• อักษราภรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boondharik@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-16
  • จำนวนเรื่อง : 135
  • จำนวนผู้ชม : 26015
  • จำนวนผู้โหวต : 86
  • ส่ง msg :
อักษราภรณ์
ชีวิตกับธรรมะ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn
วันศุกร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2550
การเดินทางระหว่างความเป็นกับความตาย(ตอนที่สาม)
Posted by อักษราภรณ์ , ผู้อ่าน : 181 , 09:38:13 น.  
พิมพ์หน้านี้


พ่อถอดสร้อยหลวงพ่อทวดที่คล้องคอส่งมาให้ฉัน

ก่อนที่บุรุษพยาบาลจะเข็นเตียงออกจากห้องพักคนไข้

เพื่อไปห้อง ICU

ระหว่างทางเราปรับหัวเตียงให้สูงขึ้น

เอาหมอนซ้อนรองด้านหน้าของพ่อไว้

เพราะพ่อกระสับกระส่าย

เดี๋ยวนอนเดี๋ยวลุก

ซึ่งลำบากต่อการทรงตัว

สภาพต่อมาจึงเป็น

เงยบ้างฟุบบ้างลงกับหมอน

ตลอดเวลา

เห็นสภาพของพ่อแล้ว

ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดี ?

สับสนไปหมด

เพียงแต่คอยเอาผ้าเช็ดหน้าของพ่อ

ซับเหงื่อให้พ่อไปตลอดทาง

ปากก็พร่ำบอกพ่อเป็นระยะไม่ขาดสายว่า...

"พ่อดูลมหายใจนะ

หายใจเข้าช้า ๆ

หายใจออกช้า ๆ"

ฉันสังเกตเห็นพ่อพยายาม...

ทำตามเสียงบอกของฉันทุกระยะเช่นกัน

ไม่รู้ว่าประโยคนี้มาได้อย่างไร ?

อาจจะเป็นเพราะฉันเห็นพ่อหายใจลำบาก

น่าจะเอาลมหายใจเป็นสิ่งยึดของพ่อ

พ่อจะได้หายใจได้...ไม่หยุดไปเสียก่อน

พ่ออดทนมาก

ไม่มีเสียงร้องคร่ำครวญใด ๆ ออกมาให้ได้ยิน

นอกจากอาการกระสับกระส่ายและเหงื่อออก

ภาพสุดท้ายพ่อฟุบหน้าลงกับหมอนก่อนเข้าลิฟ

แพทย์และพี่เขยไม่ยอมให้ฉันและพี่สาว

เข้าไปในห้อง ICU กับพ่อ

ฉันนั่งรอที่ขั้นบันไดเยื้องหน้าห้อง ICU

ไม่นานนัก...

พี่เขยเอานาฬิกาของพ่อมาส่งให้

ไม่มีคำพูดจากพี่เขย...

น้ำตามันไหลอยู่ข้างใน

ฉันกุมหลวงพ่อทวดและนาฬิกาของพ่อไว้

พี่สาวเป็นลมพับไป...

ทั้งนี้เพราะเรายังตั้งอยู่ในความประมาท

คิดอยู่แต่ว่า...

พ่อยังแข็งแรงไม่เป็นอะไรหรอก !

ในวันนี้...

ฉันได้เรียนรู้เรื่องที่สำคัญมาก

จากการเดินทางครั้งสุดท้ายของพ่อ

คือสภาวะที่บ่งบอกถึง...

ความตายคืบคลานมาถึงแล้ว

อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงการเดินทางครั้งสุดท้ายของพ่อ

เป็นปัจจุบันที่กลับกลายเป็นอดีตได้ในชั่วพริบตาเดียว

พริบตาเดียวจริง ๆ

พรุ่งนี้...

พ่อไม่มีโอกาสได้กลับบ้านอย่างที่ตั้งใจไว้

และพรุ่งนี้...

ฉันต้องตั้งหลักใหม่

เพื่อคนที่เหลืออยู่...คือแม่.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
วิตามินบี วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 23.59 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


เข้มแข็งนะคะ
ทุกคนต้องเผชิญการพรากจาก
อยู่ที่ระยะเวลาว่า ช้า หรือ เร็วเท่านั้นเอง
บีเองก็เคยผ่านการสูญเสียคุณพ่อมาแล้ว
เข้าใจความรู้สึกค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
nathawat วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 17.51 น.
http://www.oknation.net/blog/may

ผมขออนุญาตแอดบล็อกเพื่อนบ้านกับคุณป้านะครับ
ความคิดเห็นที่ 7
nathawat วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 17.50 น.
http://www.oknation.net/blog/may

ขอบคุณครับคุณป้าที่ไปเยี่ยม อย่างไรวันนั้นก็ต้องมาถึงเราทุกคน จะช้าหรือเร็ว
ถ้าเรายังคงตั้งตนในความประมาทและยังหลงระเริงว่ายังมีเวลาอีกนาน
แม้แต่จะตอบแทนพระคุณพ่อแม่ก็อาจจะสายไปสำหรับวันพรุ่งนี้
ทำดีอย่ารอครับ
ผมอ่านแล้วนึกภาพออกเลย
ตอนทวดเสีย ตอนคุณอาเสีย ตอนคุณตาเสีย
ตอนเพื่อนเสีย
ชีวิตหลีกหนีการสูญเสียไม่เคยได้สักที

ความคิดเห็นที่ 6
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 13.55 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เข้าใจความรู้สึก

เช่นนี้ได้ดีมากค่ะ สิบวันสิบคืน

ในโรงพยาบาลในดรงพยาบาล

ช่างทรมานเหลือเกิน แต่ดีหน่อย

ตรงที่ ตอนนี้ พ่อยังสามารถปรังร่างกาย

ให้มีชีวิตอยู่ได้ แต่ต้องฟอกเลือดอาทิตย์

ละสองครั้งค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
อักษราภรณ์ วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 11.40 น.
http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn
เปลี่ยนดอกไม้บูชา...พระพุทธ  พระธรรม พระอริยะสงฆ์ บูรพาจารย์ บิดามารดา ผู้มีอุปการคุณ... ทุกวันโกนค่ะ.

กราบขอบพระคุณทุกความคิดเห็น
ที่ให้มาแล้วและที่จะมีต่อมาในกาลข้างหน้า
ซาบซึ้งในทุกความคิดเห็น
ที่มาต่อเนื่องเป็นคำเตือนสติ
แต่แม้แม่...อีกหลายปีต่อมา
ก็จะมีการเดินทางครั้งสุดท้ายเช่นพ่อเหมือนกัน
แต่มิใช่ครั้งเดียว
ความเป็นของแม่ชนะความตายหลายครั้ง
คงจะได้อ่านในตอนต่อ ๆ ไป
ถ้ายังเมตตาติดตามอ่าน
และให้ข้อคิดกันอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ด้วยความรู้สึกถึงน้ำใจไม่รู้ลืมค่ะ.
ความคิดเห็นที่ 4
tonpai วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 11.09 น.
http://www.oknation.net/blog/ambamboo

เป็นกำลังใจให้นะคะ..ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ชั่วชีวิต คนที่อยู่ต้องเดินต่อไป รักและดูแลคุณแม่ให้มากๆนะคะ


ความคิดเห็นที่ 3
buddhamantra วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 10.41 น.
http://www.oknation.net/blog/buddhamantra


คนเราเมื่อถึงคราวที่จะต้องตาย ไม่มีอะไรจะป้องกันได้
เหตุแห่งความตายมี ๔ อย่างคือ
๑. หมดอายุ
๒. หมดกรรม
๓.ความชรา
๔. อุบัติเหตุ ( เหตุปัจจุบันทันด่วน )
ในวาระสุดท้ายลูกๆ แนะนำให้คุณพ่อนึกถึงลมหายใจเข้าออก
เป็นการแนะนำที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง
เพราะทำให้คุณพ่อนึกแต่สิ่งดีๆ
เมื่อสิ้นชีวิตแล้ว ท่านย่อมไปสู่สุคติ ไม่ไปทุคติแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 2
pierra วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 10.32 น.
http://www.oknation.net/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...    ธรรมทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง

สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง จะหาความเที่ยงแท้จากสังขารได้ที่ใหน?ทุกสิ่งที่มีเกิดในเบื้องต้น ต้องแปรปรวนในท่ามกลาง และดับสลายลงในที่สุด
ความพลัดพรากจากสิ่งที่รักที่พอใจนั้น เป็นของธรรมดา ให้ละความเศร้าโศกเสีย........(พระพุทธพจน์)
ความคิดเห็นที่ 1
อะหนึ่ง วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 10.08 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

เป็นกำลังใจครับ
ลมหายใจของเรา (ลูกๆ)
ช่วยต่อลมหายใจของ พ่อ-แม่ ได้
ก็เมื่อตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น...

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31