พิมพ์หน้านี้
|
พอดีกับในช่วงปี พ.ศ.๒๕๔๒ มีข่าวให้ข้าราชการออกจากราชการก่อนกำหนดเกษียณได้ ฉันเริ่มก้ำกึ่งว่า... ควรจะลาออกเพื่อดูแลแม่ดีไหม ? เพราะเมื่อทุกคนไปทำงาน แม่จะอยู่บ้านคนเดียว หากฉันจ้างคนมาดูแลแม่ก็ทำได้ แต่จะไว้วางใจได้แค่ไหน ? ประมาณเดือนกรกฎาคม ใกล้จะหมดเวลารับสมัครลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ ความดันโลหิตของแม่ขึ้นถึงสองร้อยกว่า ขึ้น ๆ ลง ๆ แกว่งอยู่เป็นอาทิตย์ ประกอบกับสุขภาพที่ทรุดลงอีก แขนขาอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ การหกล้มแต่ละครั้งดูจะยั้งตัวไม่อยู่มากขึ้น ทำให้ฉันเริ่มมองดูแม่อย่างพินิจพิจารณา มีความคิดขึ้นมาว่า... "ถ้าไม่ออกปีนี้เพื่อมาดูแลแม่อย่างจริงจัง อาจจะไม่มีโอกาส" ในวันนั้นจึงเข้าไปคุยกับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายธุระการ เรื่องอายุราชการและคำนวณเงินบำนาญที่จะได้รับ เป็นจำนวนเงิน/เดือนที่น่าจะพออยู่ได้ และประกอบกับเหลืออายุราชการเพียงแปดปี ความคิดสุดท้าย... "ทุกอย่างน่าจะพอ คิดมากก็มากเรื่อง เอาเท่าที่ได้ ประหยัดหน่อย จะได้มีโอกาสดูแลแม่และปฏิบัติธรรม เงินเดือนที่น้อยลงกว่าที่ควรจะได้ มีค่าเทียบไม่ได้กับความก้าวหน้าทางธรรม ซึ่งถ้าออกมาแล้ว สามารถดูแลแม่ได้ด้วยตัวเอง และเร่งปฏิบัติธรรมให้มากขึ้น ตรงนี้ไม่สามารถประมาณค่าได้ ที่ฉันมีกินมีใช้อยู่ทุกวันนี้ก็เนื่องมาจากพ่อแม่ คิดว่า... ควรทิ้งได้...เพื่อแม่" ฉันตัดสินใจยื่นใบสมัครเข้าโครงการทันที หลังจากลาออกจากราชการแล้ว วันหนึ่งในเดือนธันวาคม แม่หกล้มทั้งตอนเช้าตอนเย็น และตกเตียงในตอนกลางคืน หลังจากนั้นปัสสาวะไม่ออก จึงไปรักษาที่กรุงเทพฯ ได้ทราบจากแพทย์ว่า... กระเพาะปัสสาวะบีบรัดตัวไม่ดี ทำให้การถ่ายเบาแต่ละครั้งออกมาไม่หมด มีปัสสาวะตกค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ เป็นเหตุให้เกิดโรคติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะตามมาอีกหนึ่งโรค. |
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |