พิมพ์หน้านี้
|
จำได้ว่าตอนเป็นเด็ก ความบันเทิงอย่างหนึ่งที่จะมาพร้อมกับฤดูหนาวก็คือ 'งานวัด' ที่ไม่ได้อยู่ในวัดแต่ใช้พื้นที่ว่างๆ กลางหมู่บ้านย่านบางแค ก็ตามประสางานวัดแบบบ้านๆ ละครับ สิ่งที่ต้องมีก็คือชิงช้าสวรรค์ ยิงปืนจุกน้ำปลา จับฉลากชิงตุ๊กตุ่นตุ๊กตาว่ากันไป เที่ยวงานวัดเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนเสียเงินไม่ถึง 30 บาทก็สนุกสนานพอจะกลับไปนอนหลับสบายใจ
กัดฟันกินด้วยความเซ็ง กินหอยทอดแบบแทบไม่มีหอย คิดซะว่ากินหอยทอดเจละกัน (วะ) แต่ความเซ็งของจริงเกิดขึ้นตอนเรียกเก็บตังค์ครับ สี่สิบบาทๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียงนั่นก้องอยู่ในหัวผม ลูกหอยห้าตัวทอดแป้งเปียกเนี่ยนะสี่สิบบาท คนปกติคงต้องใช้ความพยายามมากทีเดียวในการจะขอเงินสี่สิบบาทแลกกับอะไรก็ตามที่อยู่ในจานนั่น แต่ไม่ใช่คุณพี่คนขายหน้าเหี้ยมคนนี้ที่พูดได้อย่างหน้าตาเฉย ออกจากร้านวิญญาณหอย หาอะไรเล่นให้หายเซ็งดีกว่า เที่ยวงานวัดมันก็ต้องยิงปืนจุกน้ำปลาสิครับท่าน โฉบไปดูเห็นคนกำลังยิงปืนกันอยู่คึกครื้น กติกามีว่าจ่ายไป 20 บาทคุณจะได้กระสุนจุกน้ำปลามาประมาณ 5 นัด ถ้ายิงตุ๊กตาตัวเล็กหล่นจากราวไม้ก็ได้ไปเลย หรือจะเก็บตัวเล็กไว้แลกตัวใหญ่ก็ได้ในอัตรา 15 ต่อ 1 (คุ้มมาก...สำหรับเจ้าของร้านนะ) ยืนดูชาวประชายิงปืนจุกน้ำปลาด้วยความสนใจ เพราะแม้จะแต่ละคนจะพยายามยืดแขนที่ถือปืนไปจนแทบจะทิ่มหน้าตุ๊กตา แต่พอโดนปืนจังๆ ตุ๊กตากลับแทบไม่ขยับ เพราะมันเป็นตุ๊กตาผ้าตัวแป้นๆ อวบๆ ท่าทางศูนย์ถ่วงดีสุดๆ จะให้ตุ๊กตาล้มจึงไม่ได้อยู่ที่ความแม่นแต่อยู่ที่ความเฮงว่าจะเลือกยิงตัวที่ไม่ได้ถ่วงหรือเปล่า รู้ว่าเขาหลอกจะเล่นทำไมล่ะ เดินต่อไปสิ คราวนี้ไม่มีอะไรให้สงสัยเพราะเป็นกิจกรรมฮิตประจำงานวัดยุคใหม่ไปแล้ว เป็นโต๊ะพนันเอาเหล้าเอาเบียร์ แบบว่า as seen on tv เลย วิธีเล่นก็ง่ายดาย จ่ายเงินไปรับกำไลวงเล็กๆ มา อยากได้รางวัลเป็นเหล้า เบียร์ น้ำอัดลม ฯลฯ ก็วางกำไลไปให้ตรงช่อง จากนั้นนายบ่อนก็จะให้ลูกค้าเป็นคนหมุนลูกศรที่ปักไว้กลางโต๊ะเหมือนเข็มนาฬิกา ศรไปหยุดช่องไหนใครแทงช่องนั้นก็ได้ไป ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่เพราะรู้อยู่แล้วว่างานนี้ก็เป็นรายการต้มหมูอีกแล้วครับท่าน ใต้โต๊ะฝั่งนายบ่อนจะซ่อนปุ่มเล็กๆ เชื่อมกับแท่งเหล็กที่ยาวไปถึงแกนหมุนของลูกศรกลางโต๊ะ เวลากดปุ่มแท่งเหล็กใต้โต๊ะก็จะไปจิ้มโดนแกนหมุนของลูกศรทำให้เกิดความฝืดและหมุนช้าลง ถ้าให้น้ำหนักมือดีๆ ก็จะบังคับให้ลูกศรไปหยุดช่องที่ต้องการได้แบบเนียนๆ ของแพงจึงไม่เคยออกนอกจากคนแทงจะเป็นหน้าม้าที่รู้กันกับนายบ่อน ต่อไปเป็นอะไรดี โยนห่วงไม๊ ห่วงกลมๆ อวบๆ ขนาดเหมาะมือ น้ำหนักกำลังดีไม่เบาหวิว ถ้าโยนห่วงไปคล้องคอขวดเหล้า (เปล่าๆ ) โดยที่ขวดไม่ล้มก็จะได้เหล้าไปกิน แค่ดูก็รู้ว่าถ้าเล่นกันแฟร์ๆ ตามกติกาและตามกฎฟิสิกส์ของโลกนี้ไม่มีทางมีใครได้รางวัล เพราะด้วยระยะห่างระหว่างคนเล่นกับขวดไม่ว่าจะโยนยังไงห่วงก็จะโดนคอขวดในมุมเฉียงและจะทำให้ขวดเสียสมดุลย์ ถ้าห่วงไม่คล้องคอขวดก็ไม่ได้รางวัลอยู่แล้ว แต่ถ้าห่วงไปคล้องคอขวดน้ำหนักห่วงก็จะไปซ้ำเติมอาการเสียสมดุลย์ของขวดทำให้ขวดล้มอยู่ดี อยากได้เหล้ากินด้วยวิธีนี้มีแต่ต้องโยนขึ้นข้างบนและหวังให้มันตกลงมาตรงๆ ลงไปคล้องคอขวดซึ่งโอกาสเป็นไปได้นั้น...ซื้อกินง่ายกว่าเยอะ ไม่ต้องพูดถึงการพนันงานวัดรูปแบบอื่นๆ ที่มีตั้งแต่แบบแอบแฝงมาเป็นเกมเสี่ยงโชค ไปจนถึงขั้นขายเบอร์แล้วจับฉลากออกกันสดๆ อารมณ์เหมือนแทงหวยที่ออกทุก 3 นาที ความบันเทิงรับลมหนาวผมเคยรู้จักคงตายไปแล้วจริงๆ |
| คุยกับ ญาณวิทย์ กุญแจทอง เรื่องงานศิลปะจาก ต้นไม้ใบหญ้า | ||
คุยกับ ญาณวิทย์ กุญแจทอง เรื่องงานศิลปะจาก ต้นไม้ใบหญ้า |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||