี้ แล้วได้เดินชมนิทรรศการที่จัดขึ้นโดย พล.อ.สุรยุทธ์ และพล.อ.สนธิ แวะที่ซุ้มของคมช. ซึ่งจัดทำใบไม้กระดาษที่ให้เขียนคำนิยามหัวข้อ "ประชาธิปไตยใหม่ในสายตาคุณเป็นอย่างไร" โดยพล.อ.สุรยุทธ์ เขียนว่าว่า "เป็นของปวงชนและเพื่อประชาชน" ขณะที่พล.อ.สนธิ เขียนว่า "ควรเป็นการเมืองที่มีคุณธรรม จะนำพาประชาธิปไตย" และจากนั้นทั้งหมดได้เดินเยี่ยมชมซุ้มของหน่วยงานต่างๆ และเมื่อเดิมถึงซุ้มของสสร.ก็ได้รับชมการแสดง "ไฟเขียวร่างรัฐธรรมนูญ" พร้อมมีพริตตี้นำเข็มกลัดข้อความว่า"ไฟเขียว รัฐธรรมนูญ50"ให้กับคณะนี้ด้วย นายอภิชาต ยังเผยว่านายกฯได้สอบถามจะให้วันจันทร์เป็นที่ 20 สิงหาคม วันหยุดหรือไม่เพราะเกรงว่าประชาชนที่ไปลงประชามติในต่างจังหวัด 19 สิงหาคมไม่สามารถเดินทางมาได้ทัน ซึ่งตนมองว่าถ้าหยุดได้ก็จะดีเพราะเป็นโอกาสพิเศษ

เปิดดีเบทร่างรัฐธรรมนูญใหญ่
เช้าวันเดียวกัน ที่บ้านมนังคศิลา มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) จัดเวทีสาธารณะเพื่อการประชันทางความคิด (ดีเบต) จุดเด่น จุดด้อยของร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550
คู่แรกระหว่างนายจรัญ ภักดีธนากุล รองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ สมกับนายนิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน โดยนายจรัญ ชี้ถึงข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ให้นายกรัฐมนตรีมาจาก สส. และสามารถถูกตรวจสอบจากรัฐสภาได้ง่ายกว่าเดิม,การสรรหาองค์กรอิสระ จะไม่ถูกแทรกแซงโดยฝ่ายการเมือง ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ได้ดูปัญหาในอดีตและมาปรับปรุงแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่าง ๆ โดยเน้นในเรื่องคุณธรรม จริยธรรมและมโนสำนึกของนักการเมือง
ในขณะที่ นายนิธิ อ้างว่าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะทำให้รัฐบาลอ่อนแอ ไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งที่มาของรัฐธรรมนูญ ก็มาจากการรัฐประหารจึงไม่เหมาะสม ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะผลักดันให้พรรคการเมืองเข้าไปสู่ระบบฮั้วกัน ซึ่งที่สุดแล้วจะทำให้ระบบราชการเข้มแข็ง ระบอบอำมาตยธิปไตยกลับมาควบคุมรัฐบาล

"เจิมศักดิ์"ปะทะ"จาตุรนต์"
ต่อมาเป็นการอภิปรายในคู่ของ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สสร.กับนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำกลุ่มไทยรักไทย ซึ่งนายเจิมศักดิ์ ชี้ให้เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประชาชนมีส่วนร่วมมากกว่าเดิม อาทิ การพิจารณาโครงการใหญ่ที่กระทบต่อประชาชน ๆ จะต้องผ่านการทำประชามติของประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ
ขณะที่นายจาตุรนต์ ตอกย้ำว่าเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นการส่งเสริมเผด็จการ ข้าราชการที่เป็นอำมตยธิปไตยให้มีความ ให้มีความเข้มแข็งมากกว่าส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังมีปัญหาที่ทำให้เกิดรัฐบาลผสม ที่มีความอ่อนแอ ลดทอนอำนาจคณะรัฐมนตรี และ ส.ส.

ยันรธน.ใหม่ไม่ได้ต่ออายุคมช.
ส่วนคู่สุดท้ายเป็นการอภิปรายระหว่างนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ เลขานุการกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กับนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ หัวหน้าภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยนายสมคิด ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้ให้อำตาจหรือต่อท่ออำนาจ คมช.เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้ คมช.ก็พ้นจากตำแหน่ง ส่วนที่มา ของ ส.ว.นั้น จะเห็นได้ว่าประเทศที่เป็นประชาธิปไตย อาทิ อังกฤษ แคนาดา เบลเยี่ยม. ก็มาจากการสรรหา
ส่วนนายวรเจตต์ ชี้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาจากรัฐประหารจึงถือว่าที่มาไม่ถูกต้อง รวมทั้งไม่ได้กำหนดให้มีการป้องกันเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้ร่วมร่างเพราะไม่ได้บัญญัติห้ามสสร.ไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ขณะเดียวกันยังให้อำนาจตุลาการมากเกินไป

ม็อบนปก.โห่ป่วนกลางที่ประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการอภิปรายในครั้งนี้มี ยังมีแนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ (ปนก.) ประมาณ 300 คนเข้าร่วมฟังโห่ฝ่ายสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญเป็นระยะๆ และตรบมือให้กับฝ่ายค้านรัฐธรรมนูญต่อเนื่อง จนผู้ทำหน้าที่พิธีกรต้องประกาศปรามหลายหนให้อยู่ในความสงบ ที นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แกนนำกลุ่มไทยรักไทย กล่าวชื่นชมฝ่ายต่อต้านรัฐธรรมนูญ และยื่นยันว่ากลุ่มไทยรักไทย จะเร่งรณรงค์ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญต่อไป ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าการอภิปรายครั้งนี้เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมากกว่าเดิม
นายอภิสิทธิ์ ไม่เห็นด้วย กรณี ร่างพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง จะมีข้อห้ามอดีตกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสินเลือกตั้ง5ปี ทำกิจกรรมการเมืองทุกอย่างรวมทั้งการช่วยพรรคพวกปราศรัยหาเสียง โดยชี้ว่าแค่ตัดสิทธิ์เลือกตั้งก็หนักพอแล้ว
ขณะที่นส.กัญจนา ศิลปอาชา สนช.และรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่าการตัดสิทธิ์ลงเลือกตั้ง5ปีก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ห้ามช่วยพรรคพวกหาเสียงถือว่ารุนแรงเกินไป

มีชัยจ้องหั่นปมตอกฝาโลง11ทรท.
ด้านนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธาน สนช. ถ้าประเด็นห้ามผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองทั้งช่วยหาเสียงและเป็นที่ปรึกษาพรรค ส่งมาถึงสนช.เชื่อว่า ทางสนช.คงตัดประเด็นดังกล่าวทิ้ง เพราะกิจกรรมทางการเมืองเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์
ส่วนนายเกริกเกียรติ พิพัฒนเสรีธรรม ประธานคณะอนุกมธ.จัดทำร่างพรบ.ดังกล่าว ออกตัวว่า ไม่ได้เจาะจงไปเล่นงานพรรคหนึ่งพรรคใด

ประสงค์ส่งซิกระวังไม่มีเลือกตั้ง
ขณะนี้ น.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานกมธ.ยกธรรมนูญกล่าวว่าแสดงความห่วงใยว่าอาจจะไม่ได้เลือกตั้งในปีนี้ เนื่องจากไม่รู้จะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ เพราะทางการเมืองยังวุ่นวายก่อกวนกันอยู่ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องไม่ประมาท นอกจากนี้ ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังชี้ว่าการใช้เงินในภาคอีกสานให้ประชาชนหัวละ200บาทเพื่อไม่ให้ไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
วันเดียวกันมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้เผยผลสำรวจประชาชนทั่วประเทศ 3,470คน พบว่า ร้อยละ 61.2 จะไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 32.8 ยังไม่แน่ใจ มีเพียงร้อยละ 6.0 จะไม่ไป นอกจากนี้ ร้อยละ 55.9 คิดว่าควรเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 34.8 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 9.4 คิดว่าไม่ควรเห็นชอบ ด้านนายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศักดิ์ นายกกิตมศักดิ์ สมาคมศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย เผยว่า จากการสำรวจประชาชนในภาคอีสาน พบว่าร้อยละ 57.8 ยังไม่เคยอ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
วันที่ 4/8/2007

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
Thaihippy วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 11.14 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

..ครับ ก็ดี นะครับ..
ว่างๆเชิญแวะบ้านผมบ้างนะครับ..ยินดีต้อนรับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

คิดว่าจะมีการยุบสภาในรัฐบาลนี้หรือไม่
ยุบแน่
33 คน
น่าจะยุบ
13 คน
ไม่ยุบ
6 คน

  โหวต 52 คน