พิมพ์หน้านี้
|
วันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๓ วันนี้มองดูหน้าแม่แล้ว เห็นสีหน้าดำคล้ำคล้ายคนตาย ฉันอธิษฐานจิตทันที... ขอชีวิตแม่ไว้อีกระยะหนึ่ง ยังยินดีที่จะดูแลแม่อยู่ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๓ ฉันไปโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯเพื่อเอายาให้แม่ และไปรับหนังสือประวัติครูบาอาจารย์ ที่เรียบเรียงและจัดพิมพ์เพื่อถวายครูบาอาจารย์ จากสำนักพิมพ์ในกรุงเทพฯ กลับถึงบ้านต่างจังหวัดประมาณบ่ายสามโมงเย็น ทราบจากข้อความที่น้องชายเขียนบอกไว้ที่บ้านว่า... แม่หกล้มกระดูกตะโพกหลุดตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล และทราบสาเหตุจากแม่ภายหลังว่า... "ตอนเที่ยงแม่เดินเข้าไปในครัวเพื่อเอาช้อนส้อม คิดว่าเดินเองได้จึงไม่ใช้ไม้เท้า แค่ล้มลงไปเบา ๆ กองอยู่กับพื้นเท่านั้นเอง แม่ยังสงสัยว่ากระดูกหักได้อย่างไร ?" น้องชายบอกว่า...หมอเวรมาตรวจดูแล้ว ใช้เครื่องถ่วงปฐมพยาบาลไว้ก่อน รอวันจันทร์ให้หมอกระดูกประจำโรงพยาบาล มาดูแลเพื่อผ่าตัดให้ แม่กำลังใจดีมากไม่ร้องครวญครางสามารถพูดคุยเล่าเรื่องต่าง ๆ ได้ ประมาณห้าโมงเย็น ฉันมีความรู้สึกว่าต้องไปกราบหลวงพ่อ จึงไปซื้อดอกบัวแล้วเลยไปวัดเพื่อกราบหลวงพ่อ พอดีหลวงพ่อออกไหว้พระอยู่ที่โบสถ์ จึงตามไปกราบนมัสการเรื่องแม่และกราบเท้าขอบารมีหลวงพ่อ หลวงพ่อบอกว่า..."ปลอดภัย" ตอนกลางคืนตั้งแต่ตีสอง แม่ปวดถี่ขึ้นเป็นระยะ ๆ นอนไม่หลับทั้งคืน เช้าคุณหมอสั่งสวนปัสสาวะ แต่พยาบาลสวนไม่สำเร็จและแม่เจ็บมากจึงงดสวนไป ตอนสายเพื่อนมาเยี่ยม แม่ยังควบคุมตัวเองพูดคุยได้แม้จะปวดเพิ่มขึ้น ฉันถามแม่ว่า... "แม่รู้ไหมว่าทำกรรมอะไรไว้ ?" แม่นึก ๆ อยู่พักหนึ่ง...แล้วบอกว่า "เทน้ำร้อนลงไปทางหน้าต่างครัว บังเอิญไปถูกหมาที่เลี้ยงไว้ชื่อไอ้ด่างอย่างไม่ได้ตั้งใจ มันเจ็บปวดทุกข์ทรมานให้แม่รักษาอยู่ ๓ วัน แล้วมันก็ตาย" ฉันจึงบอกแม่ให้ตั้งจิตขออโหสิกรรมเขาเสีย ตอนบ่ายแม่เริ่มเจ็บท้องน้อยเพราะปัสสาวะไม่ออก บอกพวกเราเป็นระยะ ๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะพยาบาลสวนปัสสาวะไม่ได้ ในระหว่างวันนี้ทั้งวัน ฉันจะมองเห็นแม่เหมือนซากศพ ใจฉันเริ่มไม่ดีทวีขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป จนที่สุดปรึกษากันแล้ว ตกลงใจนำส่งแม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลรามคำแหง กรุงเทพฯ เพราะพี่เขยได้ติดต่อกับเพื่อนที่เป็นวิสัญญีแพทย์ เพื่อนพี่เขยแนะนำที่นี่เพราะรู้จักกับทีมคุณหมอที่มีความสามารถที่นี่ เราออกเดินทางจากโรงพยาบาลต่างจังหวัด ประมานเที่ยงคืนของวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๓ ระหว่างทาง พยาบาลอุทานออกมาด้วยความตกใจว่า เห็นคนยืนอยู่ที่ตรงคอสะพานที่รถแล่นผ่านมา ฉันหันไปมองก็ไม่เห็นมีอะไร สิ่งที่ทำได้คือแผ่ส่วนกุศลไปให้ทุกสรรพวิญญาณ และแผ่กระแสเมตตาล้อมแม่เอาไว้ตลอดทาง สภาพแม่ในรถพยาบาลจะได้รับแรงกระเทือนจากการวิ่งของรถ ทำให้แม่ปวดมากขึ้นและมากขึ้น แม่ถามไปตลอดทางว่า...จะถึงหรือยัง ? ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ฉันก็ได้แต่บอกคนขับรถว่าคนไข้ปวดมากขับนิ่ม ๆ หน่อยได้ไหม ? เป็นช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดของแม่และความทุกข์ทรมานใจของพวกเรา รถมาถึงโรงพยาบาลรามคำแหงเวลาประมาณตีสองครึ่ง คุณหมอเวรรับตรวจอาการเบื้องต้นและนำส่งห้องพักคนไข้ เพราะแพทย์ที่เป็นเพื่อนพี่เขยได้ฝากฝังไว้ให้แล้ว ที่ห้องพักคนไข้ พยาบาลสามารถสวนปัสสาวะได้โดยที่แม่ไม่รู้สึกเจ็บเลย ปัสสาวะที่ค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาสวะออกมาจนหมด แม่คลายอาการปวดท้องลง. |
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |